BKGI หุ้น "นวัตกรรมแห่งอนาคต"
หุ้น

BKGI หุ้น "นวัตกรรมแห่งอนาคต"

20 มีนาคมนี้ หุ้นน้องใหม่ BKGI หรือ บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจ Bio Technology บริษัทแรกของไทย จะเข้าเทรดในตลาดหุ้นไทย หลังปิดจ็อบขายไอพีโอ 160 ล้านหุ้น ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนแนวโน้มราคาจะเป็นอย่างไร ยังไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าพูดถึงแนวโน้มธุรกิจมีโอกาสจะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการรักษาแห่งอนาคต

กอรปกับ มีกลุ่ม BGI ผู้ให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมระดับโลก เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นเจ้าของนวัตกรรม พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยี และงานวิจัย ซึ่งพร้อมจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในอนาคตของ BKGI ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

หุ้นน้องใหม่ BKGI มีความเป็นมาอย่างไร Full Max จะชวนนักลงทุนไปติดตามรายละเอียดพร้อมๆ กันเลยจร้า....!

*** ความเป็นมา :

BKGI จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 หลังจากนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และกลุ่มผู้ถือหุ้นคนไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจการของบริษัทในกลุ่ม BGI Shenzhen Co., Ltd. (BGI) ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ระดับโลก ที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ ด้วยเทคโนโลยี Next -Generation Sequencing และได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับยีนหรือพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต หรือ ศาสตร์จีโนมิกส์ (Genomics) หากนำมาประยุกต์ใช้ในบริการทางการแพทย์ในไทย รวมทั้งการวางแผนดูแลสุขภาพเพื่อการป้องกันและรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จึงได้จัดตั้ง BKGI ขึ้นด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการห้องปฏิบัติการ และให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ เริ่มต้นจากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดาด้วยวิธี Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) ภายใต้แบรนด์ NIFTY ของ BGI Genomics Co., Ltd. (“BGI Genomics”) ถือเป็นธุรกิจ Bio Technology บริษัทแรกของไทย ที่ให้บริการครอบคลุมทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เกิดจนถึงสูงวัย

ต่อมาในปี 2561 มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดย BGI Tech Solutions (Hong Kong) Co., Ltd. บริษัทในกลุ่มของ BGI เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ และได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ในนาม “คลินิกเทคนิคการแพทย์แบงคอกจีโนมิกส์” จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

การได้กลุ่ม BGI ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้ BKGI ติดปีกบินทางธุรกิจ เพราะเข้ามาสนับสนุนในด้านต่างๆ ทั้ง

- การจัดหาเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งน้ำยาที่ใช้ในการวิเคราะห์

- การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรของบริษัทฯ มีความรู้และความพร้อมในการใช้งานเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้บริการกับลูกค้า

- การวิจัยพัฒนา ทำให้บริษัทฯ สามารถนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทยได้ต่อไป

- ได้รับอนุญาตให้บริษัทฯ ใช้เครื่องหมายการค้าที่กลุ่ม BGI เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพื่อให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น NIFTY, VISTA, NOVA, BGI-XOME, COLOTECT และ SENTIS

*** ลักษณะธุรกิจ :

ปัจจุบัน BKGI เป็นผู้ประกอบกิจการห้องปฏิบัติการ และให้บริการการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1) ธุรกิจการให้บริการตรวจคัดกรองและวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้

- การตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ (Reproductive Health Testing Services) เช่น การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT) และการตรวจคัดกรองพาหะของโรคทางพันธุกรรม

-การตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ (Infectious Related Testing Services) เช่น การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคโควิด-19 และการตรวจภูมิคุ้มกัน

- การตรวจคัดกรองอื่นๆ (Other Testing Services) ได้แก่ การตรวจคัดกรองยีนก่อโรคมะเร็ง และการตรวจคัดกรองโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอื่นๆ

- การให้บริการงานด้านเทคโนโลยี (Tech Solution Services)

2) ธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Other Products) อาทิ ชุดอุปกรณ์สำหรับการเก็บสิ่งส่งตรวจ น้ำยาตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 และน้ำยาตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 และชุดอุปกรณ์สำหรับตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมแบบครบวงจร เป็นต้น รวมทั้งในอนาคต จะมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้กับลูกค้าที่ใช้บริการถอดรหัสทางพันธุกรรมเฉพาะบุคคลอย่างละเอียดตามคำแนะนำของแพทย์


*** โครงสร้างผู้ถือหุ้น :

ภายหลังการเสนอขายหุ้นไอพีโอ BGI Health (HK) Co., Ltd จะถือหุ้น จำนวน 224.4 ล้านหุ้น หรือ 37.40% นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ถือหุ้นจำนวน 73.33 ล้านหุ้น หรือ 12.22% นายรัชพล อัศวินวิจิตร ถือหุ้น 46.37 ล้านหุ้น หรือ 7.73% นายพงศ์พชร ธนบุณยวัฒน์ และกลุ่มเฉลิมวุฒินันท์ ถือหุ้นเท่าๆ กัน จำนวน 44 ล้านหุ้น หรือ 7.33%

*** ผลการดำเนินงาน :

ด้วยความเป็นธุรกิจ Bio Technology บริษัทแรกของไทย และเป็นธุรกิจ New S-Curve ที่สอดคล้องเมกะเทรนด์โลก ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลและรักษาสุขภาพ เพื่อป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งการให้บริการของบริษัทฯ ครอบคลุมทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เกิดจนถึงสูงวัย ทำให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติมโตก้าวกระโดดในอนาคต

โดยในปี 2562 BKGI มีรายได้รวม 121.83 ล้านบาท และขยับขึ้นมาเป็น 134.15 ล้านบาทในปี 2563 และก้าวกระโดดมาเป็น 380 ล้านบาทในปี 2564 ในปี 2565 มีรายได้รวม 320.07 ล้านบาท ส่วนในปี 2566 มีรายได้รวม 247.34 ล้านบาท

ในด้านโครงสร้างรายได้ หัวใจหลัก มาจากการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ มีสัดส่วนมากถึง 85.80% มาจากการตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ 9.45% มาจากงานด้านเทคโนโลยี 3.98% และ 0.77% มาจากการตรวจคัดกรองอื่นๆ

ส่วนกำไรสุทธิ ในปี 2562 จำนวน 15.51 ล้านบาท ปี 2563 จำนวน 13.80 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 105.66 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 75.11 ล้านบาท และปี 2566 จำนวน 32.14 ล้านบาท

ด้าน ฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2562 - 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 53.17 ล้านบาท จำนวน 97.90 ล้านบาท จำนวน 187.74 ล้านบาท จำนวน 247.31 ล้านบาท จำนวน 300.58 ล้านบาท และจำนวน 313.88 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่มีหนี้สินรวมจำนวน 21.79 ล้านบาท จำนวน 54.25 ล้านบาท จำนวน 38.48 ล้านบาท จำนวน 52.90 ล้านบาท และจำนวน 57.20 ล้านบาท ตามลำดับ

ณ สิ้นปี 2566 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 235.82 ล้านบาท คิดเป็น 80.48% ของหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม

***นโยบายการจ่ายเงินปันผล :

บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิ

*** การกำหนดราคาเสนอขายไอพีโอหุ้นละ 1.63 บาท :

พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ เท่ากับ 30.43 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 32.14 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 600.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 0.05 บาท ทั้งนี้ (P/E Ratio) ดังกล่าว ยังมิได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

*** วัตถุประสงค์การระดมทุน :

เงินที่ได้จากการระดมทุนทั้งหมด จำนวน 245.57 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

และนี่คือ ความโดดเด่นของ BKGI เจ้าของธุรกิจ Bio Technology บริษัทแรกของไทย ที่มีแบล็คอัพแน่น ทั้งกลุ่มผู้ถือหุ้นคนไทย ที่นำโดยกลุ่มเลาหพงศ์ชนะ และอัศวินวิจิตร และ BGI ผู้นำศาสตร์ด้านรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ระดับโลก ด้วยเทคโนโลยี Next -Generation Sequencing

หุ้น BKGI ราคาจะร้อนแรงแค่ไหน 20 มีนาคมนี้ มาลุ้นกันจร้า....!

 

 

You can share this post!