“MMM” ดีเดย์เข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก ราคาเปิดเท่า PO 5.50 บาทต่อหุ้น ประกาศย้ำ เป็น “บริษัทนายหน้าอสังหาฯ มือ 1 รายแรก ในตลท.” บน P/E 11.50 เท่า
หุ้น

“MMM” ดีเดย์เข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก ราคาเปิดเท่า PO 5.50 บาทต่อหุ้น ประกาศย้ำ เป็น “บริษัทนายหน้าอสังหาฯ มือ 1 รายแรก ในตลท.” บน P/E 11.50 เท่า

“เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล” ก้าวขึ้นแท่นบริษัทนายหน้าขายที่อยู่อาศัยมือหนึ่งรายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai สำเร็จตามแผน แม้ราคาหุ้นเปิดตัวที่ 5.50 บาทเท่าราคา PO ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน ย้ำความเชื่อมั่นด้วยฐานะ “Growth-Dividend Stock” ที่จ่ายปันผลต่อเนื่อง 6 ไตรมาส พร้อมโชว์ผลงาน 9 เดือนแรกปี 68 กำไรสุทธิทะยานกว่า 155% ด้านผู้ถือหุ้นใหญ่ล็อกอัปหุ้น 100% เป็นเวลา 1 ปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นระยะยาว เตรียมใช้เงินระดมทุนขยายพอร์ต ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ระบุโค้งสุดท้ายปี 68 จ่อเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการกับ 3 อสังหาฯรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในระดับราคา 3-10 ล้านบาท

 

นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด(มหาชน) หรือ MMMปิดเผยว่า บริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษา ด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร ระดับชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่คิด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งสะท้อนถึงธุรกิจในรูปแบบการเป็น “โบรกเกอร์ อสังหาริมทรัพย์” ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกกลุ่มเป้าหมายได้ทุกมิติ โดยมีเครือข่ายนายหน้าอิสระขนาดใหญ่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า รวมทั้งยังสามารถขยายพอร์ตโครงการได้หลากหลาย ควบคุมต้นทุน กระจายความเสี่ยงได้ดี ผ่านการให้บริการ ทั้ง 3 รูปแบบ

1.ที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) โดยเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวให้กับเจ้าของโครงการ

2.การบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว และให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid)

3.การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) ภายใต้กลยุทธ์ทางการตลาด ที่วางโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างความแตกต่าง จากกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการประเภทเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เปรียบเสมือนการเป็น “มินิมาร์ท อสังหาริมทรัพย์”

วันนี้ (7 พ.ย.68)  บริษัทฯ ได้นำหุ้น MMM เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรก หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (PO) จำนวน 64.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท ระหว่างวันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเปิดตลาดที่ราคา 5.50 บาทต่อหุ้น เท่ากับราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (PO) ที่ 5.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งได้การตอบรับที่ดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และศักยภาพการเติบโตในอนาคต สู่การเป็นผู้นำในด้านการเป็นผู้ให้บริการด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ที่สำคัญ MMM ถือได้ว่าเป็นบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  ที่ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนขายที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน และ คอนโดมิเนียม มือ 1 รายแรก ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  

“ราคาหุ้น MMM ที่เข้าซื้อขายวันแรกเท่ากับราคา PO นั้น น่าจะมาจากความผันผวนของตลาด MMM ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตลาดไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ในปลายปี 2566 บริษัทได้พิสูจน์ผลงานมาแล้วว่า MMM เป็นหุ้น Growth Stock และ Dividend Stock บริษัทได้มีการจ่ายปันผลมาต่อเนื่องแล้ว 6 ไตรมาสติด และก็ยังทำกำไรเติบโตได้เป็นเท่าๆ ในปีที่ผ่านมา และบริษัทเชื่อว่าหลังจากที่ได้เม็ดเงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ก็จะยังทำให้เติบโตไปได้อีก  ในนามของคณะผู้บริหาร MMM ขอขอบคุณนักลงทุนที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุนหุ้น MMM  การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ และความสำเร็จของบริษัทฯ ในการนำร่องของการเป็นหลักทรัพย์ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ที่ย้ายเข้าสู่กระดาน mai ซึ่งเป็นการสร้างโอกาส สู่การต่อยอดในอนาคต และเป็นการเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงยังเป็นการช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัทฯ เพื่อขยายการลงทุน อีกด้วย”นางสาวณิชา กล่าว

และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มนางสาวณิชา และนายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ที่ถือหุ้นรวมกัน จำนวนหุ้น 219,997,900 หุ้น หรือคิดเป็น 73.33% ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญ นอกจากติด Silent Period ตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์  กำหนดห้ามขายหุ้นแล้ว สำหรับหุ้นส่วนที่เหลือทางกลุ่มก็จะไม่ขายหุ้นโดยสมัครใจ (Lock Up) ทั้งหมด 100% เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ mai  

ทั้งนี้ สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน จำนวน 287.10 ล้านบาท บริษัทฯ เตรียมนำไปขยายพอร์ตธุรกิจทั้ง 3 รูปแบบการให้บริการ ได้แก่ ธุรกิจที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) บริหารงานขายโครงการ (BU2) บริการแบบ Hybrid รวมถึงการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการซื้อขาย (BU3) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและพัฒนาโครงการในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสการต่อยอดในการขยายพอร์ตโครงการที่หลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทฯ วางแผนสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านการขยายการลงทุนใน 3 รูปแบบธุรกิจ

ล่าสุด บริษัทฯรายงานตัวเลขผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก 2568 มีรายได้จากการขาย และบริการรวม 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่ามา(YoY) ขณะที่กำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.84%(YoY) คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18.33% สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน 

นางสาวณิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในไตรมาส 4/2568 บริษัทยังมีแผนที่จะเตรียมเซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ให้กับบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกจำนวน 3 ราย รวมถึงยังมีบริษัทรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกหลายราย แสดงความสนใจให้บริษัทเข้าไปเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งโครงการที่เข้าไปบริหาร จะเน้นที่ระดับราคา 3-10 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีความเชี่ยวชาญ และสามารถปิดการขายได้เร็ว

“โมเดลธุรกิจของบริษัทเป็นนายหน้า จึงไม่ต้องสร้างเองและไม่ต้องรับภาระต้นทุนดอกเบี้ย หากเกิดปัญหา บริษัทสามารถปรับตัวไปขายทรัพย์สินอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งผลงานในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมายังเป็นข้อพิสูจน์ว่าบริษัทยังสามารถเติบโตได้ในสภาวะที่เศรษฐกิจซบเซา ปัจจุบันเรามีนายหน้าอิสระที่ร่วมงานหลายพันราย และมีนายหน้าที่ทำงานร่วมกันต่อเนื่องประมาณ 300-400 ราย สิ่งนี้ช่วยให้สามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นบริหารโครงการที่ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง ทำให้มีอำนาจในการต่อรองสูงและได้ทรัพย์มาในต้นทุนที่ดี ประกอบการมีเม็ดเงินระดมทุนเข้ามาเพิ่มจะยิ่งทำให้บริษัทสามารถร่วมงานได้กับอีกหลายโครงการ” นางสาวณิชา กล่าว

ด้าน นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวตว่าMMM” จัดเป็นหุ้น Growth Stock และ Dividend Stock ที่มีการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้จุดเด่นและความแตกต่าง ด้วยโมเดลธุรกิจ “มินิมาร์ท อสังหาฯ” รวมถึงความโดดเด่น ในการเลือกอสังหาริมทรัพย์พร้อมขายที่มุ่งเน้นความต้องการของตลาด ที่กระจายความเสี่ยงผ่านการบริหารโครงการที่หลากหลาย ทั้งประเภทที่อยู่อาศัยบ้าน และคอนโดมิเนียม รวมถึงทำเลที่ตั้ง มีอำนาจการต่อรอง สามารถควบคุมต้นทุน จนทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี และภายใต้กลยุทธ์การทำการตลาดผ่านเครือข่ายนายหน้าอิสระขนาดใหญ่ ด้วยค่าตอบแทน Margin-Based Commission ทำให้นายหน้าอิสระสามารถปรับกลยุทธ์การขาย และการตลาด ได้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า จนสามารถปิดการขายและขยายฐานลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ จึงยิ่งตอกย้ำถึงการน่าลงทุนในหุ้นดังกล่าว 

ขณะที่ นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 1 บริษัทหลักทรัพย์  เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ กล่าวว่า  “MMM” มี Business Model ที่โดดเด่น ภายใต้การดำเนินธุรกิจนายหน้ารูปแบบใหม่ สามารถบริหาร  ความเสี่ยงได้ดี เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีภาระดอกเบี้ยจากต้นทุนพัฒนาโครงการ โดยใช้กลยุทธ์ Leverage เพื่อขยายพอร์ตสินทรัพย์สำหรับขายได้ในวงกว้าง และมี Cash Cycle ต่ำ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน  สะท้อนถึงศักยภาพการทำกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ภายหลังจากที่บริษัทฯ แจ้งงบผลการดำเนินงาน งวด 9 เดือนแรก ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 7.22 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ร้อยละ 68.80 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ที่ร้อยละ 59.29 และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 0.03 เท่า ซึ่งราคาเสนอขายหุ้น PO ที่ 5.50 บาท จะมีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price To Earnings Ratio: P/E) จากเดิมที่ระบุในหนังสือชี้ชวนที่ 13.41 เท่า จะลดลงเหลือ 11.50 เท่า ดังนั้นเชื่อว่าจากทิศทางดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทฯ และจะได้การตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

 

 

You can share this post!