วู้ดดี้ เวิลด์ ขานรับเทรนด์รักสุขภาพ เขย่าวงการ Wellness ครั้งใหญ่ ผนึกภาครัฐ-เอกชน ลุยจัดงานมหกรรมสุขภาพแบบครบวงจรครั้งแรกของไทย"Life Expo 2025" ระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์ คาดผู้เข้าร่วมงานทะลุ 20,000 คน และเงินสะพัด 50 ล้านบาท เล็งรุกจัดงานต่างประเทศ นำร่องอินโดนีเซีย ภายใน 2 ปี ตั้งเป้าดันไทยสู่ “Life Hub” ระดับโลกในอนาคต

นายวุฒิธร มิลินทจินดา(วู้ดดี้) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ และอีเวนต์ระดับโลก หรือ Woody World เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ตลาดอุตสาหกรรม Wellness มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น แทนที่จะรอให้เจ็บป่วยก่อน ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะผู้นำด้าน Wellness ระดับโลก ประกอบกับความสำเร็จของ "Life Dot" ที่เป็นรายการทอล์กเกี่ยวกับสุขภาพในเครือ Woody World ซึ่งมีฐานแฟนคลับเป็นคอมมูนิตี้สุขภาพที่แข็งแกร่ง จึงได้ต่อยอดความสำเร็จจากแพลตฟอร์มออนไลน์สู่ออฟไลน์ ด้วยการทุ่มงบประมาณ 22 ล้านบาท จัดงาน “Life Expo 2025” ภายใต้คอนเซปต์ “Come Explore The Better You ค้นพบตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่า” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 นี้ ณ UOB LIVE ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์
โดยงานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงงานเอ็กซ์โปทั่วไป แต่เป็นเส้นทางการเปลี่ยนแปลงเพื่อค้นพบรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีความสมดุลอย่างแท้จริง นอกจากนี้งาน Life Expo 2025 ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเจรจาธุรกิจ (Business-to-Business : B2B) และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ ที่จะช่วยต่อยอดและยกระดับ Wellness ไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในกลุ่ม B2B สัดส่วน 20% และที่เหลืออีก 80% จะเป็นกลุ่ม Business-to-Consumer (B2C) ขณะนี้มีผู้สนใจร่วมออกบูธแล้ว 30 บูธ โดยเป็นแบรนด์ใหญ่จำนวน 10 แบรนด์ แต่ยังมีผู้ต้องการร่วมออกบูธเป็นจำนวนสูงมาก บริษัทฯจึงปรับแผนใหม่ด้วยการแบ่งพื้นที่การจัดงานเพิ่มอีก 20 บูธ รวมเป็นพื้นที่ในการจัดบูธทั้งสิ้น 50 บูธ โดยเป็นองค์กรภาครัฐในสัดส่วน 20% และที่เหลืออีก 80% เป็นภาคเอกชน
สำหรับภายในงาน Life Expo 2025 แบ่งออก 6 โซนหลัก ประกอบด้วย
โซนที่ 1 : Life Code การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกแบบตัวต่อตัว
โซนที่ 2 : Life Wellness ค้นพบชีวิตที่ดีผ่านไลฟ์สไตล์ที่สนุก เช่น Eat Well การกินดื่มที่เหมาะกับตัวเรา, Glow well การดูแลร่างกายให้มีรูปลักษณ์ที่มั่นใจ และ Move Well การออกกำลังกายเพื่อชีวิตที่ยืนยาว
โซนที่ 3 : Life Skills เรียนรู้ทักษะชีวิตจากเวิร์กชอปและกิจกรรม กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ, ความงาม, และสมาธิ
โซนที่ 4 : Life Market แหล่งรวมสินค้าและบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตจากแบรนด์ดังทั้งอาหาร, ของใช้, อาหารเสริม, เทคโนโลยีสุขภาพ, และแพคเกจการดูแลสุขภาพร่างกาย และจิตใจ
โซนที่ 5 : Life Partners โซนนวัตกรรม และเทคโนโลยีสุขภาพจากพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
โซนที่ 6 : Life Stage ผู้นำความคิดจากหลากหลายวงการ ที่จะมาแบ่งปันไอเดีย และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
“อีกไฮไลต์ภายในงาน คือ การเปิดตัวผู้นำเทรนด์ด้านสุขภาพ และไลฟ์สไตล์ นำโดย คุณตั๊ก มยุรา เศวตศิลา, คุณชมพู่ อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต, คุณเกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, คุณปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ และคุณ Ck Cheong ที่จะมาร่วมเปิดมุมมอง และแชร์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจในการสร้างสังคมสุขภาพดี
สู่สุขภาวะที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็มีชาวต่างชาติให้ความสนใจที่จะมาร่วมออกบูธและร่วมเวทีทอล์กด้วย อาทิ ประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะอยากให้ชาวต่างชาติเลือกมาใช้ชีวิตและอยู่อาศัยในประเทศไทยให้นานที่สุด โดยคาดการณ์ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน จะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คนซึ่งยังเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยเป็นหลัก และเม็ดเงินสะพัดภายในงานประมาณ 50 ล้านบาท”นายวุฒิธร กล่าว
นายวุฒิธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเทรนด์อายุยืนยาว (Longevity) อยู่ในขั้นที่บูมเต็มที่ หากประเทศไทยมี Longevity มากที่สุด ก็จะเป็นโอกาสที่มองข้ามไม่ได้ เชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยจะต้องเป็น “Life Hub” หรือ “Life Center”ระดับโลก ซึ่งรวมทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพแบบครบวงจรและในอนาคตประเทศไทยจะต้องประกาศเป็นเมืองแห่ง “Healthling”
นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทฯยังมีแผนไปจัดงานในรูปแบบดังกล่าวยังต่างประเทศด้วย อาทิ อินโดนีเซีย,ญี่ปุ่น,จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะต้องมีการดีลกับพันธมิตรในแต่ละประเทศที่จะได้จัดงาน โดยคาดว่าภายในระยะเวลา 2 ปีนี้จะรุกการจัดงานในประเทศอินโดนีเซีย เป็นประเทศแรก ซึ่งเชื่อว่าภายในระยะเวลา 3 ปีนี้ ประเทศอินโดนีเซียจะมีการตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น
ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า นวัตกรรม คือหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านสุขภาพ ที่มีการใช้เทคโนโลยี AI ในการวินิจฉัยโรค, การพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ทั้งนี้ บพข. พร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพที่มีศักยภาพ เพื่อหนุนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า วว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน Life Expo 2025 ในครั้งนี้ งานนี้เป็นมากกว่ามหกรรมแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เข้ากับอุตสาหกรรมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม เราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมและงานวิจัยของคนไทย จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับการบริการด้านสุขภาพให้ก้าวทันโลก
ทั้งนี้ Life Expo 2025 เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของพันธมิตร ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, Gentix Company, Allergan Company, Novo Nordisk, Health Link และ Interpharma