LINE MAN Wongnai เผยภาพรวมตลาด Food Delivery ปี 2569 ว่า ตลาดยังโตต่อเนื่องประมาณ 10-20% ต่อปี พร้อมเดินหน้าตอกย้ำผู้นำตลาด ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เปิดตัว “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรชื่อดัง ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ อัดแคมเปญ "เบอร์ 1 คนละครึ่ง พลัส" หวังใช้พลังความน่าเชื่อถือระดับประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมฉีดสิทธิประโยชน์มหาศาลเพื่อดึงดูดร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะการลดค่า GP ลงมาเหลือเพียง 7% และมอบสิทธิประโยชน์ส่งฟรีสูงสุด 5 กิโลเมตร หวังกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าทั่วไปและการใช้จ่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ เตรียมพร้อมเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส เฟส 2" คาดมีความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังเดือนพ.ย.68 มุ่งเน้นการติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับร้านค้าขนาดเล็ก ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือ POS - การให้ความรู้ด้านการทำบัญชี สร้างความยั่งยืนให้กับร้านค้า หลังสิ้นสุดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งข้อมูลยืนยันว่า โครงการคนละครึ่งสามารถสร้างยอดขายเติบโตให้ร้านอาหารได้จริงถึง 1-5 เท่า และบางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี อันดับ 1 ของไทย เปิดเผยถึงภาพรวมตลาด Food Delivery ปี 2569 ว่า ตลาดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราประมาณ 10-20% ต่อปี สาเหตุหลักมาจากผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในการสั่งอาหาร มีทางเลือกที่หลากหลาย การที่ไม่ต้องขับรถหรือหาที่จอดรถ และพบว่าผู้ใช้งานมีการใช้บริการเพิ่มขึ้นและมีความถี่ในการใช้งานสูงขึ้น
สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”รอบนี้ แม้ว่าจะครอบคลุมร้านค้าหลากหลายประเภท รวมถึงการขนส่ง แต่ Line Man ยังคงมั่นใจว่า ร้านอาหารยังคงเป็นส่วนหลัก ในการใช้จ่าย เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการทุกวันและมีความถี่ในการใช้จ่ายสูง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของโครงการที่ต้องมีการใช้จ่ายวันละ 200 บาท
และจากการทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง เชื่อว่ารัฐบาลกำลังเตรียมการสำหรับ “คนละครึ่ง พลัส เฟส 2” โดยแนวคิดหลักของรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การ Upskill และการให้ร้านค้าที่เข้าร่วมสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Financial) โดย Line Man พร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการ เฟส 2 อย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางดิจิทัลและเครื่องมือ POS (Tool POS) เพื่อช่วยให้ร้านอาหารขนาดเล็กสามารถเข้าสู่โลกดิจิทัลได้ง่ายขึ้น และเห็นข้อมูลรายรับรายจ่ายของตนเอง ซึ่งการติดอาวุธทางด้านเทคโนโลยีให้ร้านค้าขนาดเล็กเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสร้างความยั่งยืน ให้กับร้านค้าขนาดเล็ก หลังจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นสิ้นสุดลง ความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการ เฟส 2 คาดว่าจะมาในช่วง ครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายน 2568
และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในโครงการTop of Form “คนละครึ่ง พลัส” ได้ทุ่มงบประมาณ 300 ล้านบาท เปิดแคมเปญใหญ่“เบอร์ 1 คนละครึ่ง”หนุนกระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงเม็ดเงินจากโครงการได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เข้าร่วมตั้งแต่เฟสแรก และได้รับความนิยมสูงจากทั้งร้านค้าและผู้บริโภค ด้วยระบบที่ใช้งานง่ายและโปรโมชันที่หลากหลาย พร้อมประกาศลดค่า GP(Gross Profit) เหลือเพียง 7% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 และค่า GP 9% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนจบโครงการ พร้อมตอกย้ำความเป็น “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” ด้วยการดึง“หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรชื่อดัง ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านค้าและสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ
“GP เพียง 7% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำและพิเศษ พร้อมทั้งมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้วยการจัดส่งฟรีในระยะทางสูงสุด 5 กิโลเมตร การทุ่มงบประมาณจำนวนมากและการมีพรีเซนเตอร์ชื่อดังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าว่า Line Man เอาจริงเอาจัง และจะทำให้ร้านค้าที่เข้าร่วมมีโอกาสสร้างยอดขายจากโครงการคนละครึ่งได้สูงสุด แม้จะมีคู่แข่งบางรายเสนอ GP 0% แต่ Line Man ก็ได้กันงบประมาณส่วนหนึ่งไปลงทุนในส่วนของคูปองสำหรับผู้บริโภค การทำสื่อประชาสัมพันธ์ และการจัดงานแถลงข่าว เพื่อเน้นการลงทุนในผู้ใช้งาน เนื่องจากสิ่งที่ร้านค้าต้องการอย่างแท้จริงคือยอดขาย”นายยอด กล่าว
ล่าสุดเปิดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหารและปากท้องคนไทย” สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม พร้อมหยิบยกประเด็นจริงที่สังคมกำลังเผชิญ ทั้งความกังวลด้านภาษีและความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเติบโตมากกว่าการเพียงอยู่รอ เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องเป็นระบบ และเหมาะสมกับร้านค้าทุกขนาด โดยมี “คนละครึ่ง” เป็นต้นแบบความร่วมมือที่พิสูจน์แล้วว่าควรได้รับการต่อยอดอย่างยั่งยืน โดยภายในงานมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ได้แก่ นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย, นายคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหารและเจ้าของเพจ ขายดีไปด้วยกัน, นายธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้าน ตำยำยั่ว by โบตั้น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการ และ นางณัฐฐารินทร์ (เจ้เอ๋) เกษมสารพิพัฒน์ ตัวแทนผู้บริโภค และตน ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai พร้อมด้วย ดร.อริสรา กำธรเจริญ ร่วมดำเนินรายการ เพื่อร่วมเชื่อมโยงและถ่ายทอดมุมมองจากทุกฝ่ายแทน “หนุ่ม- กรรชัย กำเนิดพลอย” พรีเซนเตอร์ LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่ง ที่แอดมิตด่วนเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน
สำหรับโครงการคนละครึ่ง พลัส นับเป็นกุญแจสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคที่สั่งอาหารเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN ได้จริง พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่ร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเกือบ 100,000 ร้าน โดยกว่า 60–70% เลือกใช้ LINE MAN ขณะที่กว่า 90% ของยอดการใช้สิทธิคนละครึ่งบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งหมดเกิดขึ้นบน LINE MAN สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาดและความเชื่อมั่นจากทั้งร้านค้าและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
“นอกจากนี้ยังมียอดผู้ใช้งานคนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN จากเฟสที่ผ่านมาทั้งหมดกว่า 7 ล้านสิทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเบอร์ 1 คนละครึ่ง ซึ่งการตัดสินใจเลือก ‘หนุ่ม-กรรชัย’ร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นการจับเทรนด์ได้ทันกระแส เพราะนอกจากจะเป็นคนข่าวขวัญใจคนไทยยังถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ใช้พลังความแมสและความน่าเชื่อถือของคนข่าวระดับประเทศมาขับเคลื่อน จึงเป็นกลยุทธ์ที่เข้าถึง ‘ใจคนไทย’ได้ตรงจุด และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง”นายยอด กล่าว
สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
-รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
-คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด 4,000 บาท
-LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
-เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
-ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
-สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
-ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
-วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
-กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ฝั่งผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ก็ได้เตรียมแคมเปญการตลาดและงบโปรโมชัน เพื่อมอบสิทธิพิเศษด้านส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดมากมายสำหรับออเดอร์จากโครงการคนละครึ่งบนแอป LINE MAN โดยทั้งหมดนี้สะท้อนว่า LINE MAN ไม่ได้เพียงตอกย้ำสถานะ “เบอร์ 1 คนละครึ่ง” แต่ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ พร้อมใช้จุดแข็งในฐานะ “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง และสามารถปรับตัวตอบรับนโยบายภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการร้านอาหารและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตต่อไป
“โครงการ คนละครึ่ง ยังช่วยสร้างการเติบโตให้ยอดขายเฉลี่ย 1-5 เท่า บางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า ตอกย้ำว่าโครงการนี้สร้างการเติบโตที่จับต้องได้และยั่งยืนให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ อีกทั้ง LINE MAN ยังมีการช่วย Up-Skill และ Re-Skill ร้านค้าเพิ่มเติม โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับ Depa เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์จัดการร้าน หรือ POS เพื่อมุ่งสร้างความเติบโตให้ร้านค้า ปูทางไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของร้านค้า ซึ่งทาง LINE MAN มีการสนับสนุนโซลูชันตรงนี้ให้พร้อม นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือร้านค้าในด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ลดค่า GP เหลือ 7%, ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก, อัดงบการตลาด 300 ล้านบาทผ่านแคมเปญต่าง ๆ และสร้างความมั่นใจด้วยพรีเซ็นเตอร์อย่างพี่หนุ่ม-กรรชัย ส่วนการสนับสนุนไรเดอร์จะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดในไรเดอร์เพื่อรองรับปริมาณงานที่มากขึ้น” นายยอด กล่าว

ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า โครงการ"คนละครึ่ง พลัส" เป็นเหมือน "สเตียรอยด์" ที่ฉีดแล้วเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนนี้ และรัฐบาลชุดนี้ ฉลาดและแก้ไขจุดอ่อน จากโครงการที่ผ่านมาได้ดีถือเป็นบทบาทในการร่วมผลักดันร้านอาหารในโครงการได้ผลักดันเรื่องคนละครึ่งอีกครั้งตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่มาก และร้านอาหารต้องการทางรอด โดยมีหลักฐานจากข้อมูลที่ปรึกษาร่วมกับคุณยอด CEO LINE MAN Wongnai สนับสนุนว่ายอดขายร้านอาหารเติบโตขึ้นได้จริงในช่วงที่มีคนละครึ่งความสำเร็จหลังจากผลักดันโครงการคนละครึ่งร่วมกับ LINE MAN ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันรับหลักการ ให้มีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็น ของขวัญที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและ Micro SME อื่น ๆ (ร้านสปา, ร้านตัดผม, ขนส่งสาธารณะ, ชุมชน)
ผลที่ได้คือ ร้านไซซ์ S (ยอดขาย 15,000 - 30,000 บาทต่อวัน) และ Micro SME (ร้านรายได้ไม่เกิน 5,000 ต่อวัน) รวมจำนวนกว่า 600,000 ได้เข้าร่วม ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ขนส่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
เรื่องการเสียภาษีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าเติบโตได้ ซึ่งรัฐก็ควรช่วยเหลือ แม้ว่าร้านเล็กกลัวว่าถ้าบวก 7% ขึ้นไป ลูกค้าจะไม่กิน เพราะต้องขายแพงขึ้น ในความเห็นสมาคมฯคิดว่ารัฐควรให้ Value สร้างแรงจูงใจ และควรขยายการเข้าร่วมของร้านที่มีรายได้ 1.8 ล้านขึ้นไป เพราะตอนนี้ต้นทุนร้านอาหารสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ประกันสังคมที่เจ้าของต้องทำให้ลูกจ้าง

นายคุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน กล่าวว่า โครงการ “คนละครึ่ง พลัส”คือโอกาสทองร้านอาหาร แนะร้านไม่ต้องกลัวภาษี แต่มองว่าเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโต จากเสียงสะท้อนของร้านค้าทั่วประเทศ พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีความลังเลในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมมาก่อนเห็นตรงกันว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีทำให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวกและครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความกังวลบางอย่าง แต่โดยภาพรวมร้านค้าและผู้บริโภคต่างตื่นตัวและรอคอยการกลับมาของโครงการในรอบใหม่นี้อย่างคึกคัก
ในมุมของเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่มียอดขายบน LINE MAN กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มองว่าการเสียภาษีไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการอยู่ในระบบภาษีช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและต่อยอดสู่การขยายกิจการได้ในอนาคต พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร้านอาหารไทยให้แข็งแกร่งในระยะยาว
การใช้เดลิเวอรีเป็นช่องทางที่สะดวกมาก ไม่อยากให้ร้านค้าลังเลที่จะเข้าร่วม ซึ่งจากประสบการณ์การใช้ส่วนตัวมองว่า LINE MAN ตอบโจทย์ ร้านค้ามั่นใจถึงระบบการใช้งานที่เสถียร ไม่ค้าง ซึ่งจากโครงการรอบที่แล้วแอป LINE MAN ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การจัดการร้านเป็นได้สะดวกรวดเร็ว

นายธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการ”คนละครึ่ง พลัส” กล่าวว่า โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เป็นความหวังของผู้ประกอบการ เพราะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และการมีเดลิเวอรียังทำให้ความแออัดหน้าร้านน้อยลง ทำให้ร้านยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า รวมทั้งยังทำให้ร้านเราเป็นที่จดจำมีตัวตนกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การมีรีวิวที่ดีบน LINE MAN ทำให้ร้านเล็กมีศักยภาพสู้กับร้านใหญ่ได้ดีขึ้น
ในส่วนการเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการคือ การเทรนพนักงานว่าไม่ควรจัดการออเดอร์หนึ่งนานเกิน 15 นาที เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าและไรเดอร์ไม่ต้องรอนาน
ความพิเศษของ LINE MAN ในรอบนี้คือ ลดค่า GP เหลือ 7% จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วม เพราะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายได้จริง

นางณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือเจ๊เอ๋ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง กล่าวว่าถึงบรรยากาศความคึกคักจากการเปิดใช้คนละครึ่งวันแรก พร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงถึงภาครัฐ เดินหน้าให้ความรู้ภาษีประชาชน ในมุมมองของผู้บริโภคจากจังหวัดสระบุรี พบว่าผู้ประกอบการร้านค้ามีความคึกคักสูงมาก เพราะการมีคนละครึ่งทำให้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย และยังเป็นโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักเพิ่ม นำไปสู่การต่อยอดโอกาสการขายใหม่ ๆ ในอนาคตแม้โครงการจะจบลงไปแล้ว
โดยเม็ดเงินจากคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไปทุกหย่อมหญ้าในชุมชนได้จริง ถ้าชาวบ้าน ร้านค้า และไรเดอร์ เมื่อยอดมาคึกคักทุกคนก็มีความหวัง ได้เลี้ยงปากท้อง
ส่วนที่ต้องการให้รัฐช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมคือ อยากให้รัฐมาช่วยให้ความรู้เรื่องภาษี เพราะชาวบ้านร้านค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบภาษี ทำให้ร้านค้ากลัวที่จะเข้าโครงการ โดยการให้ความรู้จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ร้านค้าเข้าใจและกล้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และนำไปสู่การเติบโตได้

สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน LINE MAN ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
-รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ LINE MAN ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
-คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด 4,000 บาท
-LINE MAN ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
-เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
-ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
-สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
-ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
-วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
-กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
