"สนค."เผยส่งออกเดือน ต.ค. ขยายตัว 5.7% ช่วง 10 เดือนแรก ปี68 โต 13%
พาณิชย์

"สนค."เผยส่งออกเดือน ต.ค. ขยายตัว 5.7% ช่วง 10 เดือนแรก ปี68 โต 13%

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า รายงานตัวเลขส่งออก ต.ค. 68 โต 5.7% ช่วง 10 เดือนโตได้ 13% ระยะที่เหลือปีนี้ คาดว่า การส่งออกจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายหนุน จับตาน้ำท่วมภาคใต้ส่งผลกระทบตัวเลข

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์การส่งออกของไทยในเดือนตุลาคม 2568 ว่า มีมูลค่า 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ที่ร้อยละ 5.7 การส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป รวมถึงตลาดรอง เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ แรงสนับสนุนหลักมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงสินค้ากลุ่มยานยนต์ และภาคการผลิตโลกที่อยู่ในภาวะขยายตัว จากผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยยังคงอยู่ในภาวะหดตัว ทั้งนี้ การส่งออก 10 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ร้อยละ 13.0 คิดเป็นมูลค่า 282,982.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในขณะที่การนำเข้า ช่วงเดือนตุลาคม มีมูลค่า 32,272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 16.3 ดุลการค้า ขาดดุล 3,436.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 การนำเข้า มีมูลค่า 286,848.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 12.4 ดุลการค้า ขาดดุล 3,866.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไปในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความต้องการในระดับสูง รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี และปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่อาจลดลงจากปัญหาอุทกภัย ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทรวงพาณิชย์ต้องติดตามต่อไป

ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีนโยบายและแผนงานในการขยายการส่งออกของไทย อาทิ การรักษาตลาดเดิม บุกตลาดศักยภาพใหม่ เร่งเจรจาความตกลงเพื่อเปิดประตูการค้า ในขณะที่ต้องเร่งเจรจาข้อตกลง Reciprocal Tariff พร้อมยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ และหาข้อสรุปให้มีความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ส่งออกใช้ประโยชน์จากความตกลงให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารจัดการต่อไป

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่งออกหลักไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นตลาดสูงสุดในกลุ่มอาเซียน เบื้องต้นยังไม่มีตัวเลขผลกระทบชัดเจน โดยสนค.จะประเมินผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออก พร้อมประกาศดัชนีการผลิตและความเชื่อมั่นผู้บริโภคอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

You can share this post!