
นายฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า จากการพัฒนาโรงแรมหรู “คิมป์ตัน คีตาเล สมุย” และโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี “ต้นสนวันเรสซิเดนซ์” ในทำเลสะดวกสบายใจกลางเมืองที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด โครงการแคนวาส ไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสแห่งแรกในย่านเพลินจิตที่ผสมผสาน flexible workspace ร้านอาหาร กาแฟ สุขภาพและยิมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยโครงการโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับ 5 ดาวที่กลุ่มแค๊ปสโตน แอสเสทกำลังพัฒนาบนหาดนาใต้ที่กำลังกลายมาเป็น lifestyle luxury destination แห่งใหม่ รวมถึงโครงการใหม่ล่าสุดบนเกาะภูเก็ต “เพย์ลา ภูเก็ต บางเทา” (Peylaa Phuket Bang Tao) มิกซ์ยูสคอนโดมิเนียมที่โดดเด่นด้วยการเป็น Branded Residence ภายใต้การร่วมมือระหว่างบริษัท แค๊ปสโตน แอสเสท จำกัด กับเครือโรงแรมระดับโลกที่จะมาจุดประกายประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย
“เรายึดหลัก “หนึ่งโครงการ หนึ่งแบรนด์” โดยออกแบบให้แต่ละโครงการมีดีไซน์และนวัตกรรมเฉพาะตัว ตอบโจทย์บริบท ตลาดและกลุ่มเป้าหมายของโครงการนั้นอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกแบรนด์มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีตัวตนเป็นของตนเอง” นายฐิติวัฒน์กล่าว
นายฐิติวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 3-5 ปี นับจากนี้ บริษัทฯตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม “ไลฟ์สไตล์” (Lifestyle Real Estate) และ “ฮอสพิทัลลิตี้” (Hospitality Real Estate) โดยจะมุ่งเน้นพัฒนาโครงการโรงแรมและคอนโดมิเนียมที่ผสานประสบการณ์ทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดพัฒนาโครงการในรูปแบบดังกล่าวอย่างชัดเจน ประกอบกับเทรนด์ของตลาดและผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับเรื่องประสบการณ์การอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงเห็นได้จากกลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับโลกมีการเพิ่มแบรนด์โรงแรมใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ตอบสนองไลฟ์สไตล์การพักอาศัยที่แตกต่างจากแบรนด์เดิม
นอกจากนี้ ยังมองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ในกลุ่มฮอสพิทาลิตี้สำหรับเมืองไทย ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะอยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นพระเอกในการสร้างรายได้ให้กับประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้ว่าจะสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ดีมากนัก แต่เชื่อว่าธุรกิจธุรกิจท่องเที่ยวในปี 2568 นี้ยังสร้างรายได้หลักให้กับประเทศเช่นเดิม เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากมาย อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา กระบี่ และเชียงใหม่
“อย่างกรณีจังหวัดภูเก็ตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมากและเติบโตได้อีกยาวนาน เพราะเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงระดับโลก พูดได้ว่า การเติบโตของจังหวัดภูเก็ตไม่ได้พึ่งพิงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยอีกต่อไป แต่มีเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเองอย่างแท้จริง”นายฐิติวัฒน์ กล่าว
นายฐิติวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ก่อตั้ง แค๊ปสโตนฯขึ้นมาเมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบัน พัฒนามาแล้วรวม 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท โดยมองว่า อสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์ในเรื่องของการทำงานที่ไม่ซ้ำกัน เป็นการทำงานที่ต้องตีโจทย์ใหม่ตลอดเวลา เป็นงานที่ท้าทายอยู่เสมอ แม้แต่โครงการลักษณะเดียวกันก็เป็นการตีโจทย์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน และบริษัทไม่ได้พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์เดียวที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ มีเอกลักษณ์และมีซินเนอรจี้ ซึ่งมีกลิ่นอายการผสมผสานกันระหว่างโรงแรมและที่อยู่อาศัย
“ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ได้มองเห็นโอกาสของอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้เพราะความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากที่อื่น ประกอบกับการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ทำให้ภูเก็ตเป็นหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจที่สุดผมเชื่อมั่นในตลาดภูเก็ตมากและเชื่อว่าตลาดจะเติบโตได้อีกยาวนาน ภูเก็ตมีพลังขับเคลื่อนของตัวเอง มีสนามบินนานาชาติ ไม่ว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะเป็นอย่างไร หรือสถานการณ์การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร กระทบต่อตลาดในภูเก็ตน้อยมาก ถึงมีเหตุการณ์อะไรมากระทบ ก็จะกลับมาเติบโตต่ออย่างรวดเร็ว และภูเก็ตจะยิ่งเติบโตได้มากขึ้นหากสถานการณ์ของประเทศมีความแข็งแรงกว่านี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตลาดภูเก็ตยังไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น และขึ้นเป็นรีสอร์ตเดสทิเนชั่นที่ดีที่สุดในเอเชีย เพราะเป็นศูนย์กลางเอเชียด้วย เดินทางมาสะดวกเพราะมีไฟล์ทบินตรงจากหลายๆประเทศ จากจีนก็ใกล้และมาจากยุโรปก็ใกล้ ผมจึงเชื่อมั่นภูเก็ตยังโตไปได้อีกยาวนานแน่นอน”นายฐิติวัฒน์ กล่าว

นายฐิติวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า จากความเชื่อมั่นและเห็นศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต บริษัทจึงพัฒนาโครงการ “เพย์ลา ภูเก็ต บางเทา” (PEYLAA Phuket Bang Tao) ตั้งอยู่บริเวณหาดบางเทา บนพื้นที่ขนาด 10 ไร่ 1 งาน 94.4 ตารางวา ในรูปแบบโครงการคอนโดมิเนียมหรู สูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร ประกอบด้วยห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่เริ่มต้นที่ 45 ตารางเมตร(ตร.ม.) ขนาด 2 ห้องนอน ,พื้นที่ 82 ตร.ม. และ 90 ตร.ม. และห้องพิเศษคอมไบน์ 3 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 127 ตร.ม. ทุกห้องตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่อาศัย จำนวน408 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 3,700 ล้านบาท
“ปัจจุบันกำลังคุยรายละเอียดกับเชนโรงแรมระดับโลกอยู่และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ในเดือนกันยายน 2568 นี้ ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีเอกลักษณ์ สร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่พิเศษสุดและแตกต่างจากทุกโครงการในประเทศ” นายฐิติวัฒน์ กล่าวในที่สุด