_0.jpg)
“ไทยโอบายาชิ”จับมือ “เครือสหพัฒน์” เซ็น MOU ลุยสร้างโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว บนทำเลศักยภาพย่านราชดำริเป็นครั้งแรก พร้อมดึง Seibu Prince Hotels Worldwide บริษัทหลักในเครือ Seibu Group หนึ่งในผู้ให้บริการโรงแรมชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี เข้าบริหารงาน คาดการก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2572
.jpg)
นายพรชัย สิทธิยากรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ) เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ เพื่อสร้างโครงการมิกซ์ยูส บนทำเลศักยภาพติดสถานีรถไฟฟ้าราชดำริ เบื้องต้นใช้แบรนด์“ราชดำริโปรเจกต์” ซึ่งบริษัทฯได้ประมูลมาจาก สำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สิน วชิราวุธวิทยาลัย เป็นเวลา 50 ปี พื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่เป็นอาคารสูง 40 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โซนรีเทลในชั้นล่าง ,โซนสำนักงาน และโรงแรมหรู ระดับ 5 ดาว ซึ่งอยู่โซนชั้นบน จำนวน 200 ห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม ห้องอาหารระดับไฮเอนด์ และสปา มาตรฐานสากล โดยโรงแรมแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ โดย "ไทยโอบายาชิ" จะเข้าบริหารจัดการทั้งในส่วนของรีเทล และสำนักงาน ส่วนการร่วมทุนจะเป็นเฉพาะโรงแรมเท่านั้น
โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจากโครงการคิงสแควร์ บนถนนพระราม 3 ที่เครือสหพัฒน์มอบหมายให้ไทยโอบายาชิเป็นผู้รับเหมาหลักในการก่อสร้าง ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างกัน จนต่อยอดสู่ความร่วมมือในโครงการใหม่ในรูปแบบการร่วมทุน นับเป็นการร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันครั้งแรกระหว่างไทยโอบายาชิกับเครือสหพัฒน์
นอกจากนี้ ทั้ง 2 องค์กรยังได้ร่วมมือกับ Seibu Prince Hotels Worldwide บริษัทหลักในเครือ Seibu Group หนึ่งในผู้ให้บริการโรงแรมชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี โดยทั้ง 3 ฝ่ายได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นว่าด้วยการบริหารจัดการโรงแรมร่วมกัน
“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของไทยโอบายาชิกับเครือสหพัฒน์ ในการขยายบทบาททางธุรกิจจากความสัมพันธ์แบบคู่ค้าสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เราเชื่อมั่นว่าโรงแรมนี้จะมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศไทย” นายพรชัย กล่าว
_0.jpg)
นายวิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงแรมแห่งใหม่นี้จะบริหารโดย Seibu Prince Hotels Worldwide เครือโรงแรมชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านมาตรฐานการบริการ ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของไทยโอบายาชิและเครือสหพัฒน์ที่จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมแก่ผู้เข้าพัก โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2572
“โรงแรมนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของเครือสหพัฒน์ที่จะพัฒนาที่ดินย่านราชดำริซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยร่วมมือกับไทยโอบายาชิพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันการบริหารงานโดย Seibu Prince Hotels Worldwide จะช่วยตอกย้ำมาตรฐานระดับสากล และยกระดับคุณภาพการบริการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย” นายวิชัย กล่าว
_0.jpg)
นายโทชิฮิโระ มัตสึโอะ รองประธานอาวุโสของ Seibu Prince Hotels Worldwide กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับไทยโอบายาชิและเครือสหพัฒน์ในโครงการโรงแรมระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การขยายธุรกิจในระดับโลกของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอประสบการณ์จากเครือโรงแรมระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่นสู่ตลาดสำคัญในต่างประเทศ เรามั่นใจว่าการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา เมื่อผสานเข้ากับทำเลที่โดดเด่นและการออกแบบที่พิถีพิถันของโครงการ จะสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรฐานใหม่ของที่พักหรูในกรุงเทพมหานคร” นายมัตสึโอะ กล่าว
สำหรับโรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “สวนลอยฟ้า” โดยตั้งอยู่บนชั้น 26 ถึง 36 ของอาคาร ผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินกับวิวพาโนรามาของกรุงเทพฯ จากล็อบบี้หลักที่ชั้น 27 และผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมห้องรับรองส่วนตัว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เลานจ์และบาร์ สปา ฟิตเนส คลับเลานจ์ รวมถึงพื้นที่จัดประชุมและจัดเลี้ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ
นายโทชิฮิโระ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้ามาลงทุนขยายโรงแรมในไทย เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพสูงและบริษัทมีความเชื่อมั่นในตลาดของประเทศไทย พร้อมกันนี้บริษัทจะใช้ประสบการณ์จากการบริหารเครือโรงแรมระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่ในปัจจุบันมีการบริหารโรงแรมรวม 86 แห่งมาร่วมผสมผสานการบริหารโรงแรมในไทยที่มีทำเลศักยภาพสูง เพื่อร่วมสร้างความประสบการณ์ที่ดีให้แก่กลุ่มลูกค้า
ทั้งนี้ตามแผนของบริษัทในระยะ 10 ปีนับจากนี้ ต้องการเข้าไปบริหารโรงแรมในประเทศต่างๆ ให้ครอบคลุม 250 แห่ง และมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญเช่นกัน