"ศุภจี" ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการส่งเสริมการค้า เพิ่มมูลค่าการส่งออก รักษาตลาดเดิม และขยายสู่ตลาดใหม่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบาย "Quick Big Win" ของรัฐบาล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ต้องขับเคลื่อนการทำงานอย่างบูรณาการ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว โดยเน้นให้กรมฯ ใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data-driven) พัฒนาแนวทางการส่งเสริมการค้ารายสินค้าและรายตลาด พร้อมปรับวิธีการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานตามนโยบาย “Quick Big Win” ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจภายใน 4 เดือน (ตุลาคม 2568 – มกราคม 2569) โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 8,910 ล้านบาท และให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 1,270 ราย
โดยมีมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน ประกอบด้วย
1.เพิ่มมูลค่าการส่งออก รักษาตลาดเดิม บุกตลาดใหม่
2.เร่งเจาะตลาดศักยภาพใหม่ (Special Task Force) ในจีนตะวันตก (เฉิงตู ฉงชิ่ง สิบสองปันนา) อาเซียน (เวียดนาม) และอินเดีย (มุมไบ)
3.เพิ่มมูลค่าการค้าผ่านช่องทาง OBM (Online Business Matching)
4.สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมกิจกรรมขยายตลาดในต่างประเทศ
และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะยังเดินหน้าผลักดัน พันธกิจหลัก 4 ด้าน อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่
1.พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยจัดอบรมเชิงลึกและ Workshop เฉพาะรายสาขา แยกระดับความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าไทย และกลุ่ม YEC เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย
2.สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบ รวมถึงประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าไทยผ่านตราสัญลักษณ์
3.พัฒนาช่องทางการตลาด จัดงานแสดงสินค้านานาชาติในและต่างประเทศทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อทั่วโลก
4.บริการข้อมูลทางการค้า ให้บริการข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดต่างประเทศ พร้อมคำปรึกษาครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ ซึ่ง กรมฯ มี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่ง ทั่วโลก รวมถึง สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการตลาดอีก 3 แห่ง (ฮิโรชิมา ลิมา และปูซาน) และ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ (HTAs) อีก 33 ราย ใน 19 ประเทศ ซึ่งล้วนเป็นเครือข่ายสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานของกรมฯ ในพื้นที่ที่ไม่มี สคต. ประจำการ
"กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลให้เห็นผลลัพธ์ภายใน 4 เดือน เพื่อเร่งกระตุ้นเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดส่งออก และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน" นางสาวสุนันทา กล่าวในที่สุด