จากการรายงานข่าวของบีบีซีไทย เกี่ยวกับการที่มีชื่อของ นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “วินเซนต์” ชายเชื้อสายจีน สัญชาติสหราชอาณาจักร และกัมพูชา เป็นประธาน บริษัท ปริ๊นซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) โดยบริษัทแห่งนี้ถูกอัยการสหรัฐ ประจำเขตนิวยอร์กตะวันออก และแผนกความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรม สหรัฐ ได้ยื่นคำร้องทางแพ่งไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เพื่อริบทรัพย์สินเป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.88 ล้านล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกง และการฟอกเงินของนายเฉิน จื้อ
บีบีซีไทยอ้างจากสำนักอัยการสหรัฐ ระบุว่า นายเฉิน จื้อ และผู้บริหารระดับสูงทำให้กลุ่มปรินซ์กรุ๊ป เติบโต กลายเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยชายชาวจีนคนนี้มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับสูงของกัมพูชาหลายคน พบเว็บไซต์ที่มีโลโก้ และชื่อเดียวกันกับ ปริ๊นซ์ กรุ๊ป ของนายเฉิน ที่ระบุว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในไทยด้วยเช่นกัน และได้มีการกล่าวพาดพิงถึง 3 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) คือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ,บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) หรือ SIRI และบริษัท รีชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ซึ่งสร้างความฮือฮา และข้อสงสัยกับทุกคนในแวดวงอสังหาฯและการลงทุนเป็นอย่างมาก และในวันนี้ (17 ตุลาคม 2568) ทั้ง 3 บริษัทอสังหาฯนั้น ต่างได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชน ดังต่อไปนี้

SC แจงไม่มีส่วนร่วมใดๆกับ “Prince Holding Group" และ "เฉิน จื้อ"
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีตามที่ปรากฏข่าวสาร/ข้อมูลในสื่อต่างๆว่า Prince Holding Group ได้ลงทุนในบริษัทและโครงการต่างๆ ของเอสซีฯ รวมถึงมีการเชื่อมโยงระหว่างนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group กับบริษัทฯ นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด โดยบริษัทฯ ไม่เคยมีธุรกรรมใดๆ กับนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group รวมทั้งนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Groupไม่ได้เป็นผู้ลงทุนของบริษัทฯ และโครงการใดๆ ของบริษัทฯ แต่อย่างใด
ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ บริษัทฯ จึงขอให้สื่อและประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ถูกต้อง เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ
บริษัทฯ จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ อย่างถึงที่สุด
จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดระงับการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

SIRI ยันตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่พบข้อมูลในการทำธุรกรรมร่วมกับกลุ่มผู้กล่าวอ้าง
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ได้ส่งหนังสือชี้แจงมาว่า รับทราบถึงการเผยแพร่ข่าวที่มีการกล่าวถึงการลงทุนโครงการอสังหาฯ ไทย ของบริษัทต่างชาติ และมีระบุชื่อโครงการ “คุณ บาย ยู”ในข่าว โดยบริษัทฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบข้อมูลในการทำธุรกรรมของชื่อบริษัทหรือบุคคลที่อ้างอิงในข่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่า ขั้นตอนการทำธุรกรรมในทุกโครงการมีการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ถูกต้องตามกฎหมาย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สอบถาม และส่งข้อมูลมายังบริษัทฯ

RICHY ยันไม่เคยร่วมทำธุรกรรม-ลงทุนกับผู้แอบอ้าง
ด้าน บริษัท รีชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY ชี้แจงว่า กรณีข่าวเชื่อมโยงกับ Mr. Neak Oknha Chen Zhi และ Prince Holding Group ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการอ้างว่า Prince Holding Group มีการลงทุนในบริษัท รีชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ Mr. Neak Oknha Chen Zhi นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง บริษัทฯ ไม่เคยมีการทำธุรกรรมการร่วมลงทุน หรือการถือหุ้นใดๆ ร่วมกับบุคคลหรือกลุ่มบริษัทที่ถูกกล่าวถึง รวมถึงไม่มีความเกี่ยวโยงในเชิงธุรกิจในทุกกรณี
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่ หรือผู้ที่กระทำการใดๆซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ
บริษัทฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่าน โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการกระจายข้อมูลอันเป็นเท็จ