.jpg)
มร. โทรุ ฮายามิซุ, Executive Officer & General Manager, ฝ่ายวางแผนธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าร่วมลงทุนกับบริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AP ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้ไม่ได้ตั้งใจเพียงผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่มุ่งมั่นลงทุนลงลึกถึงความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาฯ ผ่านโครงการ “AP OPEN HOUSE” ซึ่งเอพีฯจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับเป็นทศวรรษแห่งภารกิจ ที่เอพีมุ่งยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทย ด้วยการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์คนคุณภาพ และล่าสุดเอพีได้นำตัวแทนนิสิตนักศึกษาผู้ชนะเลิศจาก AP OPEN HOUSE รุ่นที่ 10 บินสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโลกการเรียนรู้กับโครงการอสังหาฯ ระดับโลกภายใต้กลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท
“พันธกิจของมิตซูบิชิ เอสเตท คือการสร้างสรรค์สังคมผ่านการพัฒนาเมือง และการมอบพื้นที่และบริการที่สะดวกสบายให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด ดังนั้น การพัฒนาโครงการของเราจึงไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ที่มีความปลอดภัยด้วยมาตรฐาน ‘Five Eyes’ เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความยั่งยืนและคุณูปการต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย”มร.โทรุ กล่าว
จาก “Unspoken Needs” สู่ “Living Quality”
ไฮไลทต์การดูงานในปีนี้ เป็นการผสานองค์ความรู้ระดับโลกอย่างลงตัวและต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากการที่เอพีฯถ่ายทอด วิธีคิดในการทำความเข้าใจ The Unspoken Needs (ความต้องการและความรู้สึกที่ลูกค้าไม่ได้สื่อออกมา ทั้งในด้านอารมณ์ ความผูกพัน ความสบายใจ และความภูมิใจในการใช้ชีวิต) ซึ่งเป็นหัวใจของการออกแบบโครงการในไทย จากนั้นจึงนำไปสู่การเรียนรู้ แนวคิดหลักด้าน “คุณภาพและความยั่งยืน” ของญี่ปุ่นจากมิตซูบิชิ เอสเตท
.jpg)
สัมผัสประสบการณ์โครงการจริงในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท ณ ประเทศญี่ปุ่น
1.บ้านที่ดีที่ “เข้าใจชีวิตจริง” ไม่ใช่แค่ขนาดที่ใหญ่ ที่โครงการ Komazawa Stage 2 คือบทเรียนของการออกแบบที่เริ่มต้นจากความรู้สึกของลูกค้า ด้วยคอนเซปต์ “ปิดด้านนอกและเปิดด้านใน” เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดในการอยู่อาศัยในเขตเมืองใหญ่ พร้อมดีไซน์พื้นที่อย่างเข้าใจฟังก์ชันและการเชื่อมต่อธรรมชาติ รวมถึงการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น HOMETACT และ AeroTecH มาตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
2.การก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่ใช้ระบบ Seismic Isolation Structure (ระบบโครงสร้างแยกแผ่นดินไหว) ในขนาดที่ใหญ่และมากที่สุด ตัวแทนนิสิตนักศึกษาโครงการ AP OPEN HOUSE รุ่นที่ 10 ได้รับโอกาสพิเศษในการศึกษาเทคโนโลยีนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยดูดซับแรงสั่นไหวและลดความรุนแรงต่อผู้อยู่อาศัยในอาคารสูง การออกแบบดังกล่าวเป็นมากกว่านวัตกรรมด้านโครงสร้าง แต่เป็นการส่งมอบความสบายใจและความมั่นใจสูงสุด ให้แก่ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมอาคารสูงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การได้สัมผัสกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับนี้ แม้ว่าบริบทด้านภัยพิบัติของไทยจะแตกต่างกัน แต่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท ในการเป็นผู้นำด้านคุณภาพ ที่เริ่มต้นจากความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งหลักคิดนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอสังหาฯในทุกพื้นที่ที่เข้าไปร่วมลงทุน โดยปรับให้เข้ากับบริบทที่แตกต่างกัน
3.ความยั่งยืนทางระบบนิเวศใจกลางเมือง ที่ Hotorai Square ซึ่งเป็นโครงการ Biodiversity สำคัญของมิตซูบิชิ เอสเตท เน้นการสร้างความยั่งยืนทางระบบนิเวศผ่านการดีไซน์พื้นที่ที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันระหว่างเมือง ผู้คน ต้นไม้ และสัตว์ที่หลากหลาย โดยมีการเลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ช่วย ดูดซับปริมาณก๊าซเรือนกระจก อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำว่าองค์กรระดับโลกให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ต้องดีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศโดยรวม
.jpg)
เสียงจากเมล็ดพันธุ์คุณภาพ: AP OPEN HOUSE รุ่นที่ 10
นางสาวพริษา ปาวงค์ สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนางสาวชาลิดา ชาวเหนือ สาขาการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เล่าความประทับใจร่วมกันว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ เราไม่เคยคิดเลยว่าบริษัทพัฒนาอสังหาฯ จะให้ความสำคัญกับการเข้าใจความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่าง The Unspoken Needs ของลูกค้าได้มากขนาดนี้ บ้านคุณภาพ ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ที่สุด หรือบ้านที่แพงที่สุด แต่คือความเข้าใจที่ว่าทุกตารางเมตรผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างใส่ใจ เพื่อรองรับทุกการใช้งานจริง ถึงแม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้สื่อความต้องการออกมาก็ตาม นี่คือมาตรฐานคุณภาพที่มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
นายกฤษณพงศ์ เกิดเกษม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,นายปริวัฒน์ บุรวงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, นายณัชพล ร้อยศรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, และนางสาวสุดารัตน์ กิจพิทักษ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สรุปสิ่งที่ได้รับว่า รู้สึกประทับใจในหลักการ Empathy ที่ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาอสังหาฯ ซึ่งทำให้ตระหนักว่า Living Quality ต้องมีความสมดุลทั้งความปลอดภัย ทั้งทางกายและทางใจ ผ่านสภาพแวดล้อมที่ดี การได้ดูงานที่ญี่ปุ่นทำให้เห็นความสำคัญของ ความปลอดภัยจากภัยพิบัติ และความละเอียดอ่อนในการดีไซน์ฟังก์ชันที่คิดมาครบทุกอย่าง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการจะสร้างโครงการที่มีคุณภาพสูงสุดได้นั้น ต้องเริ่มจากการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ และมีมาตรฐานที่ชัดเจนเช่นเดียวกับหลัก Five Eyes เพื่อส่งมอบความสบายใจแก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน
AP THAILAND สร้าง “คนคุณภาพ” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
สำหรับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AP หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนในโครงการ AP OPEN HOUSE ปีที่ 10 เป็นมากกว่าแค่การฝึกงาน แต่คือการสร้าง “คนคุณภาพ” ของอุตสาหกรรม ภารกิจการจุดประกายให้น้องๆ ก้าวเข้าสู่วงการอสังหาฯ และร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เข้าใจ The Unspoken Needs ของคนไทยอย่างแท้จริง การส่งต่อวิสัยทัศน์ระดับโลกนี้จะช่วยให้สามารถมอบ “ที่สุดของ Living Quality ในแบบคุณ” ให้ลูกค้ามีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ และขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน