LPS ประกาศก้าวสู่การเป็น “One-Stop Service” ขยายฐานรับงานรีโนเวทอาคารเก่าแปลงโฉมเป็นรร.-คอนโดฯเพิ่มมูลค่า ตั้งเป้าเติบโตเป็น 2 เท่าใน 3ปี
อสังหาริมทรัพย์

LPS ประกาศก้าวสู่การเป็น “One-Stop Service” ขยายฐานรับงานรีโนเวทอาคารเก่าแปลงโฉมเป็นรร.-คอนโดฯเพิ่มมูลค่า ตั้งเป้าเติบโตเป็น 2 เท่าใน 3ปี

แอล พี เอส โปรเจค มาเนจเมนท์ ประกาศขยายฐานธุรกิจก้าวสู่การดูแลครอบคลุมทุกมิติ ทั้งพัฒนาโครงการ บริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง ซ่อมแซม บริการด้านวิศวกรรมอาคารชุด งานบำรุงรักษา และบริการรับบริหารโครงการแบบ “One-Stop Service”ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจระยะ 3 ปี เติบโตเฉลี่ยปีละ 26% มั่นใจในจุดแข็งด้วยประสบการณ์ยาวนานและปรับตัวตลอดเวลา พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำบริการอสังหาริมทรัพย์แบบ ครบวงจรที่ขับเคลื่อนความสำเร็จโครงการอสังหาฯรายใหญ่

 

นายอนุวัฒน์ มณีนพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี เอส โปรเจค มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPS (เดิมเป็นบริษัทในเครือ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ประมาณ 13 ปี รับงานก่อสร้างโครงการให้ LPN 100% ภายหลังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับมาอยู่ในเครือบริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP เพื่อรับงานก่อสร้าง-ซ่อมแซม จากอสังหาฯภายนอก 100%) เปิดเผยว่า  LPS  ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ที่มีประสบการณ์มายาวนาน ได้เตรียมยกระดับสู่การเป็น “One-Stop Service” ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของเจ้าของโครงการในยุคใหม่ โดยที่ผ่านมา LPS ให้บริการครอบคลุมงานที่ปรึกษาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์  งานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง และต่อมาได้ขยายมายังกลุ่มธุรกิจรับเหมาออกแบบ ก่อสร้าง  ปรับปรุง  ต่อเติม  ซ่อมแซม  และบริการด้านวิศวกรรมอาคารชุดครอบคุลมการบำรุงรักษา ซึ่งทำให้มีความพร้อมในการให้บริการแบบ One-Stop Service ได้ในปัจจุบัน 

อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับบริการของ LPS สู่การเป็น “One-Stop Service” คือ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการอสังหาฯ ทั้งโครงการขนาดเล็ก-ใหญ่ มาอย่างยาวนาน  ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในทุกมิติของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารโครงการ เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ พร้อมมุ่งมั่นเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถให้บริการได้ครบวงจรในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการอย่างแท้จริง โดย LPS เคยเป็นหนึ่งผู้ขับเคลื่อนงานพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN และต่อมาในปี 2565 ได้มีการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจ โอนย้าย LPS เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทในเครือ LPP  

ทั้งนี้ แม้ในภาวะปัจจุบันภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวา เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการเติบโตของอสังหาฯ ยังมีหลายเซกเมนต์ที่เติบโตไปได้ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน ฯลฯ รวมถึงตลาดของการ Redevelop ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยการนำอาคารเก่าบนที่ดินที่มีศักยภาพมาปรับปรุงให้ทันสมัย  สามารสร้างคุณค่าและมูลค่าได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน ทั้งในแง่ของการลงทุนและสิ่งแวดล้อม โดยอาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ LPS จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดีขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบบริหารจัดการอาคารที่สอดคล้องกับแนวคิด Smart Building ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าอาคารและตอบโจทย์ด้าน ESG (Environment, Social, Governance) ที่นักลงทุนและผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น

“ปัจจุบัน LPS ได้รับความไว้วางใจจากหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการ Redevelop อาทิ  โครงการ CANVAS 39  ปรับปรุงจากอะพาร์ตเมนต์สู่การเป็นคอนโดมิเนียม ,โครงการปรับปรุงโรงแรมร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง รวมถึงโครงการปรับปรุงคอนโดฯสู่ธุรกิจโรงแรม ฯลฯ  โดยบริการของ LPS จะเริ่มที่ Survey ออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รับเหมาก่อสร้าง ควบคุมงานให้เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้ แล้วส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อนำไปติดแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมา LPS เคยอยู่เบื้องหลังและขับเคลื่อนความสำเร็จให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) โครงการขนาดใหญ่มาแล้ว

“โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LPS ได้ส่งมอบผลงานมาแล้วกว่า 100 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน ซึ่งแต่ละโครงการล้วนสะท้อนถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในประสบการณ์ของ LPS ในบทบาทการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยผลักดันธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตไปพร้อมกัน”นายอนุวัฒน์ กล่าว

LPS ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำในธุรกิจบริการแบบครบวงจรแบบ “One-Stop Service” ด้านการพัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมตั้งแต่งานที่ปรึกษา ออกแบบ งานวิศวกรรม ควบคุมและงานก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบโครงการ  และตั้งใจส่งมอบงานที่ตอบโจทย์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงในกลุ่มคนทุกเจนเนอเรชั่น ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ เช่น  การเปลี่ยนพื้นที่สนามเด็กเล่นให้เหมาะกับผู้สูงอายุ จัดสรรพื้นที่ Mail box ให้รองรับพัสดุออนไลน์ที่มากขึ้น และสร้างมูลค่าใหม่ ๆ ให้โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ Developer และ Property User รู้สึกอุ่นใจเมื่อ LPS เข้าไปดูแล และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะเป็นจุดแข็งของ LPS คือ การเป็นผู้เล่นในตลาดที่มีประสบการณ์มายาวนาน เป็นผู้ทำงานเบื้องหลังให้กับลูกค้ามากว่า 30 กว่าปี ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มที่อยู่อาศัย  โรงแรม  รีเทล   ออฟฟิศ  โรงพยาบาล  warehouse หรือ factory  โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้า กลุ่มที่เติบโตสูงสุด คือ  กลุ่มที่อยู่อาศัย คิดเป็นสัดส่วน  80% ของลูกค้าทั้งหมด รองลงมาคือลูกค้ากลุ่มโรงแรม คิดเป็น 10 และกลุ่มอื่นๆ 10%  และภายใน 3-5 ปี จะตั้งเป้าปรับสัดส่วนลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัย กับกลุ่มอื่นๆ เป็นสัดส่วน 50 ต่อ 50

 

โดยในปี 2568 LPS ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 300 ล้านบาท  เติบโตจากปี 2567 ที่มีรายได้ 200 ล้านบาท โดยจากภาพรวมการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าบริษัทจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่แผนการเติบโตระยะกลางภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่าหรือมากกว่า 600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 26%

 

You can share this post!