SPALI วอนรัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการ Quickwin กระตุ้นศก.-ลดหนี้ครัวเรือน ไตรมาส 4/68 จ่อผุด 8 โครงการใหม่ มูลค่า 14,000 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัว “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่”ชูจุดขายเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาท เติมซัปพลายใหม่ในรอบ 5 ปี
อสังหาริมทรัพย์

SPALI วอนรัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการ Quickwin กระตุ้นศก.-ลดหนี้ครัวเรือน ไตรมาส 4/68 จ่อผุด 8 โครงการใหม่ มูลค่า 14,000 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัว “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่”ชูจุดขายเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาท เติมซัปพลายใหม่ในรอบ 5 ปี

ศุภาลัยฯ วอนรัฐบาลชุดใหม่ ทำงานระยะสั้น เร่งออกมาตรการ Quickwin กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดหนี้ครัวเรือน เชื่อปี 68 มีความท้าทายสูง กระทบผู้ประกอบการยอดขาย-รายได้หดทุกราย ไตรมาส 4/2568 เดินหน้าผุด 8 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 14,000 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดตัว “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่”ชูจุดขายราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาท เติมซัปพลายใหม่ในรอบ 5 ปี การันตีผลตอบแทน 5-6% ต่อปี คาดก่อสร้างแล้วเสร็จ-พร้อมโอนกลางปี 2572

 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี ชุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 จะเข้ามาบริหารประเทศ มองว่าไม่ค่อยคาดหวังอะไรมากนัก เพราะเข้ามาบริหารประเทศในระยะเวลาเพียง 4 เดือนหรืออาจจะถึง 8 เดือนเท่านั้น แต่ก็หวังว่าจะมี Quickwin ออกมากให้เห็น โดยที่ไม่นำประเทศไปจำนอง และสามารถช่วยประเทศในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ซึ่งอาจจะออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาระหนี้ครัวเรือน โดยหากผลักดันมาตรการอะไรออกมาได้ ก็จะช่วยได้มาก เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ต้องมองเกมในระยะยาวด้วย คือทุกอย่างต้องสามารถดำเนินการได้จริง ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ต่างๆนั้น สามารถปล่อยกู้สินเชื่อได้มากกว่าที่ผ่านมา จึงอยากให้ธนาคารแต่งละแห่งมีมุมมองที่แตกต่างกัน ก็จะสามารถทำให้ประชาชนกู้สินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้มองว่าในปี 2568 ยังเป็นปีที่มีความท้าทาย มีหลายปัจจัยลบถาโถมเข้ามา แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวรับมือให้ทันกับแต่ละสถานการณ์ สำหรับภาพรวมในช่วงไตรมาส 4/2568 มั่นใจว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯจะมีแนวโน้มที่ฟื้นตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับสถานการณ์ทั้งปี เพราะไตรมาส 4 ถือเป็นเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้ประชานที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย สามารถเลือกซื้อได้ในการที่ถูก เนื่องจากเป็นช่วงที่ 3 สมาคมจัดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด” ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายต่างจัดแคมเปญพิเศษ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่จะพัฒนาโครงการใหม่ทั้งสิ้นรวม 36 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 46,000 ล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะมีการเลื่อนเปิดตัวคอนโดฯย่านพัทยาทั้ง 2 โครงการ ออกไปในปี 2569 แทน เนื่องจากเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชุดใหม่ ดังนั้นจึงต้องรอความชัดเจนก่อน จึงจะเริ่มดำเนินการเปิดตัวโครงการใหม่ และเชื่อว่าสถานการณ์จากปัจจัยลบต่างๆตลอดปี 2568 จะทำให้ยอดขายและรายได้ของผู้ประกอบการทุกรายลดลง ซึ่งศุภาลัยฯเองก็เช่นกัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ จากเดิมตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ 32,000 ล้านบาท และเป้ารายได้ที่ 30,000 ล้านบาท ส่วนงบการซื้อที่ดินของบริษัทฯในปีนี้ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปเพียง 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดฯเป็นหลัก และขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินอีกหลายแปลง

สำหรับไตรมาส 4/2568 นี้ เตรียมเปิดตัว 8 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 14,000 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดฯจำนวน 2 โครงการ และเป็นแนวราบ 6 โครงการ แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 5 โครงการ และต่างจังหวัด 3 โครงการ ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการแนวราบทั้งหมด

ล่าสุดได้เตรียมเปิดตัว โครงการ “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่” ตั้งอยู่บนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน พื้นที่ 5 ไร่เศษ พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ สูง 38 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 35-190 ตารางเมตร ราคา 2.19-18 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 77,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 828 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,650 ล้านบาท โดยโครงการได้ผ่านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในระยะเวลา 2-3 เดือนนับจากนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ได้ประมาณกลางปี 2572

โดยที่ดินแปลงนี้บริษัทฯซื้อมาในราคาประมาณ 260,000 บาท/ตารางวา เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2555-2558 ราคาที่ดินในย่านนี้จะอยู่ที่ประมาณ 130,000-165,000 บาท/ตารางวา ขณะที่ช่วงปี 2559-2565 ราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 145,000-290,000 บาท/ตารางวา  และช่วงปี 2566-2568 ราคาที่ดินได้พุ่งไปที่ 145,000-290,000 บาท/ตารางวา  แต่ที่ดินแปลงนี้มีข้อเสียอยู่ 1 ประการ คือ สามารถสร้างได้เพียง 38 ชั้น และจะเป็นโครงการแรกที่สำนักงานขายไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ ซึ่งทำให้ลดต้นทุนด้านที่ดิน (พื้นที่ประมาณ 96 ตารางวา)ได้ประมาณกว่า 1,200 บาท/ตารางเมตร และทำให้ลูกค้าสามารถซื้อคอนโดฯในราคาที่ถูกลงประมาณ 1,000 บาท/ตารางเมตร

ทำเลนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงข่ายการเดินทางสำคัญของฝั่งธนบุรีที่มีศักยภาพสูงในเชิงคมนาคม เชื่อมต่อเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจ สาทร–สีลม ได้อย่างสะดวกเพียง 10 นาที อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รองรับทุกการเดินทาง สามารถเดินทางข้ามระหว่างฝั่งธนบุรีและพระนครได้อย่างสะดวก ผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และสะพานพระปกเกล้า หรือเดินทางสู่โซนรอบนอก เช่น ถนนราชพฤกษ์, สุขสวัสดิ์, พระราม 2 ได้อย่างไร้รอยต่อ”นายไตรเตชะ กล่าว

อีกทั้งโครงการตั้งอยู่ใกล้ MRT สายสีม่วงใต้ (เตาปูน–ราษฎร์บูรณะ) สถานีรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ในระยะเพียง 350 เมตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดใช้งานในปี 2572 สอดคล้องกับกำหนดแล้วเสร็จของโครงการคอนโดมิเนียม ทำให้ลูกค้าสามารถเริ่มต้นการอยู่อาศัยพร้อมระบบขนส่งมวลชนใหม่ได้ทันที ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือ BTS สายสีเขียว สถานีวงเวียนใหญ่ หรือโพธิ์นิมิตร ก็อยู่ในระยะเพียง 900 เมตร ซึ่งเชื่อมตรงเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน โดยโครงการได้จัดเตรียมบริการ Shuttle Bus รับ–ส่งจากโครงการถึงสถานี BTS โพธิ์นิมิตร เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ทำเลบริเวณนี้ยังอยู่ในแนวการพัฒนาระบบรางสำคัญในอนาคตอย่าง MRT สายสีส้มฝั่งตะวันตก (บางขุนนนท์–มีนบุรี) ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานครบจะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงตะวันออก–ตะวันตกที่สำคัญของเมือง และมีแนวโน้มจะกลายเป็น จุด Interchange หลักฝั่งธนบุรี ที่เชื่อมต่อหลายสายหลักเข้าด้วยกันในระยะเดินทางสั้น ส่งผลให้ศักยภาพของพื้นที่โดยรอบเพิ่มขึ้นทั้งในด้านความสะดวกของการเดินทาง และมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

“หากพิจารณาภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมปี 2567 เฉพาะเขตคลองสานซึ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน พบว่าอัตราการดูดซับ (Absorption Rate) ยังคงสูงเกินกว่ามาตรฐานตลาดโดยรวม สะท้อนถึงความต้องการแท้จริง (Real Demand) ที่ยังคงอยู่ ขณะที่ซัปพลายในโซนนี้กลับมีจำกัด โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางบน ที่เน้นยูนิตขนาดเล็ก (Studio-1 Bedroom) ส่วนราคาขายเฉลี่ยในพื้นที่นั้นกระโดดไปที่ระดับ 106,000 บาท/ตารางเมตร แต่ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารต้นทุน ทั้งด้านราคาที่ดินและค่าก่อสร้างทำให้ ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน-วงเวียนใหญ่ สามารถเปิดขายในราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 77,000 บาท/ตารางเมตร โดยรูปแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 35 ตารางเมตร เริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ และการันตีผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 5-6% ต่อปี โดยพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่าน คอนโดฯในทำเลย่านนี้ที่ราคาขายเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาทมีสัดส่วนเพียง 11% เท่านั้น  ซึ่งเรามองศักยภาพฝั่งธนฯ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องทำเล แต่คือ ‘จังหวะที่ใช่’ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้จริง” นายไตรเตชะ กล่าว

ด้าน นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่” คอนโดมิเนียม High Rise สูง 38 ชั้น สะท้อนการอยู่อาศัยอย่างรอบด้านด้วยแนวคิด “ชีวิตที่มีคลาส ที่นี่มีให้ครบ” ทั้งในด้านของความงดงามของสถาปัตยกรรม และฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตจริง ผังโครงการได้รับการจัดวางอย่างมีกลยุทธ์ โดยอาคารรูปตัว L ทำหน้าที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดในช่วงบ่าย และเปิดรับลมธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย และช่วยลดภาระการใช้พลังงานภายในอาคาร

การออกแบบอาคารเน้นความยอดนิยม ดูดี มีรายละเอียดแบบ Modern Classic ผสมผสานเส้นสายที่สมดุลเข้ากับองค์ประกอบสไตล์หรูหรา อาทิ ซุ้มโค้ง ช่องแสงขนาดใหญ่ และรายละเอียดตกแต่งอย่างบัวผนัง และพื้นผิววัสดุในโทนสีสุภาพเรียบหรู เพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์และภาพลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย โครงการประกอบด้วยห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ 2 ยูนิต และห้องชุดเพื่อพักอาศัย 828 ยูนิต รูปแบบ 1 ถึง 4 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 35–190 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 2.19-18 ล้านบาท โดดเด่นด้วยแปลนและฟังก์ชันของห้องพักถูกออกแบบตามทิศทางแสงและลม เพื่อให้แต่ละยูนิตสอดคล้องกับการใช้ชีวิตจริง อาทิ ยูนิตทิศเหนือ–ตะวันออก รับแสงอ่อน ไม่ร้อน เหมาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตในห้องเป็นหลัก เน้นฟังก์ชันยืดหยุ่น แบ่งสัดส่วนใช้งานได้หลากหลายโดยไม่เน้นครัวหนัก ส่วนยูนิตทิศตะวันตกวางครัวติดผนังนอก ระบายอากาศดี พร้อมห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่แต่งตัวชัดเจน และห้องนั่งเล่นรับแสงเต็มวัน

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ Premium ที่ยกระดับไลฟ์สไตล์อย่างมีรสนิยม อาทิ Digital Door Lock, เครื่องปรับอากาศ 1 Way Cassette Type ที่มาพร้อม PM 1.0 Filter ช่วยกรองฝุ่นละเอียดและเชื้อโรค ห้องครัว Smart Kitchen พร้อม Hob & Hood ด้านสุขภัณฑ์เลือกใช้แบบ Comfort Clean ที่สามารถยับยั้งเชื้อ E.coli และแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ ช่วยเสริมสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัย ติดตั้ง ระบบ Automatic Access พร้อม Facial Scan เพื่อการเข้า–ออกอาคารที่ปลอดภัยและไร้สัมผัส CCTV ครอบคลุมทั้งโครงการ พร้อม ระบบกล้อง LPR (License Plate Recognition) สำหรับควบคุมการเข้า–ออกของรถยนต์อย่างแม่นยำและปลอดภัย

ใช้ชีวิตอย่างมีระดับในทุกวันกับ Modern Living Standard ด้วย Personal Storage (พื้นที่เก็บของส่วนตัว), Drop Delivery,  ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และสามารถรองรับ EV Charger ด้านพื้นที่ส่วนกลาง สามารถรองรับกิจกรรมของทุก Generations โดยมีทั้ง Lobby ขนาดใหญ่, Premier Fit Studio, Prime Infinity Edge Pool, The Social Lounge, พื้นที่พักผ่อนลอยฟ้า “Crown Sky Lounge” และพื้นที่เสริมสร้างพัฒนาการและจินตนาการอย่าง “Play Space” นอกจากนี้ ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่ ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง อาทิ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, ไอคอนสยาม รวมถึงเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำ รายล้อมด้วยสถานศึกษาคุณภาพหลายแห่ง เช่น โรงเรียนศึกษานารี, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก และโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ใกล้โรงพยาบาลชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ และโรงพยาบาลพญาไท 3  อีกทั้งโครงการนี้ผ่านการพิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อย สะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและบริบทของชุมชนโดยรอบ

 

You can share this post!