“บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้”จัดฉลองครบ 25 ปี นำ BMW i7 2 รุ่นย่อย จัด Exclusive Program สุดพิเศษ มูลค่ากว่า 6 แสนบาท พร้อมอัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 ก.ค.68
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้”จัดฉลองครบ 25 ปี นำ BMW i7 2 รุ่นย่อย จัด Exclusive Program สุดพิเศษ มูลค่ากว่า 6 แสนบาท พร้อมอัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 ก.ค.68

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ฉลองครบรอบ 25 ปี นำ 2 รุ่นย่อย คือ BMW i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ที่มาพร้อมตัวถังแบบทูโทน ราคา 9,249,000 บาท และ BMW i7 xDrive60 M Sport ราคา 8,149,000 บาท จัด Exclusive Program สุดพิเศษ มูลค่ากว่า 600,000 บาท จัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 ก.ค. 68 นี้ ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ

 

นายศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ เปิดเผยว่า บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ก่อตั้งช่วงปีค.ศ. 2000 โดยได้รับความไว้วางใจจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และ บีเอ็ม มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และก่อตั้งโชว์รูมแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ตามด้วยสาขาลาดพร้าวเป็นแห่งที่ 2 จากนั้นได้มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโชว์รูมทั้งหมด 11 สาขาทั่วประเทศ รวมถึง มินิเอกมัย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 7 สาขา - พระราม 4, ลาดพร้าว, พระราม 3, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, สยามพารากอน, ไอคอนสยาม และ มินิ เอกมัย ขณะที่ต่างจังหวัดมี 4 สาขาหัวเมืองหลัก – อุบลราชธานี, หาดใหญ่ จ.สงขลา, ภูเก็ต และ สุราษฎร์ธานี

สำหรับ BMW The i7 ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2002 ภายใต้คอนเซปต์ “The i7 the Incredible 7 Series” ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% นับเป็นยนตรกรรมที่หรูหรา ขับสนุก และ ล้ำด้วยเทคโนโลยี อย่างแท้จริง แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ BMW i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ที่มาพร้อมตัวถังแบบทูโทน ราคา 9,249,000 บาท และ BMW i7 xDrive60 M Sport ราคา 8,149,000 บาท มีจำหน่ายเฉพาะที่ มิลเลนเนียม ออโต้

 

เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี มิลเลนเนียม ออโต้ ได้จัดราคาพิเศษ โดยสามารถสอบถามและทดลองขับได้ที่ฝ่ายขาย พร้อมExclusive Program สุดพิเศษสำหรับ BMW The i7 มูลค่ากว่า 600,000 บาท โดยมีการจัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 กรกฎาคม นี้ ณ  โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

Exclusive program สุดพิเศษมีดังนี้

-BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

-ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี

-Wallbox Charger

-บัตรโดยสารสายการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น จำนวน 4 ที่นั่ง(2 BC และ 2 ECO)

-กล่องใส่กุญแจ

-คะแนนสะสม Mobilife Point

-BMW Advance car eye 3.0 pro

-บัตรเครดิต UOB รูดจองสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่อน 0% นาน 3 เดือน

 

โดย Exclusive Program นี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

สำหรับประเทศไทย รถยนต์ไฟฟ้า 100% ของ บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการช่วงปีพ.ศ. 2566 ด้วยรุ่น iX3 และ iX สอดคล้องกับแนวคิด “The Power of Choice” จากทาง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ผ่านหลากหลายประเภทขุมพลัง

 

มิลเลนเนียม ออโต้ เล็งเห็นถึงความสำคัญของบริการหลังการขาย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด หรือ Customer Centric ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางและทราบดีถึงเทรนด์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เรามีการเตรียมความพร้อมในการให้บริการหลังการขาย สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะมาหลายปีก่อนหน้า ทั้งด้านอุปกรณ์และเครื่องมือพิเศษต่างๆ รวมไปถึงการส่งบุคลากรไปฝึกอบรมการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้ากับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ส่งผลให้วันนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ มีศักยภาพในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้า BMW และ MINI แบบครบวงจร ประกอบด้วย

 

1.เครือข่ายศูนย์บริการ 9 สาขา รวม 150 ช่องซ่อม รองรับการให้บริการได้ถึง 113,000 คันต่อปี

2.ความพร้อมของเครื่องมือพิเศษในการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า และ เครื่องชาร์จ DC กำลังแรงสูง 160 กิโลวัตต์ และ แบบ AC ทั้ง 9 สาขา รวมเป็นจำนวนกว่า 44 เครื่อง ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

3.มีทีมช่างซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า BMW และ MINI ที่มีประสบการณ์สูง ผ่านการรับรองจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

4.มีสถาบันฝึกอบรมภายในองค์กร เรียกว่า มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พัฒนาต่อยอด และรักษามาตรฐานของทีมช่างในทุกมิติ

ทั้งหมดนี้ คือจุดประสงค์ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่านว่า มิลเลนเนียม ออโต้ สามารถดูแลรถยนต์ไฟฟ้า BMW และ MINI ของคุณได้อย่างดีที่สุด ตามมาตรฐานที่ BMW ประเทศไทยกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

ประวัติ BMW 7 Series

-บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ออกแบบให้เป็นรถซีดานสำหรับผู้บริหาร

-ตัวถังขนาดใหญ่ เครื่องยนต์มากความจุ ตกแต่งอย่างด้วยวัสดุพรีเมียม และมีสมรรถนะสูง

-เจนฯ 1 รหัสตัวถัง E23 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 1977-1986 (On-Board Computer)

-เจนฯ 2 รหัสตัวถัง E32 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 1986-1994 (Park Distance Control)

-เจนฯ 3 รหัสตัวถัง E38 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 1994-2001 (In Car Navigation System)

-เจนฯ 4 รหัสตัวถัง E65/E66 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 2001-2008 (BMW iDrive)

-เจนฯ 5 รหัสตัวถัง F01/F02 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 2008-2015 (Head-up Display)

-เจนฯ 6 รหัสตัวถัง G11/G12 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 2015-2022 (Display Key)

-เจนฯ 7 รหัสตัวถัง G70 ทำตลาดช่วงปีค.ศ. 2022 ถึงปัจจุบัน (First Fully-Electric BMW 7 Series)

เกี่ยวกับ BMW The i7 xDrive60 M Sport by Millennium Auto

คอนเซปต์

-BMW The i7 เป็นลักชัวรีซีดานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของสายพันธุ์ 7 Series

-เปิดตัวภายใต้คอนเซปต์ “Forwardism” (การมุ่งสู่โลกอนาคต)

-อักษร “i” สำหรับ BMW สื่อถึงการเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

-“i” ย่อจากคำว่า Intelligent (ฉลาดล้ำ) และ Innovation (นวัตกรรม)

-ผสมผสานระหว่างความหรูหราระดับสูงสุดของลักชัวรีซีดานในสายพันธุ์ 7 Series
เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

 

รูปลักษณ์

-มิติตัวถัง ยาว x กว้าง x สูง (5,391 x 1,950 x 1,544) มิลลิเมตร

-ไฟหน้าแบบแยกส่วน เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ประดับด้วยคริสตัล Swarovski

-ดีไซน์ด้านหน้าสะท้อนทิศทางการออกแบบรถยนต์กลุ่มลักชัวรีของ BMW ยุคใหม่

 

ห้องโดยสาร

-ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส

-ห้องโดยสารอัลตราลักชัวรี ตกแต่งด้วยหนังแท้ Merino, คริสตัล Swarovski
และหลังคาพาโนรามิกสกายเลานจ์

-เบาะหลัง Executive Lounge ปรับเอนได้ พร้อมฟังก์ชันนวด อุ่น และระบายอากาศ

-ระบบ BMW iDrive 8.5 พร้อมจอ Curved Display 14.9 นิ้ว + 12.3 นิ้ว

-ระบบสั่งงานด้วยเสียง ‘Hey BMW’

-จอสัมผัสแบบ Interaction Bar พาดยาวบนแดชบอร์ด

-จอหลังแบบ Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว (8K) พร้อมระบบเสียง 4D Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System 36 ลำโพง

-รองรับ Amazon Fire TV และ HDMI พร้อมระบบปรับเบาะ/ม่าน/ไฟห้องโดยสาร
ผ่านทัชสกรีนบริเวณประตูหลัง

 

สมรรถนะ

-ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากมอเตอร์คู่ทรงพลัง 544 แรงม้า (HP)

-อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

-ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม./ชาร์จ (WLTP)

-รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 195 kW (10–80% ใช้เวลาประมาณ 34 นาที) และ AC 22 kW

-ช่วงล่างถุงลมแบบอะแด๊ปทีฟ

-ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัตโนมัติ

 

You can share this post!