เครือ PSH ผนึก “นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ” ร่วมเสวนา เผยระบบ“พรีคาสท์” นวัตกรรมเสริมแกร่งบ้าน ต้านไหวทุกภัยพิบัติ ระบุแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกาย เกิดทุก 80-90 ปี ย้ำ“ภูเก็ต”ยังปลอดภัยจากสึนามิ
อสังหาริมทรัพย์

เครือ PSH ผนึก “นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ” ร่วมเสวนา เผยระบบ“พรีคาสท์” นวัตกรรมเสริมแกร่งบ้าน ต้านไหวทุกภัยพิบัติ ระบุแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกาย เกิดทุก 80-90 ปี ย้ำ“ภูเก็ต”ยังปลอดภัยจากสึนามิ

เมื่อภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมาทำให้ผู้คนต้องหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยมากขึ้น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) หรือ PS จึงร่วมมือกับ  บริษัท อินโน  พรีคาสท์ จำกัด ในเครือบริษัท พฤษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ PSH จัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ "เมื่อแผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป...บ้านแบบไหนเอาอยู่?" หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือ การพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยี “พรีคาสท์” (Precast) ซึ่งเป็นระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจากอินโน พรีคาสท์ ที่ได้รับการวิจัยและทดสอบจาก AIT (Asian Institute of Technology) ว่าสามารถรองรับแรงแผ่นดินไหวได้จริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยในยุคที่แผ่นดินไหวอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ด้วยคุณสมบัติผนังรับแรงได้ดี ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ แข็งแรงกว่าอิฐมอญทั่วไปถึง 3 เท่า ซึ่งพรีคาสท์ที่ผลิตในโรงงานที่มีระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ สามารถควบคุมคุณภาพได้แม่นยำทุกชิ้นส่วน กันไฟได้มากถึง 2 ชั่วโมง กันเสียงได้ดีขึ้น 33%

 

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯชี้ทางออกสำหรับบ้านปลอดภัยยุคใหม่

ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมคอนกรีตหล่อสำเร็จไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรโครงสร้าง เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่อยู่บนรอยเลื่อนหลักของโลก แต่ก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านอยู่เสมอ แม้แต่ในกรุงเทพฯ ที่อยู่ห่างจากรอยเลื่อนหลายร้อยกิโลเมตร หรือแม้กระทั่งเป็นพันกิโลเมตร ก็ยังตรวจพบแรงสั่นสะเทือนชัดเจนหลายครั้ง โดยเฉพาะอาคารสูงหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ออกแบบให้รองรับแรงจากแผ่นดินไหวอย่างเหมาะสม ดังนั้น การเตรียมพร้อมผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมจึงเป็นเรื่องจำเป็น

“เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ไม่ใช่เกิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพียงแต่เหตุการณ์นี้มาเกิดกับช่วงปี 2568 ซึ่งรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) หนึ่งในรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault)และอันตรายที่สุด อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ที่มีความยาวถึง 1,200 กิโลเมตร ทอดตัวในแนวเหนือจรดใต้ผ่ากลางประเทศเมียนมา ซึ่งจะพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงทุกระยะเวลา 80-90 ปี โดยรอยเลื่อนนี้เกิดขึ้นได้สูงสุด 8.5 แมกนิจูด ซึ่งประเทศไทยถือว่ายังไม่ปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเหตุการณ์แบบนี้ก็ยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งแผ่นดินไหวนั้นไม่สามารถรู้ล่วงหน้า ต่างจากสึนามิ ที่สามารถแจ้งให้รับทราบได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยทะเลฝั่งอ่าวไทยจะมีความปลอดภัยจากสึนามิ ขณะที่ทะเลฝั่งอันดามัน จะมีความเสี่ยง และน่ากังวลเป็นอย่างมาก แต่ในประเทศไทยหากจะเกิดสึนามิได้ตั้งระดับ 7.5 แมกนิจูดขึ้นไป แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ง่าย ซึ่งระดับนี้เกาะภูเก็ตยังมีความปลอดภัย เพราะเป็นพื้นที่ดินแข็ง และสึนามิที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเมื่อปี 2547 นั้น อยู่ในระดับที่ 9.1 แมกนิจูด”ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าวต่อว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย ได้มีการแบ่งเป็น 3 พื้นที่หลัก คือ พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ในบางจังหวัด ,พื้นที่ที่เป็นดินอ่อน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น และพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนชัดเจน ได้แก่ พื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ และพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันตก โดยเฉพาะพื้นที่แถบเทือกเขาตะนาวศรี ได้แก่ จ.กาญจนบุรี,จ.ตาก,จ.ราชบุรี และเพชรบุรี เป็นต้น ส่วนจังหวัดที่ไม่ค่อยมีความเสี่ยงจากรอยเลื่อนเลยคือ พื้นที่ภาคอีสาน และภาคตะวันออก 

ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา พบว่ามีเพียง 10 อาคารที่ระบบโครงสร้างได้รับความเสียหาย  แต่พบว่าระบบพรีคาสท์จะไม่ค่อยพบการแตกร้าว ยิ่งบ้านแนวราบยิ่งไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ลูกค้าโครงการที่ใช้ระบบพรีคาสท์ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีความเชื่อมั่นในระบบได้เป็นอย่างดี ดังนั้นสิ่งที่จะปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหวคือ ต้องมีการสร้างอาคารให้แข็งแรง

“โครงสร้างที่แข็งแรงไม่เพียงปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยลดภาระในการซ่อมแซมและฟื้นฟูหลังเกิดเหตุอีกด้วย บ้านยุคใหม่จึงต้องออกแบบให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่สวยหรืออยู่สบาย แต่ต้อง ‘เอาอยู่’ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การออกแบบโครงสร้างอาคารยุคใหม่จึงต้องคำนึงถึงการต้านแผ่นดินไหวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างประเภทพรีคาสท์ จะต้องออกแบบและก่อสร้างจุดต่อที่ยึดชิ้นส่วนทั้งระบบเข้าด้วยกันให้มีความแข็งแรง ลดโอกาสถล่มหรือแตกร้าวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว”ศาสตราจารย์ ดร.อมร กล่าว

 

“พรีคาสท์” เทคโนโลยีบ้านยุคใหม่ ปลอดภัยและลดคาร์บอน

นายทรงศักดิ์ ปิยะวรรณรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน พรีคาสท์ จํากัด กล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีพรีคาสท์ว่า "อินโน พรีคาสท์ “มีโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในไทย ด้วยเครื่องจักรระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบจากประเทศเยอรมนีที่ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำกว่า ซึ่งไม่ได้หยุดแค่การพัฒนาเรื่องความแข็งแรงของผนังพรีคาสท์ แต่ยังเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่นำเทคโนโลยีคาร์บอนเคียว (CarbonCure) จากประเทศแคนาดา มาใช้ในการผลิต ทำให้สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิต โดยไม่ลดทอนคุณภาพของพรีคาสท์ และยังเพิ่มความแข็งแกร่งด้วย โดยบริษัทจะสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ในต้นปี 2569

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ทำให้อินโน พรีคาสท์ ได้รับการรับรองว่าเป็นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำรายแรกและรายเดียวในอุตสาหกรรมพรีคาสท์ของไทย โดยได้รับทั้งฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น บ้านที่ใช้อินโน พรีคาสท์ จึงได้ทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืนในเวลาเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย ESG ของอุตสาหกรรมก่อสร้างสมัยใหม่

ย้ำจุดยืน "ป้องกันดีกว่าแก้" ผลักดันมาตรฐานใหม่สู่ตลาดอสังหาฯ

นายพิเชษฐ วิจิตรชำนาญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS กล่าวถึง แนวคิดการพัฒนาโครงการของพฤกษาว่า การสร้างบ้านในยุคนี้ ไม่ควรเน้นแค่เรื่องฟังก์ชันหรือดีไซน์ แต่ต้องตอบโจทย์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน สำหรับพฤกษาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แบรนด์ให้ความสำคัญกับเรื่องโครงสร้างควบคู่กับดีไซน์และฟังก์ชัน เพราะมองว่าบ้านที่ดีต้องปลอดภัยและอยู่ได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่ต้องอยู่ได้จนถึงลูกหลาน

“แบรนด์พฤกษาไม่เพียงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพการก่อสร้าง แต่ยังอยู่เคียงข้าง ดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกบ้านในทุกสถานการณ์ ในช่วงเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา เราทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่เช็กโครงสร้างของโครงการต่าง ๆ โดยทีมวิศวกรทันที เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกบ้านในเรื่องความปลอดภัย พร้อมให้คำปรึกษาแก่ลูกบ้าน รวมถึงประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ซึ่งจากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นช่วยตอกย้ำแนวคิดของเราว่าการก่อสร้างบ้านควรเน้นแนวทางการป้องกันมากกว่าแก้ไข เราจึงมุ่งมั่นผลักดันให้ทุกโครงการของพฤกษาหรือแม้กระทั่งตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม หันมาใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์ให้มากขึ้น และกระตุ้นให้คนที่คิดจะซื้อหรือสร้างบ้าน คำนึงถึงเรื่องวัสดุและความแข็งแรงของบ้านด้วย"นายพิเชษฐ กล่าว

สัมผัสประสบการณ์จริงกับ "บ้านที่อยู่ได้จริงในทุกสถานการณ์"

โดยโครงการ “พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน” ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดเสวนาครั้งนี้ นอกจากจะเป็นทาวน์โฮมพรีเมียม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 8 ไร่เศษ ที่โดดเด่นด้วยหน้ากว้างถึง 10 เมตร ความสูง 3.5 ชั้น ขนาดตั้งอต่ 35-50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ 340 ตารางเมตร ฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน ราคาตั้งแต่ 14-20 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 700 กว่าล้านบาท บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อกับเส้นทางสำคัญหลายสาย พร้อมแนวคิด Biophilic Design ที่ผสานธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัย รองรับชีวิตสมดุลแบบ Work-Life Harmony อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้พิเศษกว่าโครงการอื่น คือ การนำระบบพรีคาสท์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในงานโครงสร้าง รวมทั้งผนังภายนอกและภายใน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็น “บ้านที่อยู่ได้จริงในทุกสถานการณ์” แม้ในยามที่เกิดแผ่นดินไหว ผนังรับแรงได้ดี ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ แข็งแรงกว่าอิฐมอญทั่วไปถึง 3 เท่า สร้างด้วยพรีคาสท์จากระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ สามารถควบคุมคุณภาพได้แม่นยำทุกชิ้นส่วนจากโรงงาน กันไฟได้มากถึง 2 ชั่วโมง เก็บเสียงดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก กันเสียงได้ดีกว่าก่ออิฐทั่วไป 33% โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดพรีเซลในเดือนกรกฎาคม 2568 นี้

การจัดงานเสวนาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของพฤกษาในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่ความปลอดภัยและความยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีพรีคาสท์เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย

 

 

You can share this post!