“โรจูคิส”ปรับทัพสินค้าเหลือ 2 แบรนด์หลัก พร้อมประกาศแผนปี’69 รุกตลาดอาเซียน 8 ประเทศ หวังเป้ารายได้ปี’73 แตะ 4,000 ล้านบาท
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“โรจูคิส”ปรับทัพสินค้าเหลือ 2 แบรนด์หลัก พร้อมประกาศแผนปี’69 รุกตลาดอาเซียน 8 ประเทศ หวังเป้ารายได้ปี’73 แตะ 4,000 ล้านบาท

 หลังจากที่ นายคอร์ราโด จาควินโต  เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS แทน นายวรวรรณ ไชยกำเนิด เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ได้เดินหน้ารุกตลาด Personal Care ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มมาส์กหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 19.0% ในไตรมาส 3 ของปี 2568 จาก 15.2% ในไตรมาส 3 ของปี 2567 สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์ โรจูคิสยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 5.2% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

นายคอร์ราโด จาควินโต  เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS เปิดเผยว่า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทยจะยังไม่ค่อยฟื้นตัวดี แต่ในช่วงไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายรวมได้ 329.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 61.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากปีก่อน ซึ่งอัตรากำไรสุทธิในปีนี้ถือว่าสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯมาก

โดยโรจูคิส ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มมาส์กหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 19.0% ในไตรมาส 3 ของปี 2568 จาก 15.2% ในไตรมาส 3 ของปี 2567 สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์ และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 5.2% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ จะเน้น 5 จุดแข็งหลัก คือ

1.มีส่วนแบ่งการตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในหมวดหมู่มาร์กหน้าและมอยเจอไรเซอร์สำหรับใบหน้า ในหมวดหมู่ที่มีการแข่งขันสูง

2.ท่อส่งนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูงพร้อมปัจจัยความสำเร็จสูง

3.มีร้านค้าครอบคลุมทั่วประเทศไทย พร้อมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้ค้าปลีกหลักทุกราย สร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย ก็แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคอาเซียน

4.มีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์พร้อมกระบวนการที่แข็งแกร่งและการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง

5.โมเดลสินทรัพย์เบาพร้อมซัพพลายเออร์ OEM ต้นทุนต่ำและคลังสินค้า บุคคลที่สาม จึงสามารถบริหารจัดการและสร้างผลกำไรได้ดี

ทั้งนี้ในปี 2568 ยอมรับว่ามีอัตราการเติบโตบ้าง แต่ในแบบชะลอตัว เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา แต่ในช่วงไตรมาส 4/2568 จะมีความหวังบ้างจากมาตรการ “คนละครึ่ง พลัส”ที่ทำให้เม็ดเงินสะพัดทั่วประเทศ แต่โดยภาพรวมก็ถือว่ายังมีความท้าทายค่อนข้างมาก และในปี 2568 นี้บริษัทฯได้มีการปรับลดแบรนด์สินค้า จาก 6 แบรนด์ เหลือเพียงแค่ 2 แบรนด์หลัก เพื่อมุ่งขยายตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง คือ

1.แบรนด์ “โรจูคิส” (Rojukiss) มีหลากหลายประเภท เช่น เซรั่ม, แผ่นมาสก์, ครีมบำรุงผิว, และ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป เช่น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย และปัญหาสิว นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะจุดอย่าง ลิปทรีตเมนต์ และ ครีมบำรุงรอบดวงตา 

2."ซิสทูซิส" (Sis2Sis) คือแบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามที่เน้นการใช้งานง่ายและคุณภาพดี โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น รองพื้น (CC Cushion, Liquid Foundation), แป้งพัฟ, ดินสอเขียนคิ้ว, อายไลเนอร์, มาสคาร่า, ลิปสติก และบลัชออน. ผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีส่วนผสมพิเศษ เช่น ไฮยาลูรอนิค, คอลลาเจน หรือสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยบำรุงผิว และมีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อ ติดทนนาน

โดยปัจจุบันสินค้าของบริษัท หากเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบซอง ราคาจะเริ่มต้นที่ตั้งแต่ 39-89 บาท และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบฟูลไซด์ ราคาจะเริ่มต้นที่ 399-899 บาท

นายคอร์ราโด กล่าวต่อไปว่า สำหรับในปี 2569 มองว่า Thai Beauty และยังเทรนด์สำหรับผู้บริโภคชาวไทย แม้ว่าจะมีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาทำตลาดบ้าง เช่น จีน แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้มากนัก แต่มองว่าการแข่งขันก็จะมีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดแคมเปญ และราคาที่จับต้องได้

สำหรับบริษัทฯเองแผนการดำเนินงานในปี 2569 จะใช้งบในการลงทุนประมาณ 150-200 ล้านบาท และขยายฐานตลาดต่างประทศมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้รุกตลาดเมียนมา และสปป.ลาวมาแล้ว ซึ่งในปีนี้จะรุกขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกอย่างน้อย 8 ประเทศ อาทิ เวียดนาม,อินโดนีเซีย,อินเดีย,บังกลาเทศ,มาเลเซีย,ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ในรูปแบบของผ่านโมเดลโดยดรงหรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งในช่วงระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้จากตลาดต่างประเทศประมาณ 8 ล้านบาท หรือประมาณ 6% จากยอดขายรวม และเพิ่มเป็น 10% ในปี 2569 คาดว่าในปี 2573 จะมีรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นที่ระดับ 800 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 20% จากรายได้รวม ที่ตั้งเป้าปี 2573 ที่ 4,000 ล้านบาท

“เรามีเป้าหมายการเติบโตตัวเลขสองหลักสูงสุด และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังเดินหน้ายกระดับความเท่าเทียมของ Rojukiss และขยายนวัตกรรมสินค้าอย่างต่อเนื่อง  รวมไปถึงมีการโฆษณาแบบ First Equity ตอนนี้เป็นการออกแบบกราฟิกนวัตกรรมที่ใหญ่กว่า การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มการลงทุน โฆษณา 30% ผลตอบแทนจากการลงทุนแข็งแกร่งขึ้น”นายคอร์ราโด กล่าวในที่สุด

 

 

 

You can share this post!