อายิโนะโมะโต๊ะ เผยธุรกิจอาหารยังมีความท้าทายจากปัจจัยลบ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ยันยังไม่กระทบธุรกิจบริษัทสร้างผลประกอบการด้วยมูลค่ากว่า 32,663 ล้านบาท ขึ้นแท่นเบอร์ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหารในประเทศไทย พร้อมเดินหน้ากางแผนปี 68 กระตุ้นเศรษฐกิจไทย เสิร์ฟ 3 กลยุทธ์พิชิตใจคนรุ่นใหม่ 1.ขยายตลาดและสร้างการเติบโต 2.หนุนโภชนาการกีฬาให้ทัพนักกีฬาและคนไทย 3.ใช้เทคโนโลยี FarmAI ช่วยลดคาร์บอนสร้างความยั่งยืน ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง ด้านตลาด Food Vendor ปีนี้คาดเติบโตสูงถึง 47% โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว มากกว่า 200,000 ร้านค้า นิยมใช้น้ำซุปปรุงรส “รสดี”มากถึง 80% มั่นใจตลาดยังโตต่อเนื่อง

มร.อิชิโระ ซะกะกุระกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากความท้าทายของ ธุรกิจอาหารในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันมาซื้อสินค้าที่สมเหตุสมผลมากขึ้น และความใส่ใจเรื่อง Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Gen X ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯได้ปรับตัว รับทุกความท้าทาย และการดำเนินงานทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนการลงทุน โดยเฉพาะในเรื่องวัตถุดิบ ในขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่เชื่อว่าในอนาคตคงได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ซึ่งคงต้องนำมาพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามบริษัทฯยังคงพัฒนาสินค้าไปอีกขั้นเพื่อพิชิตใจคนยุคใหม่ ด้วยการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพที่ดีผ่าน "AminoScience" อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทฯเพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหาร

โดยในปีที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ สร้างผลประกอบการด้วยมูลค่ากว่า 32,663 ล้านบาท ขึ้นแท่นเบอร์ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหารในประเทศไทย ประจำปี 2567 โดยในปีที่ผ่านมาได้เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ 248 ล้านมื้อ เติบโต 24% ในกลุ่มนวัตกรรมอาหาร มีผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักและครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดคือ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ* 90% รสดี" 80% และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้* 50% โดยกลุ่มที่มีการเติบโตที่โดดเด่น คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกรดอะมิโน" 30% อาหารแช่แข็ง* 80% (*%ตัวเลขโดยประมาณ)


มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินงานในปี 2568 ว่า จะขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
1.ขยายตลาดและสร้างการเติบโต อายิโนะโมะโต๊ะพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัจจุบันและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ "กินดี มีสุข" มุ่งเสริมแกร่งกลุ่มเครื่องปรุงรสผ่านการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เป็นมิตรเข้าถึงง่าย โดยใช้ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะสร้างประสบการณ์ความสนุกและความอร่อยในการทำอาหาร พร้อมการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่นักชิม ปรับการสื่อสารกาแฟเบอร์ดี้ให้ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน แบบ Ready-to-eat เจาะกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชีวิตรีบเร่งแต่ยังใส่ใจสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดอะมิโน ที่ใช้นวัตกรรมจาก "AminoScience" เพื่อตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของคนในทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ กลุ่มคนที่รักการเล่นกีฬาหรือผู้ที่ใส่ใจด้านสุขภาพและความงาม ด้านเซอร์วิส "แอปพลิเคชัน i-LiveWell - แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน" บริษัทฯ วางแผนผนึกพันธมิตรธนาคาร ประกันสุขภาพ โค้ชสุขภาพ และ telemedicine เป็นต้น
2.หนุนโภชนาการกีฬาให้ทัพนักกีฬาและคนไทย มุ่งสานต่อโครงการ Thailand Victory Project เป็นปีที่ 7 ผ่านการสนับสนุนกีฬาซีเกมส์ 2025 โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญในการดูแลโภชนาการกีฬาและจุดแข็งด้าน "AminoScience"จากญี่ปุ่นสู่ไทย มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนมื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Mealse Kachimeshi) ซึ่งเป็นแผนโภชนาการกีฬาที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เจลพลังงานอะมิโนไวทัลที่อุดมด้วยกรดอะมิโน นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว Ajinomoto Victory Canteen ซึ่งเป็นการปรับลุคใหม่ให้กับ ห้องอาหารของนักกีฬา นำเสนอโภชนาการที่ดี และพื้นที่กิจกรรมสำหรับพัฒนาศักยภาพและปลดล็อกพลังแห่งชัยชนะของทัพนักกีฬาไทย
3.ใช้เทคโนโลยี FarmAI ช่วยลดคาร์บอนสร้างความยั่งยืน ตั้งเป้าลดใช้คาร์บอน พร้อมเพิ่มปริมาณการตรวจสอบกลับ (traceability) จากโครงการ "Thai Farmer Better Life Partner" ขึ้นเป็น 45,000 ตัน หรือประมาณ 30% โดยมีแอปพลิเคชัน FarmAI เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบกลับการดำเนินงานในระบบ ecosystem พร้อมเดินหน้าโมเดล Ajinomoto FD Green one-stop service ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์อย่างครบวงจร ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเกษตร เพิ่มผลผลิตและให้ความรู้แก่เกษตรกรมันสำปะหลังและกาแฟเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการลดคาร์บอนตามเบ้าหมายใน Scope 3

"จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าอายิโนะโมะโต๊ะจะบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนความ"กินดี มีสุข" แก่สังคมไทยผ่านโภชนาการที่ดี ด้วยนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับแนวทางการดำเนินงานที่ดีและลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยและสิ่งแวดล้อมให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างยั่งยืน" มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กล่าว
มร.อิชิโระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านความยั่งยืนบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนทั้งหมด ประกอบด้วย การลดคาร์บอน 92% สำหรับ Scope 1 และ 2 และยังบรรลุเป้าหมายด้านการลดของเสียจากอาหารที่ 82% (1,600 ตัน) ลดการใช้น้ำ 92% และยังจัดทำแคมเปญ Upcycling เก็บกลับพลาสติกได้กว่า 1.5 ล้านชิ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานขายและพนักงานโรงงานเป็นเสื้อที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล และการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้เกือบ 100% ที่โรงงานผลิต

จากความสำเร็จในแบรนด์ดัง แบ่งออกเป็น
กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน: เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น
-สื่อสารด้วย "AjiPanda" ในฐานะ Brand Ambassador ของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะทั่วโลก โดยได้เริ่มมีการสื่อสารกับคนไทย เพื่อเป็นตัวแทนความสุขในการกินและชีวิตที่มีสุขภาพดี
-รสดี: พัฒนาสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้กับผู้บริโภค เช่น "รสดีเมนู แป้งชุบทอดปรุงรสสำเร็จ" สูตรลดการอมน้ำมัน 30%และลดโซเดียม "รสดีมายด์" ลดเกลือลง 15% ให้รสนุ่มนวลเค็มพอดี แต่คงเอกลักษณ์ความเข้มข้น รวมทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้การทำอาหารสะดวกขึ้น เช่น "รสดีซุปก้อน ฮอทพอท รสซุปหม่าล่า"
-เบอร์ดี้: เปิดตัวสูตรเพื่อสุขภาพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเปิดตัว "เบอร์ดี้คาเฟ่" แบบขวด PET สุดเทรนดี้ หนุนชาวไร่กาแฟไทย
ขณะที่กลุ่มธุรกิจใหม่ โดดเด่นด้วยการใช้ AminoScience จัดกิจกรรมเสริมสุขภาพตอบโจทย์ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่
-กลุ่มอะมิโน: "อะมิโนไวทัล วอเตอร์ชาร์จ" เครื่องดื่มชาร์จพลังความสดชื่นกับงานวิ่ง "อายิโนะโมะโต๊ะ อะมิโนไนท์" เสริมการนอนสร้างประสบการณ์หลับลึกแบบ Immersive "อะมิโนมอฟ" สำหรับผู้สูงวัย หนุนการท่องเที่ยวไปพร้อมกับสนับสนุนสังคมผู้สูงอายุที่นับวันจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาเรื่องอาหารที่เหมาะสมกับกระเพาะและลำไส้ของผู้สูงอายุ
-อาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูพร้อมทาน เปิดตัว "อายโนะโมะโต๊ะ ควิก มีล" โจ๊กพร้อมทานสูตรต้นตำรับเจาะคนเมืองพร้อมเตรียมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ
กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและร้านค้า: ขับเคลื่อนวงการสตรีทฟู้ดไทยและร้านอาหารให้อร่อย-สะดวก
-คู่ครัวดูใจร้านอาหาร: "ซุปก๋วยเตี๋ยวรสดี แบบน้ำ สูตรซุปกระดูกหมูเคี่ยวนาน" และ "อายิพลัส ผงนัวสูตรเข้มข้น" ที่ช่วยให้ปรุงอาหารได้อร่อยคงที่
New Business Creation: ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร-ไบโอเทค ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย
-สนับสนุนสตาร์ตอัป และสร้างความต้องการในตลาดใหม่ต่อยอดธุรกิจ

นางสาวพิมพ์สร เลิศอุตสาหกูล ผู้จัดการหน่วยงาน Food Vendor Business กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจตลาดร้านอาหารสตรีทฟู้ด หรือ Food Vendor ในประเทศไทย ว่า มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท จำนวนประมาณ 7 แสน- 1 ล้านร้านค้า โดยจำนวนดังกล่าวเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ประมาณ 20% และข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าในปี 2568 นี้ ตลาด Food Vendor จะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 47% และพบว่าสัดส่วน 80% จะเป็นสินค้าข องบริษัทที่กลุ่มพ่อค้า แม่ค้านิยมใช้ในการปรุงรสอาหาร โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวในประเทศไทย ที่มีมากกว่า 200,000 ร้านค้า ซึ่งแต่ละร้านต้องการให้รสชาติของก๋วยเตี๋ยวมีความแตกต่าง ซึ่งนั่นคือน้ำซุป โดยพบว่าแต่ละร้านจะใช้วัตถุดิบในการปรุงน้ำซุปมากกว่า 10 อย่าง ใน 1 หม้อ และใช้ระยะเวลาในการเคี่ยวนานกว่า 1-2 ชั่วโมง ดังนั้นที่ผ่านมาน้ำซุปแบรนด์รสดี จึงได้รับความนิยมจากร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นจำนวนมาก เพราะจะช่วยให้ลดการใช้วัตถุดิบอื่นๆไปได้ถึง 60-70% อีกด้วย
