3 พันธมิตร ผนึกกำลัง ตั้งบริษัทรุกอสังหาฯ หวังชิงเค้กตลาดวิลล่าหรู บนเกาะภูเก็ต ล่าสุดขยายฐานทำเลอ่าวมะขาม-แหลมพันวา สู่การเป็น "Monaco of Asia" ทุ่มพัฒนาโครงการ “GARDEN ATLAS BAYVIEW” วิลล่าราคามากกว่า 100 ล้านบาทครั้งแรก มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เจาะกลุ่มคนไทย-ต่างชาติ กระเป๋าหนัก จับตาเทรนด์การซื้อรูปแบบใหม่ รวมตัวลงขันซื้อบ้านหลังที่ 10 แบ่งกันมาพักผ่อน หรือปล่อยเช่าชาวต่างชาติ คาดปิดการขายภายใน 3 เดือนหลังบ้านตัวอย่างก่อสร้างแล้วเสร็จ ด้าน CBRE ยืนยัน ตลาดวิลล่าหรูราคา 90 ล้านบาทขึ้นไป มียอดขายพุ่ง 92.8% ในทำเลชายฝั่งตะวันออก สะท้อนดีมานด์จริงจากนักลงทุนที่มองอสังหาฯ เป็นสินทรัพย์สร้างผลตอบแทนสูงจากการปล่อยเช่ากว่า 4,200 ดอลลาร์ต่อคืน และมูลค่าเพิ่มในอนาคต

นายต่อศักดิ์ ใจชื่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การ์เด้น แอทลาส เบย์วิว วิลล่า จำกัด ผู้พัฒนาโครงการพักอาศัยระดับ Ultra Luxury ในจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังจากที่ตน ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารและวางแผนทางการตลาด ร่วมกับพันธมิตรอีก 2 ราย ซึ่งอยู่ในสาขาวิชาชีพสถาปนิกและธุรกิจการเงิน ในจ.ภูเก็ต พลิกวิกฤติช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รุกสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ในจ.ภูเก็ต ด้วยการก่อตั้งบริษัท การ์เด้น แอทลาท ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ขี้นมา และชิมลางนำที่ดินย่านเชิงทะเลที่ซื้อไว้ก่อนหน้านั้น มาพัฒนาโครงการวิลล่าหรู ระดับราคา 35-46 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น 2 เฟสๆแรกพัฒนาจำนวน 7 หลัง และเฟส 2 จำนวน 6 หลัง มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งก็สามารถปิดการขายภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ล่าสุดได้ก่อตั้งบริษัท การ์เด้น แอทลาส เบย์วิว วิลล่า จำกัด ขึ้นมา และนำที่ดินย่านอ่าวมะขาม แหลมพันวา ที่ซื้อไว้ประมาณ 1 ปี จำนวน 16 ไร่ มาพัฒนาวิลล่าหรู ภายใต้แบรนด์ “การ์เด้น แอทลาส เบย์วิว วิลล่า” (GARDEN ATLAS BAYVIEW) ระดับ Ultra Luxury จำนวน 15 ยูนิต ขนาดตั้งแต่กว่า 200-400 ตารางวาขึ้นไป ราคาขายเริ่มต้นที่ 12-200 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยหลังละ 150 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อเก็บไว้เป็นบ้านหลังที่ 10 อาทิ กลุ่มดูไบ และโมนาโค เป็นต้น ซึ่งชาวต่างชาติที่ซื้อบ้านหรูนั้น มักชอบบ้านที่มีพื้นที่ส่วนตัว โดยไม่ต้องไปใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วม โดยผู้ซื้ออาจจะพักอยู่อาศัยเอง หรืออาจซื้อไว้รับรองลูกค้าที่มาเจรจาธุรกิจ ขณะนี้มีลูกค้าคนไทยให้ความสนใจโครงการแล้ว 50% และต่างชาติ 50% โดยบ้านตัวอย่างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2569 และคาดว่าหลังจากนั้นภายใน 3 เดือนจะสามารถปิดการขายโครงการได้ทั้งหมด
“โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นโครงการแรกที่บริษัทเน้นพัฒนาโครงการระดับราคามากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป อาจจะเริ่มเห็นเทรนด์ใหม่ของนักธุรกิจไทยที่รวมตัวกันตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อมาซื้อวิลล่าหรู เป็นบ้านมากกว่าหลังที่ 1 ซึ่งอาจจะเป็นหลังที่ 10 และผลัดกันมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด หรือปล่อยให้ชาวต่างชาติเช่า” นายต่อศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้วิลล่าถูกออกแบบมีฟังก์ชันแบบบ้านขนาดใหญ่ 6 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ 2 ห้องครัว 3 สเปซพักผ่อน 3 ที่จอดรถ 2 สระว่ายน้ำ พร้อมพูลเดย์เบดแบบฮันนีมูนซีท 6 ชุดอยู่ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 6x15 เมตร และมีพื้นที่พิเศษสวนลอยฟ้าพร้อมศาลา โดยสระว่ายน้ำมีการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษแบบยื่นไปในอากาศ และมีพื้นที่สระซีทรูแบบสองด้าน เชื่อมต่อสเปซระหว่างสระชั้นล่างและวิวใต้น้ำ มีโถงบันไดวนเชื่อมต่อพื้นที่ขนาดใหญ่ด้านล่างกับชั้นสระ และบันไดแบบยื่นสู่สวนชั้นบนเพื่อเพิ่มมุมมองวิวทิวทัศน์ที่กว้างขึ้นไปอีกระดับ วิลล่ามีพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกรวมประมาณ 1,585 ตารางเมตร
โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด Timeless ที่มีความงดงามร่วมสมัยเหนือกาลเวลา ด้วยวิลล่าสไตล์ Modern Bali Contemporary เลือกใช้วัสดุโทนสีชนิดดูแลง่าย Low Maintenance เพื่อการอยู่อาศัยแบบ Well being ใช้วัสดุเกรด Hi-end ทั้งหลัง โดยเน้นสร้างประสบการณ์การพักอาศัยที่แตกต่าง ทั้งการพักอาศัยระยะสั้น ระยะยาวหรือช่วงวันพิเศษ ให้ผู้พักอาศัยได้ใช้พื้นที่เฉลิมฉลองแบบครบทุกฟังก์ชัน มีการวางระบบเสียงไว้ทั้งบนพื้นที่ส่วนกลางของบ้านทั้งหลังเพื่อทุกกิจกรรม พร้อมด้วยเทคโนโลยี Home Automation อำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลางโครงการครบ ทั้งคลับเฮ้าส์หรูที่เหนือกว่ามาตรฐาน ฟิตเนสแบบ Full Function มี Paddle tennis พื้นที่ร้านอาหารและคาเฟ่ สำหรับต้อนรับแขกของลูกบ้าน สามารถจอดรถกว่า 30 คัน พร้อมพื้นที่จัดงานกิจกรรม ซึ่งรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มากถึง 150 คน
การที่บริษัทเลือกพัฒนาโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW ในทำเลอ่าวมะขาม แหลมพันวา เพราะเป็นทำเลศักยภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต บริเวณแห่งนี้มีความเหมือนกับเมืองชายฝั่งสำคัญของโลกอย่างโมนาโกที่มีพื้นที่เพียง 2.02 ตารางกิโลเมตร เล็กที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส และมีพื้นที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่หรูหราและมั่งคั่ง จึงเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองมหาเศรษฐีที่มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหรา ทำให้คาดว่าไม่เกิน 10 ปีอ่าวมะขาม แหลมพันวาจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับโมนาโก เพราะปัจจุบันโมนาโกมีข้อจำกัดไม่สามารถพัฒนาโครงการใหม่ได้และราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงมากขึ้น ราคาคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 52,000-130,000 ยูโรต่อตารางเมตร หากเปรียบด้านราคาอสังหาฯ บนพื้นที่อ่าวมะขาม แหลมพันวา ถือว่าแพงกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งปัจจุบันราคาอสังหาฯ ในพื้นที่อ่าวมะขาม แหลมพันวา ยังเป็นราคาที่จับต้องได้และเป็นราคาที่คุ้มค่า แต่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของพื้นที่ที่จะถูกพัฒนาให้เจริญมากขึ้น

“มองว่าภูเก็ตยังมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการบ้านหรูได้อีกมาก แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์มีพื้นที่เป็นเกาะ จึงเหลือที่ดินในการพัฒนาที่น้อย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา อีกทั้งที่ดินรอนสิทธิ์ก็มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งคือที่ดินที่เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นลดลงหรือไม่สามารถใช้ได้เต็มที่ ทำให้ราคาที่ดินในภูเก็ตราคาค่อนข้างสูง แต่จากประสบการณ์ในการพัฒนาบ้านพักอาศัยมากว่า 20 ปี มองเห็นศักยภาพของทำเลดังกล่าว ซึ่งจะพัฒนาและเติบโตเป็นจุดหมายปลายทางของ Maritime Luxury Living พื้นที่การอยู่อาศัยระดับบนและไลฟ์สไตล์แบบเมืองชายฝั่ง เพราะมองเห็นวิวทะเลบนเนินเขา (Hilltop) เห็นวิวได้แบบพาโนรามา ได้ถึง 3 อ่าว และมีท่าจอดเรือ ถือว่าเป็น Rare Coastal Location ซึ่งอยู่ในฝั่งทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต แหลมพันวา จะกลายเป็น Monaco of Asia เมืองชายทะเลชั้นนำระดับนานาชาติที่ผู้ซื้อไม่ได้เป็นเจ้าของเพียงบ้านแต่คือผู้มีไลฟ์สไตล์ระดับโลก การซื้ออสังหาฯ ในทำเลนี้จึงถือว่าได้ราคาที่คุ้มค่า และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตด้วย”นายต่อศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ทำเลอ่าวมะขาม แหลมพันวา ยังมีความโดดเด่นเหนือกว่าที่ใด ๆ ในเกาะภูเก็ต คือ 1.True Coastal Privacy เป็นพื้นที่ชายฝั่งสงบ หายาก และไม่ถูกรบกวน 2.Maritime-Ready Location สภาพอ่าวเป็นพื้นที่ทะเลมีน้ำลึกและสันอ่าวนิ่ง จึงเหมาะสมสำหรับการการจอดเรือยอร์ชและการเดินเรือสากล 3.Seamless Yachting Access ใกล้ท่าเรือระดับนานาชาติ และบริการ Ocean Leisure ครบวงจร 4.Scarcity Drives Value ทำเลติดอ่าวที่มีจำนวนจำกัด คือ สินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา และ 5.Prestigious อ่าวเดียวในภูเก็ตที่การเดินทางไม่ได้จำกัดเพียงทางรถ แต่ยังสามารถเดินทางด้วยเรือ ที่สำคัญในอนาคตจะสามารถเดินทางได้ด้วยเครื่องบินสำหรับการเดินทางทางน้ำ หรือ Seaplane ที่ทำให้การเดินทางสู่จุดหมายการท่องเที่ยวเป็นไปได้อย่างง่ายดายและไม่เหมือนใคร ซึ่งภาครัฐและเอกชนกำลังผลักดันการพัฒนาเทอร์มินัลซีเพลนที่ภูเก็ต เพื่อเชื่อมรีสอร์ตเดสติเนชันทั้งสมุย พัทยา และหัวหิน เข้าด้วยกัน ช่วยลดเวลาเดินทางข้ามอ่าวไทยและอันดามัน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลักดันเชิงนโยบาย
นายต่อศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดภูเก็ตยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างไม่หยุดยั้ง อาทิ การจัดทำโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง การพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าเบา (MRTA) 42 กม. อยู่ในแผนแม่บทของการรถไฟฟ้าฯ เพื่อเชื่อมสนามบิน–เมือง–ฉลอง ลดภาระถนนสายหลัก โครงการท่าอากาศยานน้ำ หรือ Seaplane Terminal ล่าสุด มีแผนการเปิดเทอร์มินัลใหม่ของท่าเรือน้ำลึกอ่าวมะขาม (Cruise Terminal) เพื่อรองรับเรือสำราญลำใหญ่ เทียบท่าได้โดยไม่ต้อง tender ช่วยยกระดับภูเก็ตเป็น “gateway port” ของอันดามันและอาเซียน ทำให้การเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตมีสะดวกสบายครบถ้วนรอบด้านทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ
ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคมทั้งทางอากาศ ถนนและทางน้ำ การมีโรงพยาบาลชั้นนำมาตรฐาน JCI เวลเนสเซ็นเตอร์ระดับท็อป โรงเรียนนานาชาติ 16 แห่ง สนามกอล์ฟมาตรฐานทัวร์นาเมนต์ ร้านอาหารระดับมิชิลินสตาร์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของกลุ่ม Ultra Rich แต่จ่ายเงินที่คุ้มค่ากว่าการอยู่อาศัยในเมืองที่เป็น Maritime หรือไลฟ์สไตล์ในวัฒนธรรมเมืองแห่งสายน้ำอื่นมี 3 แห่งในโลกที่เป็นตัวอย่างในการพัฒนา คือ 1.โมนาโก 2.ฮ่องกง และ 3.สิงคโปร์

“จากจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW เชื่อว่าจะมีส่วนผลักดันให้พื้นที่บริเวณอ่าวมะขาม แหลมพันวา กลายเป็น Monaco of Asia เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คือผู้สร้างทิศทางการตลาดใหม่ในระดับโลก หรือผู้นำเทรนด์ (Trendsetter) ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาออกแบบโครงการเท่านั้น ประสบการณ์ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาวิลล่าระดับราคา 1 ล้านดอลล่าร์ที่เป็น Villa Inland เป็นคนแรกๆ หลังจากนั้นมีดีเวลลอปเปอร์หันมาพัฒนาโครงการลักษณะดังกล่าวตามเป็นจำนวนมาก เราจึงต้อง Beyond ตัวเองเข้ามาพัฒนาพื้นที่ใหม่โดยศักยภาพของพื้นที่อ่าวมะขาม แหลมพันวา และจังหวัดภูเก็ต จะโฟกัสกลุ่ม Ultra Rich หรือผู้มีสินทรัพย์ระดับพันล้านดอลล่าร์เลือกมาพักอาศัยที่นี่” นายต่อศักดิ์ กล่าว
นายต่อศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการพัฒนาโครงการอีกว่า บริษัทยังได้นำแนวคิดในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ คือ “Life Curated” มาใช้ในการพัฒนาโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW ถือแนวคิดใหม่ของการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เพราะผู้เป็นเจ้าของจะสามารถออกแบบชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้ตามความต้องการ ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าของโครงการที่เป็นเจ้าของธุรกิจทั้งในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มนักลงทุนผู้มั่งคั่งทั้งในและต่างประเทศ กลุ่ม Hybrid Billionaire ผู้มีวิสัยทัศน์สามารถมองเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าของวิลล่าในโครงการ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการให้เช่ากับกลุ่มลูกค้าระดับบนได้คืนละ 1,650-4,200 ดอลล่าร์ และยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลาเมื่อถือครองต่อไปในอนาคต เป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าสูง
“โครงการ Garden Atlas Bayview คือ ภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ผู้ที่ไม่เคยเป็นผู้ตามแต่คือผู้สร้างกระแส Trendsetter ที่พร้อมจะสร้างสรรค์ความแปลกใหม่และแตกต่างด้วยมาตรฐาน คุณค่าและรสนิยมอย่างแท้จริง ซึ่งแผนต่อไปบริษัทวางเป้าหมายผลักดันแบรนด์ Garden Atlas สู่การเป็น Residences Brand ระดับโลก เจาะตลาดบ้านหรูมูลค่า 5 ล้านดอลล่าร์”นายต่อศักดิ์ กล่าว

ด้านนางสาวประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดที่พักอาศัยตากอากาศประเภทวิลล่ามีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าปี 2567 มียอดขายเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า ซึ่งต้องถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หากพิจารณาโครงการระดับลักชัวรี่ที่มีมูลค่ามากกว่าหลังละ 90 ล้านขึ้นไป ซัพพลายในตลาดมีเพียง 6.89% ซึ่งมียอดขายแล้วกว่า 76% โดยทำเลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดคือทำเลชายฝั่งตะวันออก (ทิศใต้) สามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดถึง 92.8% เหตุผลที่ทำเลนี้ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับตลาดลักชัวรี่นี้คือ ทัศนียภาพอันงดงามของวิวทะเล ที่เรียงรายด้วยเกาะแก่งต่างๆ ทำให้วิวที่อยู่เบื้องหน้างดงาม อีกทั้งยังเห็นเรือสำราญจอดเทียบท่า จึงทำให้ภาพทิวทัศน์เปลี่ยนไปทุกวัน ทำให้ทำเลนี้เป็นทำเลศักยภาพ ที่สามารถดึงดูดนักลงทุนและผู้ซื้อระดับบนจากทั่วโลกที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ พร้อมการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ให้เข้ามาจับจองวิลล่าหรู
_1.jpg)
ทั้งนี้ จากพฤติกรรมลูกค้าที่ซื้อที่พักอาศัยตากอากาศประเภทวิลล่านี้ มีจุดประสงค์ในการซื้อเพื่อการลงทุน 68% และเพื่ออยู่อาศัยเอง 31% แบ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 57% และชาวต่างชาติ 43% ซึ่งลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากโซนยุโรป อเมริกาและโซนเอเชีย ได้แก่ อังกฤษ ฮ่องกงและอเมริกาตามลำดับ
