"จิรายุ" เปิดศึกใหญ่! ปราบ "บุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า" ดัน 3 มาตรการเด็ด สกัดช่องทางลักลอบนำเข้า-ขาย-ออนไลน์
บทความ - การเมือง

"จิรายุ" เปิดศึกใหญ่! ปราบ "บุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า" ดัน 3 มาตรการเด็ด สกัดช่องทางลักลอบนำเข้า-ขาย-ออนไลน์

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ลั่นพร้อมลุยแก้ไขวิกฤตบุหรี่เถื่อน ชี้สถานการณ์น่าห่วง หลังนโยบายปราบบุหรี่ไฟฟ้าได้ผล ดันบุหรี่เถื่อนโตไม่หยุด เตรียมใช้โมเดลสำเร็จจากบุหรี่ไฟฟ้า ปูพรมกวาดล้างให้สิ้นซาก พร้อมคุมเข้มทุกช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น่ากังวลว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เร่งปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น ทั้งการปิดหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ เพื่อลดอัตราการใช้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน แต่กลับพบว่ามาตรการดังกล่าวได้ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันกลับไปสูบบุหรี่มวน โดยเฉพาะ "บุหรี่เถื่อน" ซึ่งมีราคาถูก หาซื้อง่าย และมีรสชาติที่ตรงใจผู้สูบ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีบุหรี่มวนได้ลดลง

ข้อมูลจากสมาคมการค้ายาสูบไทยตอกย้ำความน่าเป็นห่วงนี้ โดยระบุผลสำรวจบุหรี่ผิดกฎหมายประจำไตรมาสแรก ปี 2568 พบอัตราบุหรี่เถื่อนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 28.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีสองพื้นที่หลักที่น่าจับตา ได้แก่ 1) จังหวัดในภาคใต้ อย่างสตูล สงขลา พัทลุง ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช ซึ่งครองแชมป์ที่มีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อนในจังหวัดสูงสุด เกิน 60% ในขณะที่ 2) กรุงเทพมหานครและปริมณฑล แม้มีสัดส่วนบุหรี่เถื่อนอยู่ที่ 40%-50% แต่ด้วยขนาดของเมืองและจำนวนประชากร ทำให้ 40% ของปริมาณการบริโภคบุหรี่เถื่อนทั่วประเทศมาจากพื้นที่นี้

"รัฐบาลมีความกังวลอย่างยิ่งกับสถานการณ์นี้ และจะเดินหน้าแก้ไขวิกฤตบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจังไม่ต่างจากการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า" นายจิรายุกล่าวเน้น

ถอดบทเรียนความสำเร็จจากบุหรี่ไฟฟ้า สู่การลุยปราบบุหรี่เถื่อน

นายจิรายุยังกล่าวถึงผลสำเร็จจากการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้นโยบายของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งสั่งการให้ดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จนถึงเดือนมิถุนายน 2568 โดยสามารถลดจำนวนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนและดำเนินคดีกับผู้นำเข้าได้จำนวนมาก

"การปราบปรามบุหรี่เถื่อนถือเป็นนโยบายคู่ขนานกับการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้ามาโดยตลอด ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว" โดยมี น.ส. จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลนโยบายหลัก ซึ่งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบด้านการปราบปราม โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อน

นายจิรายุ ยังชี้ถึงปัจจัยที่ทำให้การบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมาย ทั้งบุหรี่ไม่เสียภาษีและบุหรี่ปลอมพุ่งสูงขึ้น ว่าเป็นผลจากการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นของภาครัฐ รวมถึงการยึดของกลางจำนวนมหาศาลที่ลักลอบเข้ามาไม่ได้ ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าขาดตลาดอย่างหนัก จนถึงขั้นเกิดเหตุการณ์บุกโจรกรรมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าในโกดังศุลกากรเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

"เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าขาดตลาด ผู้สูบจำนวนมากย่อมต้องหาทางเลือกอื่น จึงหันกลับไปบริโภคบุหรี่มวนแบบเดิม รวมถึงบุหรี่เถื่อนที่มีราคาถูก ซึ่งต้องยอมรับว่าในพื้นที่จังหวัดสตูล สงขลา พัทลุง ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช มีกลุ่มผู้บริโภคที่สูบบุหรี่หนีภาษีหรือบุหรี่เถื่อนจำนวนมากมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะหาซื้อง่ายและราคาถูกกว่าบุหรี่ถูกกฎหมาย" นายจิรายุกล่าว พร้อมกำชับหน่วยปราบปรามทางท้องทะเลให้เพิ่มความเข้มข้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี

3 กลยุทธ์เด็ด "โมเดลบุหรี่ไฟฟ้า" สู่การปราบปรามบุหรี่เถื่อนเชิงรุก

นายจิรายุมองว่าความสำเร็จในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นต้นแบบและแนวทางในการขับเคลื่อนปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเชิงรุก โดยวาง 3 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้:

* ยกระดับการปราบปรามตามแนวชายแดน: เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนผ่านช่องทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันตก ภายใต้แผนเฉพาะกิจปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย

* กวาดล้างร้านค้าและผู้จำหน่ายบุหรี่เถื่อน: มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมร้านค้าที่ลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เสมือนการปราบปรามบ่อนการพนัน พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง (กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต) กระทรวงมหาดไทย และทหาร ตามแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ

* ปิดกั้นช่องทางออนไลน์: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จะเป็นเจ้าภาพหลักในการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่เถื่อน เพื่อตัดวงจรและช่องทางการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายในโลกออนไลน์

ด้วย 3 กลยุทธ์เชิงรุกนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตบุหรี่เถื่อนให้หมดไป เพื่อปกป้องทั้งสุขภาพของประชาชนและรายได้ของประเทศ

You can share this post!