“อรรถวิท รักจำรูญ” ยกเครื่อง ‘บขส.’ สู่ยุคใหม่ของระบบรถโดยสารไทย
สัมภาษณ์พิเศษ

“อรรถวิท รักจำรูญ” ยกเครื่อง ‘บขส.’ สู่ยุคใหม่ของระบบรถโดยสารไทย

ในโอกาสครบรอบ 95 ปี บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) หนึ่งในองค์กรด้านการเดินทางที่อยู่คู่ชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ได้เดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะไทย โดยมีแผนว่าในวันที่ 9 เดือน 9 นี้ บขส. จะเปิดตัวรถโดยสารใหม่ 99 คัน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมเป้ารายได้แตะ 3,500 ล้านบาทใน 2 ปี

“บขส. ในวันนี้ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการรถทัวร์ แต่เป็น ‘ฟันเฟืองสำคัญ’ ของการเดินทางที่เชื่อมโยงประเทศทั้งระบบ” คือคำกล่าวของ นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่เปิดใจกับทีมข่าวถึงแผนการเปลี่ยนโฉมองค์กรในทุกมิติ

รถใหม่ 311 คัน ลดต้นทุน – เพิ่มประสิทธิภาพ – ช่วยลดมลพิษ

กรรมการผู้จัดการใหญ่ เผยว่า เราดำเนินการจัดหารถโดยสารใหม่ครบ 311 คันแล้วครับ เป็นสัญญาเช่าพร้อมบำรุงรักษา 5 ปี วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มทยอยรับรถล็อตแรก 99 คันในวันที่ 9 กันยายนนี้ และจะรับมอบครบทั้งหมดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

รถใหม่ทั้งหมดนี้จะเข้ามาทดแทนรถเดิม 250 คันที่ใช้งานมานาน ทำให้สิ้นปีนี้ บขส. จะมีรถในฟลีทรวม 355 คัน แบ่งเป็นรถให้บริการภายในประเทศ 311 คัน (รถใหม่ทั้งหมด) และรถให้บริการระหว่างประเทศ 44 คัน

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่จำนวน แต่เป็น “คุณภาพ”

รถใหม่เหล่านี้ใช้ เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 (Euro V) ซึ่งเป็นรุ่นแรกในไทย ช่วยลดมลพิษและลดภาระโลกร้อน อีกทั้งยังใช้ เกียร์อัตโนมัติ ช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ 20–30% ต่อปี ที่สำคัญช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงได้ถึง 100 ล้านบาทต่อปี

หมอชิต 2 เปลี่ยนโฉม ปรับปรุงทุกมุมเพื่อการเดินทางของทุกคน

เราต้องการให้หมอชิต 2 เป็นสถานีที่สะท้อนความใส่ใจในประสบการณ์ของผู้โดยสาร โดย บขส. ได้ปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) ในหลายจุด อาทิ

• ปรับปรุงพื้นที่จำหน่ายตั๋ว
• ทาสีพื้นชานชาลาใหม่
• เปลี่ยนเก้าอี้นั่งรอ
• ติดตั้งลิฟต์โดยสารบริเวณชานชาลา
• เพิ่มจุดชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์
• ติดตั้งจอ LED แสดงตารางเดินรถ
• เพิ่มเครื่องสแกนกระเป๋าสัมภาระ
• จัดโซนปลอดภัย (Safe Zone) ให้เฉพาะผู้โดยสารที่มีตั๋วเข้าชานชาลาได้

วางเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาทภายใน 2 ปี

จากรายได้ปัจจุบันที่ปีละประมาณ 1,988 ล้านบาท (แบ่งเป็นรายได้จากการเดินรถ 1,300 ล้านบาท, เชิงพาณิชย์ 500 ล้านบาท, และรับ-ส่งพัสดุ 200 ล้านบาท) บขส. วางเป้าชัดเจนว่า ภายในปี 2569 ต้องมีรายได้แตะ 3,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น

• รายได้จากการเดินรถ: 2,500 ล้านบาท
• รายได้เชิงพาณิชย์: 500 ล้านบาท
• รายได้จากการรับ–ส่งพัสดุภัณฑ์: 500 ล้านบาท

“เราวาง KPI ชัดเจน เพื่อให้ บขส. กลับมาเป็นองค์กรที่ไม่เพียงพึ่งพารัฐ แต่สามารถยืนได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันขาดทุนสะสมลดลงจาก 2,000 ล้านบาท เหลือเพียง 70 ล้านบาทแล้ว และเรามั่นใจว่าในปี 2569 จะสามารถมีกำไรได้” นายอรรถวิทกล่าว

ฟีดเดอร์สู่ระบบขนส่งระดับประเทศ

หนึ่งในหมุดหมายใหญ่ของ บขส. คือการเป็น “ฟีดเดอร์” ที่เชื่อมระบบขนส่งทุกโหมด ทั้งทางบก – ราง – น้ำ – อากาศ โดยเฉพาะแผนเปิดเส้นทางใหม่เชื่อมท่าอากาศยาน เช่น

• ดอนเมือง – พัทยา
• ดอนเมือง – หัวหิน
• สุวรรณภูมิ – พัทยา

ทั้งหมดเพื่อให้เกิดการเดินทาง “แบบไร้รอยต่อ” สู่ความสะดวกอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่

บริการต้องเข้าถึงทุกคน – ส่งต่อความสุขผ่าน “วีลแชร์”

โครงการ “ทุกการเดินทางขับเคลื่อนความสุขสู่คนไทยด้วยวีลแชร์” คืออีกหนึ่งภารกิจที่ บขส. ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมอบรถวีลแชร์ให้กับผู้ด้อยโอกาสทางการเคลื่อนไหวมากกว่า 1,000 คัน และยังคงเดินหน้าต่อไป พร้อมเปิดรับบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ

95 ปีของ บขส. คือจุดเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงใหม่ จากรถทัวร์ธรรมดา สู่ระบบขนส่งอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผู้คนทั่วไทย

You can share this post!