
เอพี-มิตซูบิชิ เอสเตทฯ ปลื้มความสำเร็จการร่วมทุนในไทยนาน 12 ปี สะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาว ด้วยทุนจดทะเบียนที่มากถึง 12,619 ล้านบาท พัฒนาคอนโดมิเนียมมากถึง 31 โครงการ มูลค่ากว่า 137,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างระบบนิเวศร่วมกับพาร์ตเนอร์มากกว่า 100 บริษัทในอุตสาหกรรมไทย

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า ในวาระเข้าสู่ปีที่ 12 แห่งความสำเร็จของความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง มิตซูบิชิ เอสเตท และ เอพี ไทยแลนด์ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ AP นับจากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2557 ซึ่งในวันนั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับ AP สำหรับการริเริ่มจับมือกับพันธมิตรระดับประเทศ แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่ทั้ง2 องค์กรต่างมีวิสัยทัศน์เดียวกัน ในการมองหา"พันธมิตรทางธุรกิจที่แท้จริง" ผู้ที่พร้อมจะขับเคลื่อนและผลักดันธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว มากกว่าการมองหาพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะสั้น เพราะเชื่อว่า หากวิสัยทัศน์และคุณค่าไม่ตรงกัน ต่อให้ดีลธุรกิจนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ก็จะไม่มีทางยั่งยืนได้

ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จึงเกิดจากความเข้าใจที่ลึกซึ้งในพันธกิจร่วมกัน นั่นคือ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คน ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ต่างคนต่างมี จุดหมายเดียวกันคือการร่วมกันสร้าง “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”ให้กับคนไทยอย่างแท้จริงโดยเฉพาะ ซึ่งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับ AP PRINCIPLES - The Principles of Living Quality ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของเอพีในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ โดยได้นำแรงบันดาลใจจากหลัก Five Eyes ซึ่งเป็น Core Value ในการสร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพของมิตซูบิชิ เอสเตท มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สอดรับกับบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย และผลักดันการพัฒนาโครงการของ AP ให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

“มิตซูบิชิ เอสเตท มีความพิเศษ ไม่เพียงแต่ในแง่ของขนาดบริษัท และประสบการณ์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล สะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาว ด้วยทุนจดทะเบียนที่มากถึง 12,619 ล้านบาท พัฒนาคอนโดมิเนียมมากถึง 31 โครงการ มูลค่ากว่า 137,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างระบบนิเวศร่วมกับพาร์ตเนอร์มากกว่า 100บริษัทในอุตสาหกรรมไทย จุดประกายให้ทีมเอพีเราไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับให้สินค้าและบริการตอบโจทย์ ชีวิตดีๆ ที่ลูกค้าเลือกเองได้มีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่แค่ในภาพความสำเร็จทางธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่ทั้งหมดคือบทพิสูจน์ของ ‘ความไว้ใจ’ และ ‘วิสัยทัศน์’ ที่พาให้เราทั้งสององค์กร กลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหนึ่งเดียวที่มั่นคง และร่วมทางกันอย่างยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากเรามองความร่วมมือครั้งนี้เป็นเพียงแค่ ‘การร่วมลงทุน’ เพราะสิ่งที่เราทั้งสององค์กรมุ่งมั่นมาโดยตลอด คือการ ‘ร่วมกันสร้างคุณค่าที่แท้จริง’ตั้งแต่การลงทุนอย่างมีวิสัยทัศน์ การแบ่งปันองค์ความรู้เฉพาะทาง การยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดี และการพัฒนาคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืนทุกองค์ประกอบเหล่านี้...ต่างต่อกันเป็น ‘จิกซอว์แห่งความสำเร็จ’ ที่เชื่อมโยงอย่างกลมกลืน และมีความหมาย และเรา เอพี ไทยแลนด์และมิตซูบิชิ เอสเตท ยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับชีวิตผู้คน…อย่างยั่งยืนต่อไป”นายอนุพงษ์ กล่าว

นายยูจิ โอกาโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด ในนามของบริษัทร่วมทุนและกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอสเตท และ AP ได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ AP ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และมีระบบที่ยอดเยี่ยมที่จะพัฒนาบุคลากร คุณภาพ นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยปรัชญาการทำงานของเอพีสอดคล้องกับ Brand Slogan ที่ว่า A Love for People, A Love for City ของ มิตซูบิชิ เอสเตท ซึ่งการผสานความร่วมมือครั้งนี้ เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับคนไทย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นผลลัพธ์จากเป้าหมายหลักที่เราทั้งสององค์กรเห็นชอบร่วมกันตั้งแต่วันแรก ที่ได้พัฒนาความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและปรัชญาองค์กรซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนการสนับสนุนองค์ความรู้ และนวัตกรรมการอยู่อาศัยใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวคิด Five Eyes ที่ถือเป็น Core Value หลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนาน ที่เรายินดีส่งต่อองค์ความรู้นี้แก่ทีมงาน AP เพื่อนำมาต่อยอดให้ปรัชญาในการส่งมอบคุณภาพของเอพี ไทยแลนด์ ตอบทุกมิติชีวิตคนไทยอย่างรอบด้าน ซึ่งทั้งหมดนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ หากความร่วมมือของทั้ง 2 กลุ่มจบเป็นรายโครงการ

“ในมุมมองของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภาพรวมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในเมืองที่ดีอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ในทางกลับกันโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนระหว่าง เอพี ไทยแลนด์ และ มิตซูบิชิ เอสเตท ทุกโครงการที่ผ่านมา ล้วนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อคุณภาพของสินค้า และความเป็นมืออาชีพของทีมงานเอพี ไทยแลนด์ เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถสร้างคุณูปการให้กับสังคมไทย ผ่านธุรกิจร่วมทุนของเรากับพันธมิตรที่ดีและแข็งแกร่งอย่างเอพี ไทยแลนด์ และจะยังคงจับมือเดินหน้าร่วมกันไปต่อเนื่อง เพื่อมอบคุณค่าในฐานะบริษัทญี่ปุ่นให้กับสังคมไทยต่อไป”นายยูจิ กล่าว

รู้จักมิตซูบิชิ เอสเตท บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก
หากจะพูดถึงกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก มิตซูบิชิ เอสเตท คือหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ถูกพูดถึง ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานเกือบศตวรรษ และในฐานะหนึ่งในบริษัทร่วมของกลุ่มมิตซูบิชิ ความแข็งแกร่งของมิตซูบิชิ เอสเตท ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาทของผู้ถือครองที่ดินใจกลางโตเกียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ที่มีประสบการณ์สั่งสมมากว่า 100 ปีในญี่ปุ่น และยังขยายความเชี่ยวชาญนี้สู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา อังกฤษ หรือประเทศในกลุ่มเอเชีย ผ่านเครือข่ายบริษัทลูกที่บริหารงานอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมิตซูบิชิ เอสเตท ซึ่งรวมถึงบริษัท Mitsubishi Estate Property Management มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในด้านการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในธุรกิจคอนโดมิเนียม กลุ่ม Mitsubishi Jisho Community ได้บริหารจัดการยูนิตคอนโดมิเนียมมาแล้วกว่า 300,000 ยูนิตพร้อมนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน มาพัฒนาเป็นบริการหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
โดยรายได้ประจำปีนับตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 – 31 มีนาคม 2568 กลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท สามารถสร้างรายได้จากทุกภาคส่วน รวมถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ญี่ปุ่นและการลงทุนทั่วโลกได้มากถึง 1,579 พันล้านเยน สะท้อนได้ถึงความแข็งแกร่งในมิติของการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับโลก