บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ประกาศปรับโครงสร้างแผนตราสารหนี้ใหม่ โดยลดระยะเวลาการเลื่อนชำระจากเดิม 11 ปี เหลือเพียง 7 ปี พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในรุ่นที่ลงมติ “อนุมัติแผน” และจะเริ่มจ่ายดอกเบี้ยใหม่ทันทีตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ เพื่อเสริมความเชื่อมั่น และสร้างความยั่งยืนทางการเงินระยะยาวร่วมกัน
แผนใหม่นี้เป็นผลจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ถือหุ้นกู้ในทุกกลุ่ม ทั้งรายย่อย สถาบัน กองทุน และนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่ง EA ได้นำข้อเสนอแนะเหล่านั้นไปพิจารณาและปรับปรุงแผนเดิมอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังและความกังวลของผู้ลงทุน
สิทธิประโยชน์ใหม่…เพื่อความยั่งยืนร่วมกัน
แผนที่ปรับปรุงล่าสุดจะครอบคลุมตราสารหนี้ทั้ง 14 รุ่น ที่กำลังจะมีการเจรจาในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่:
• ระยะเวลาการเลื่อนชำระหนี้: จากเดิมเฉลี่ย 11 ปี เหลือ 7 ปี
• Weighted Average Tenor: ลดจาก 7 ปี เหลือ 4.9 ปี
• เพิ่มอัตราดอกเบี้ย: +0.5% ต่อปี เริ่มมีผลทันทีหลังอนุมัติ
• Call Option: มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด พร้อมเพิ่มเงื่อนไขผูกกับการจ่ายปันผล
• สิทธิคืนเงินต้นหากมีปันผล: หากบริษัทมีการจ่ายปันผล และยังมีหุ้นกู้คงค้างเกิน 10,000 ล้านบาท EA จะนำเงินคืนผู้ถือหุ้นกู้ในสัดส่วนเดียวกัน (เช่น ปันผล 100 ล้านบาท คืนหุ้นกู้ 100 ล้านบาท ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน)
หมายเหตุสำคัญ : สิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะได้รับเฉพาะ “รุ่นที่ลงมติอนุมัติแผน” เท่านั้น โดยรุ่นที่อนุมัติในวันที่ 20 มิถุนายน จะได้รับสิทธิต่างๆ ทันที ส่วนรุ่นที่อนุมัติในรอบถัดไป (เช่น 8 กรกฎาคม) จะเริ่มได้รับสิทธินับจากวันอนุมัตินั้นเป็นต้นไป
ฟังเสียงผู้ถือหุ้นกู้ – เดินหน้าอย่างมั่นคง
EA ย้ำจุดยืน “เคารพในทุกเสียง” โดยระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการหาจุดสมดุลที่ดีระหว่างความยั่งยืนของบริษัทและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้
“บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่าน และพร้อมปรับปรุงด้วยความเคารพต่อทุกเสียงที่สะท้อนกลับมา แผนนี้เป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือระหว่างบริษัท ผู้ถือหุ้นกู้ และสถาบันการเงิน ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน” วสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าว
ขณะเดียวกัน EA ได้หารือแผนดังกล่าวกับพันธมิตรทางการเงินแล้ว ซึ่งต่างเห็นพ้องว่า แผนที่ปรับปรุงใหม่นี้เป็นแนวทางที่ “สมดุลและยั่งยืน” และสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดตราสารหนี้ในระยะยาวได้