จัสโค กรุ๊ป ขยายพอร์ตธุรกิจโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ สู่ระดับลักชัวรี แบรนด์ “THE COLLECTIVE” ล่าสุดขยายฐานมากทม.เป็นสาขา 3 ภายใต้ “THE COLLECTIVE One Bangkok”ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้วประมาณ 50% สัญญาเช่าตั้งแต่ 1 เดือน – 3 ปี เป็นบริษัทข้ามชาติ 70% และบริษัทคนไทย 30% ปี 69 จ่อเปิดแบรนด์“The boring office” เพิ่ม เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เน้นให้บริการผ่านระบบดิจิทัลและโรบอท ตั้งเป้าภายใน 5 ปี ขยายธุรกิจ 3 แบรนด์ ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปฟิก ครบ 120-130 สาขา
.jpg)
มร.คง วัน ซิง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสโค กรุ๊ป (JustCo) เปิดเผยว่า การมองหาพื้นที่ทำงานใหม่ขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของพื้นที่ทำงาน” มากกว่า “ราคา” ทำให้ในช่วงหลายปีมานี้ โคเวิร์กกิ้ง-สเปซ (Coworking Space) เป็นที่นิยมอย่างมาก และเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด องค์กรต่างๆ เริ่มมองหาสภาพแวดล้อมการทำงานระดับเกรด A ในที่ตั้งใจกลางย่านธุรกิจ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพมาร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร และเพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบไฮบริด ซึ่งมองว่ากลุ่มคนทำงานยังมองหาพื้นที่ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาแบรนด์ “จัสโค”ซึ่งเป็นโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ ระดับพรีเมียม ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
และเพื่อเป็นการรองรับลูกค้ากลุ่มวัยทำงานระดับลักชัวรีมากขึ้น เมื่อปลายปี 2567 จึงได้เปิดตัวโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ ภายใต้แบรนด์ “THE COLLECTIVE”ขึ้นมา ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานที่เสมือนฮอสพิทอลิตี้ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในโรงแรมระดับหรู โดยเปิดสาขาแรกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนธันวาคม 2567 และหลังจากนั้นได้เปิดสาขา 2 ที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ล่าสุดในปี 2568 ได้รุกขยายฐานมาเปิดตัวที่ประเทศไทย ในโครงการ “วัน แบงค็อก” (One Bangkok) ภายใต้ชื่อ “เดอะ คอลเล็กทีฟ วัน แบงค็อก” (THE COLLECTIVE One Bangkok) ตั้งอยู่บนชั้น 28 ของทาวเวอร์ 4 บนพื้นที่ 2,670 ตารางเมตร ที่ได้รับการรับรองโดยมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับแพลตตินัมและมุ่งสู่การรับรองมาตรฐานอาคาร WELL เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองโดยมาตรฐาน WiredScore และ SmartScore for Neighborhoods ยืนยันถึงการให้บริการเชื่อมต่อดิจิทัลที่ดีที่สุด รวมถึงระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะเหนือระดับ รองรับการดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบ THE COLLECTIVE One Bangkok มีจุดแข็งที่โดดเด่นในการให้บริการและอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจและบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการจัดการรับรองแขกบุคคลสำคัญ, การจัดการประชุม, หรือการเข้าพบบุคลากรคนสำคัญ

พื้นที่ของสาขาเปิดให้บริการรองรับองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง บริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทข้ามชาติ บริษัทเทคโนโลยี หรือสตาร์ทอัพ และฝ่ายบริหารขององค์กรธุรกิจ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ประกอบด้วย ออฟฟิศส่วนตัวพร้อมใช้, ออฟฟิศสำหรับองค์กร, Hot Desk, เลานจ์รับรองแขก, ห้องประชุมอัจฉริยะ, ห้องโทรศัพท์เก็บเสียง, โซนเงียบสงบ, โซนพักผ่อน, พื้นที่จัดอีเวนต์, และแพนทรี ซึ่งตอบโจทย์สำหรับการทำงานในรูปแบบไฮบริด และเหมาะสำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ เพื่อดึงดูดคนเก่งมาร่วมงาน และตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานอีกด้วย
นอกจากทำเลที่โดดเด่น THE COLLECTIVE One Bangkok ยังเป็นโคเวิร์กกิ้ง-สเปซที่ถูกตกแต่งอย่างมีระดับที่ผสมผสานความเป็นไทย ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสถานีวิทยุโทรเลขศาลาแดงแห่งแรกของประเทศไทย ที่มาของชื่อ “ถนนวิทยุ” หรือ Wireless Road ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยและรายละเอียดที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ทุกองค์ประกอบได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความรื่นรมย์ในการทำงาน

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ผู้ใช้บริการจะได้รับ:
-เก้าอี้ Herman Miller Aeron และโต๊ะทำงานปรับระดับได้ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้
-บริการอาหารเช้าระดับกูร์เมต์ทุกวัน และกาแฟจากร้าน Sarnies Bangkok
-บาร์ชา TWG และ Aperitif Hour ทุกวัน
-ทุกวันศุกร์ มี Mixologist บริการชงเครื่องดื่มค็อกเทลเมนูพิเศษ
-ผ่อนคลายไปกับผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราพีจากแบรนด์สกินแคร์สุดหรูอย่าง AESOP
ตั้งแต่การออกแบบภายในไปจนถึงการให้บริการ ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับทั้งประสิทธิภาพการบริการ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า THE COLLECTIVE พร้อมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับพื้นที่ทำงานสมัยใหม่ในประเทศไทย
Private Office สัญญาเช่าประมาณ 1 เดือน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 18,000-20,000 บาท/โต๊ะ หรือหากเช่าระยะเวลา 1 ปี ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท/โต๊ะ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้วประมาณ 50% สัญญาเช่าตั้งแต่ 1 เดือน – 3 ปี โดยแบ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ สัดส่วน 70% และบริษัทคนไทย 30% ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี,ธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์,ธุรกิจไอที และธุรกิจให้บริการต่างๆ เป็นต้น และหากเป็นการใช้บริการในส่วนของโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ ระยะเวลาตั้งแต่ 1-12 เดือน ราคาจะอยู่ที่ 9,500 บาท/คน

และสาเหตุที่บริษัทฯเลือกใช้พื้นที่ใน “วัน แบงค็อก”เพราะมองว่าเป็นทำเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย เพราะจากประสบการณ์เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ที่ได้นำแบรนด์ “จัสโค”มาทำตลาดในประเทศไทยนั้น ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างนี้ จนทำให้ ณ วันนี้ มีจัสโคในประเทศไทยแล้ว 5 สาขา และในปี 2569 บริษัทฯมีแผนที่จะแตกโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ อีก 1 แบรนด์ คือ “เดอะ บอร์ริ่ง ออฟฟิศ” (The boring office) ซึ่จะเป็นโคเวิร์กกิ้ง - สเปซ ที่ไม่มีพนักงานให้บริการ แต่ให้บริการด้วยระบบดิจิทัล ทั้งหมดจะเน้นผู้ที่ต้องการโต๊ะทำงานที่ไม่ได้หรูหราเท่านั้น รวมไปถึงการเน้นให้โรบอทเป็นผู้ให้การช่วยเหลือเมื่อสมาชิกผู้บริการมีปัญหา หรือ สามารถฝากคำถามผ่านระดับดิจิทัลได้ ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว 1 แห่ง ที่ประเทศสิงคโปร์


อย่างไรก็ตามภายในระยะเวลา 5 ปี (2569-2573) บริษัทฯตั้งเป้าจะขยายฐานโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้ได้ 120-130 สาขา จากปัจจุบันอยู่ที่ 50 สาขา ใน 7 ประเทศ ซึ่งในไตรมาส 1/2569 มีแผนที่จะไปเปิดให้บริการที่ประเทศอินเดีย,เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ซาอุดีอาระเบีย,มาเลเซีย,เวียดนาม,ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง อีกด้วย โดยประเทศไทยมีทั้งหมด 6 สาขา ภายใต้ 2 แบรนด์ คือ JustCo และ THE COLLECTIVE โดยจะเน้นเปิดให้บริการเฉพาะในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯเท่านั้น ซึ่งภายใน 5 ปี ในพื้นกรุงเทพฯ จะมีแบรนด์ จัสโค ในสัดส่วน 40% ,เดอะ คอลเล็กทีฟ วัน แบงค็อก สัดส่วน 20% และ เดอะ บอร์ริ่ง ออฟฟิศ สัดส่วน 40% ซึ่งอัตราค่าเช่าของเดอะ คอลเล็กทีฟ วัน แบงค็อก (พื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป) จะสูงกว่า จัสโค (พื้นที่ขั้นต่ำ 2,000 ตารางเมตร) ประมาณ 30% และเมื่อเปิดให้บริการแบรนด์ บอลลี่ (พื้นที่น้อยแล้ว 2,000 ตารางเมตร) แล้ว ราคาจะถูกกว่า จัสโค ประมาณ 20% ซึ่งในปี 2569 บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดโคเวิร์กกิ้ง-สเปซ ในกรุงเทพฯ อีก 2 แห่ง ซึ่งอาจจะตั้งอยู่ในอาคารเกรดเอ หรือ บี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และทำเลว่า เหมาะสมที่จะใช้แบรนด์ไหนไปเปิดให้บริการ

“ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เรามีแผนที่จะนำแบรนด์ ‘เดอะ คอลเล็กทีฟ’ไปเปิดตัวสาขา 4 ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้งบในการลงทุนที่แตกต่างกันไป สำหรับสาขาในประเทศไทยใช้งบลงทุนประมาณ 50,000 บาท/ตารางเมตร”มร.คง วัน ซิง กล่าว
ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการโคเวิร์กกิ้ง-สเปซระดับภูมิภาคของ JustCo สมาชิกของ THE COLLECTIVE สามารถเข้าใช้บริการพื้นที่ของ THE COLLECTIVE ได้ทั้งที่ไทเปและโตเกียว และยังสามารถใช้บริการพื้นที่ JustCo สาขาใดก็ได้ในกรุงเทพฯ และอีกกว่า 50+ สาขาทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับธุรกิจในเครือข่ายของ JustCo ที่มีสาขาอยู่ทั่วเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อโอกาสและความสำเร็จทางธุรกิจได้แบบไร้ขีดจำกัด

"THE COLLECTIVE One Bangkok ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ทำงานธรรมดา แต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนไอเดีย การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และการขับเคลื่อนความสำเร็จในระดับสากล ซึ่งการเปิดสาขาแห่งใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความเป็นเลิศ และยกระดับมาตรฐานของการให้บริการพื้นที่ทำงานระดับโลก” มร.คง วัน ซิง กล่าวในที่สุด