“สิงห์ เอสเตท”เผยตลาดแนวราบลักชัวรียังโตต่อเนื่อง พันธมิตรแห่เจรจาร่วมทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย เตรียมเปิดพรีเซล “S’RIN พรานนก-กาญจนา” บ้านหรูราคา 45-80 ล้านบาท เจาะเศรษฐีฝั่งธนฯ
อสังหาริมทรัพย์

“สิงห์ เอสเตท”เผยตลาดแนวราบลักชัวรียังโตต่อเนื่อง พันธมิตรแห่เจรจาร่วมทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย เตรียมเปิดพรีเซล “S’RIN พรานนก-กาญจนา” บ้านหรูราคา 45-80 ล้านบาท เจาะเศรษฐีฝั่งธนฯ

สิงห์ เอสเตทฯเผยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ขณะที่ภาพรวมตลาดแนวราบลักชัวรีครึ่งปีแรก 68 ยังเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าขยายพอร์ต ครอบคลุมเซกเมนต์ตามแผน โดยเฉพาะโครงการใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก  ล่าสุดเตรียมเปิดตัว “S’RIN พรานนก-กาญจนา” ราคา 45-80 ล้านบาท จำนวน 81 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,300 ล้านบาท พร้อมเปิดพรีเซลในวันที่ 12-14 ก.ย.นี้ คาดถึงปลายปีนี้กวาดยอดขายได้  600 ล้านบาท ด้านการร่วมทุนพันธมิตรยังเปิดโอกาสต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 ราย ตั้งเป้ายอดขาย-รายได้โดยรวมใกล้เคียงปี 67 ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท

 

นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่าจากสภาวะเศรษฐกิจในปี 2568 ที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีการเปิดตัวใหม่ประมาณ 12,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท ลดลงประมาณ 50%  โดยจำนวนดังกล่าวจะเป็นบ้านระดับราคาสูงตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไปประมาณ 40% ซึ่งก็คาดว่าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะฟื้นตัวอีกภายในระยะเวลา 2-3 ปี ซึ่งในส่วนของสิงห์ เอสเตทฯนั้น ที่ผ่านมายอดขายและต้นทุนทางการเงินลดลงเพียงเล็กน้อย แต่เนื่องจากการพัฒนาโครงการของบริษัทฯจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากภาพรวมตลาดอสังหาฯยังไม่ดี ก็สามารถหันไปเน้นธุรกิจสร้างที่สร้างรายได้ระยะยาวได้ จากปัจจุบันที่ธุรกิจอสังหาฯจะสร้างรายได้รวมให้กับบริษัทฯประมาณ 20% ที่เหลือจะเป็นรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักธุรกิจ ที่มีฐานะทางการเงินสูง แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวลูกค้าก็ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีการต่อรองราคาสินค้ากับบริษัทที่มากขึ้น โดยส่วนใหญ่ต้องการได้รับส่วนลดที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตามบริษัทฯยังเปิดโอกาสที่จะร่วมทุนกับพันธมิตรที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ หรือแลนด์ลอร์ด ที่มีโนว์ฮาวในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการร่วมทุนกับกลุ่ม บริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด ในการพัฒนาคอนโดมิเนียมริมเจ้าพระยา “วัน ริเวอร์ พระราม3” มูลค่า 3,000 ล้านบาท พร้อมสวนสาธารณะ 29 ไร่ เมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้กลุ่มวัน เรียลเอสเตทฯสนใจที่จะร่วมทุนกับสิงห์ เอสเตทฯอีกอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะต้องดูองค์ประกอบต่างๆด้วย อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการไทยที่พัฒนาเอง และผู้ประกอบการไทยที่ไปร่วมทุนกับต่างชาติ รวมประมาณ 2-3 ราย ยังให้ความสนใจที่จะร่วมทุนกับบริษัทฯอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่ทั้งนี้บริษัทฯก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดหลายส่วน อีกทั้งยังต้องรอดูสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯในปลายปี 2568 อีกครั้งก่อน จึงจะสามารถสรุปข้อมูลได้

ส่วนแผนการลงทุนของบริษัทฯในปีนี้ ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 4 โครงการ รวมมูลค่า 8,7000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้เปิดครบเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดได้เตรียมเปิดตัวโครงการ S’RIN พรานนก-กาญจนา” ตั้งอยู่ระหว่างถนนพุธมณฑลสาย2-3 บนพื้นที่กว่า 56 ไร่ พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ขนาดตั้งแต่ 126-287 ตารางวา ราคา 45-80 ล้านบาท จำนวน 81 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,300 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 12-14 กันยายน 2568 นี้ คาดว่าจะถึงปลายปีนี้จะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 600 ล้านบาท

“ภาพรวมตลาดครึ่งปีแรกของปี 2568 ตลาดที่พักอาศัยแนวราบระดับลักชัวรียังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เดินขยายพอร์ตธุรกิจที่พักอาศัยแนวราบ ครอบคลุมเซกเมนต์ที่หลากหลายตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการเปิดโครงการใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในวงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยศักยภาพทำเลที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

โดย สิงห์ เอสเตท มีกลยุทธ์ชัดเจนในการขยายพอร์ตธุรกิจให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ระดับลักชูรี ภายใต้จุดยืน Mastering the Luxury ตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพการพัฒนาโครงการ ด้วยแนวคิด Craft to Last ที่พิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมส่งมอบคุณค่า ประสบการณ์ และความสุขที่ยั่งยืนให้ทุกคนในครอบครัว โดยแบรนด์ S’RIN เปิดตัวครั้งแรกในปี 2566 ภายใต้ชื่อโครงการ S’RIN ราชพฤกษ์-สาย 1 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม สำหรับโครงการ S’RIN พรานนก-กาญจนา เป็นโครงการที่พักอาศัยบนทำเลศักยภาพโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ถนนพรานนก – พุทธมณฑลสาย 4  นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ S’RIN ที่สะท้อนถึงการสร้างคุณค่าแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบจากสิงห์ เอสเตท

 

ด้าน นายสิริเกียรติ วาทะพุกกณะ รองผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาด การพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวว่า “S’RIN พรานนก-กาญจนา” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สิงห์ เอสเตท ตั้งใจสร้างสรรค์บ้านภายใต้แนวคิด Infinite Living - บ้านเพื่อทุกการเติบโตไม่มีที่สิ้นสุด ผสานความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ดีไซน์ Mediterranean Revival ถ่ายทอดเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับพรีเมียมลักชูรี ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิตของทุกกลุ่มเจเนอเรชัน และสะท้อนกลิ่นอายเฉพาะของการออกแบบสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนในทุกตารางนิ้วของโครงการ

อีกทั้ง สิงห์ เอสเตทฯ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง SCG, Solar D และ Quattro Design ร่วมเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยในโครงการ “S’RIN พรานนก-กาญจนา” ติดตั้งหลังคาโมเดิร์น Excella จาก SCG ที่ผลิตจากเซรามิคแท้วัสดุคุณภาพที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน คงความสมบูรณ์แบบได้ในระยะยาว มีดีไซน์ร่วมสมัย เส้นสายคมชัดที่ผสานความโมเดิร์นและคลาสสิกได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 5kW คุณภาพดีนำเข้าจาก Solar D ให้กับบ้านทุกหลัง ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในพลังงานสะอาด    รวมถึงพันธมิตรด้านการตกแต่งภายในอย่าง Quattro Design ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านระดับพรีเมียม ซึ่งได้เลือกสรรเฟอร์นิเจอร์จาก Eichholtz แบรนด์ลักชัวรีสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่โดดเด่นด้านดีไซน์  อันประณีต และวัสดุคุณภาพ นำเข้ามาตกแต่งในบ้านตัวอย่าง ภายใต้คอนเซปต์ที่แตกต่างกัน โดยบ้านทุกหลังนำเสนอความงดงามทั้งการมองเห็นและการสัมผัสอย่างแท้จริง

การต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ S’RIN สู่โครงการ S’RIN พรานนก-กาญจนา บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมลักชัวรีสไตล์ Mediterranean Revival  บนทำเลศักยภาพโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามอง และนับเป็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ผสานกับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการด้วยวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของสิงห์ เอสเตท ที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตอบสนองทุกการใช้ชีวิตของลูกค้ากลุ่มลักชัวรีอย่างแท้จริง

ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายและรายได้โดยรวมในปี 2568 ไว้ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท

 

 

You can share this post!