“DITP” แถลงความสำเร็จ โครงการ Special Task Force เตรียมบุกตลาดศักยภาพใหม่ ตามนโยบาย “Quick Big Win”
พาณิชย์

“DITP” แถลงความสำเร็จ โครงการ Special Task Force เตรียมบุกตลาดศักยภาพใหม่ ตามนโยบาย “Quick Big Win”

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมบุกตลาดศักยภาพใหม่รายสินค้า ตามนโยบาย “Quick Big Win” เผยความสำเร็จ ยกทัพเอกชนบุกตลาด 4 ภูมิภาค สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท หนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย ช่วยผู้ประกอบการแข็งแกร่ง

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มอบให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผลักดันการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มมูลค่าการส่งออก รักษาตลาดเดิม และบุกตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์นโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล กรมฯได้จัดทำโครงการ “Special Task Force: STF” ที่สามารถสร้างมูลค่าคำสั่งซื้อ 3,028.56 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้เกือบ 2 เท่า ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระจายรายได้ลงสู่อุตสาหกรรมและช่วยพยุงการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ

ซึ่งโครงการ Special Task Force เป็นมาตรการที่ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ โดย DITP ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คัดเลือกตลาดเป้าหมายที่เป็นตลาดศักยภาพใหม่ใน 4 ภูมิภาค โดยการจัดคณะผู้แทนการค้า 5 คณะ ครอบคลุมสินค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ตั้งเป้าผู้ประกอบการ 179 ราย คาดว่าจะได้คำสั่งซื้อราว 1,600 ล้านบาท แต่ผลลัพธ์จริงทะลุเป้ากว่า 3,000 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จสูงมาก

โดยคณะผู้แทนการค้า 5 คณะ ประกอบด้วย
-ลาตินอเมริกา (อาร์เจนตินา ชิลี บราซิล) กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง อาหารกระป๋องและขนมขบเคี้ยว มูลค่า 595.47 ล้านบาท
-ตะวันออกกลาง (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) กลุ่มสินค้าอาหารอนาคต อาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่า 207.33 ล้านบาท
-แอฟริกา (มาลี เซเนกัล โกตดิวัวร์) กลุ่มสินค้าเครื่องจักรกลการเกษตรและเครื่องจักรแปรรูป มูลค่า 796.76 ล้านบาท
-อินเดีย กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร วัสดุก่อสร้าง และสินค้าโครงการใหญ่ มูลค่า 1,329 ล้านบาท
-อินเดีย กลุ่มสินค้าอาหารและอุตสาหกรรมผลิตอาหาร มูลค่า 100 ล้านบาท

นางสาวสุนันทา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลตอบรับจากหลายตลาดเป็นสิ่งที่เราเองก็นึกไม่ถึง เช่น ลาตินอเมริกา โดยเฉพาะอาร์เจนตินาและชิลี ผู้ประกอบการประทับใจมาก ไม่คิดว่าตลาดชิลีจะสนใจสินค้าไทยมากขนาดนี้ มีการเรียกร้องให้เราไปขยายผลต่อ ทั้งตลาดแคริบเบียนและอเมริกากลาง เช่น โคลัมเบีย เปรู เอกวาดอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังสะท้อนว่า การเดินทางไปเปิดตลาดในลักษณะไปเป็นทีมกับภาครัฐทำให้เกิดความมั่นใจและสร้างพลังร่วมหลายรายบอกตรงกันว่าถ้าไปเองคงลำบากซึ่งโครงการ STF ใช้งบประมาณเพียง 33 ล้านบาท แต่สร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจสูงถึง 3,028.56 ล้านบาท ช่วยให้ผู้ประกอบการกว่า 149 รายสามารถยืนหยัดได้ และยังพยุงการจ้างงานในซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ทั้งด้านโลจิสติกส์ บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

สำหรับช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 DITP เตรียมบุกตลาดใหม่เพิ่มเติมอีก 3 คณะ คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 190 ล้านบาท และเสริมความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว ได้แก่
1.จีนตะวันตก (เฉิงตู ฉงชิ่ง สิบสองปันนา) กลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารสัตว์เลี้ยง
2.อาเซียน (เวียดนาม) กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก
3.อินเดีย (มุมไบ) กลุ่มสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม

“นโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เน้นผลลัพธ์ภายใน 4 เดือน หรือ Quick Big Win ทำให้เราต้องวางแผนเจาะตลาดตรงเป้าตรงสินค้า งบประมาณที่จำกัดต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลที่ออกมาพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง” นางสาวสุนันทา กล่าวในที่สุด

You can share this post!