SPALI เผยตลาดอสังหาฯยัง “แข่งอัดแคมเปญ-ราคาทะลุเดือด”ลากยาวถึงครึ่งแรกปี’69 ล่าสุดปักหมุดผุด "ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล" ชูจุดขายต้นทุนที่ดินถูกกว่าราคาตลาด-บ้านต่ำกว่า 10 ลบ.
อสังหาริมทรัพย์

SPALI เผยตลาดอสังหาฯยัง “แข่งอัดแคมเปญ-ราคาทะลุเดือด”ลากยาวถึงครึ่งแรกปี’69 ล่าสุดปักหมุดผุด "ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล" ชูจุดขายต้นทุนที่ดินถูกกว่าราคาตลาด-บ้านต่ำกว่า 10 ลบ.

ศุภาลัยฯเผยภาพรวมตลาดอสังหาฯอีก 1 เดือนปี 68 ถึงครึ่งปีแรก 69 ยังแข่งดุ เล่นสงครามราคาทะลุเดือด รับยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะช่วยพยุงตลาดได้มากนัก ผู้ประกอบการต้องอัดแคมเปญสู้ตายหวังดันยอดโค้งสุดท้าย รับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ครั้งนี้ "รุนแรงที่สุด" ประชาชนเสียหายหนักกว่าอุทกภัยใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554 เตรียมเร่งระดมทีมผู้รับเหมาฯจากจังหวัดใกล้เคียงเข้าพื้นที่ช่วยเหลือลูกบ้าน-ฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน คาด 27 พ.ย. นี้ ระดับน้ำเริ่มลด เปิดทางเข้าถึงโครงการได้เป็นวันแรก ล่าสุดปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่"ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล" มูลค่ากว่า 2,380 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพที่ราคาสูงแซงราคาบ้านไปแล้ว ชูจุดเด่นซื้อที่ดินราคาถูกกว่าตลาดหลายเท่าตัว ส่งผลให้สามารถพัฒนาบ้านคุณภาพขนาดใหญ่ ในราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท มาดึงดูดกำลังซื้อได้จริง พร้อมเปิดพรีเซล 29-30 พ.ย. คาดโกยยอดขายกว่า 100 ล้านบาท ภายใน 2 วัน

 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2568 ว่า ผู้ประกอบการทุกบริษัทยังมีความต้องการตัวเลขผลประกอบการที่ดี จึงมีการแข่งขันเรื่องราคาและจัดแคมเปญกันอย่างดุเดือด และเชื่อว่าจะยังคงแข่งขันอย่างต่อเนื่องถึงครึ่งปีแรก 2569 ซึ่งโดยภาพรวมในปีหน้าคงไม่แย่ไปกว่าปี 2568 และยังไม่เห็นมีปัจจัยบวกอะไรที่จะช่วยภาคอสังหาฯได้มากมายนัก

สำหรับเหตุมหาอุทกภัย ที่จ.สงขลา โดยเฉพาะพื้นที่อ.หาดใหญ่ ซึ่งศุภาลัยฯมีโครงการที่พัฒนามาแล้วรวมประมาณ 50 โครงการ ซึ่งเป็นแนวราบทั้งหมด และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเปิดขายและก่อสร้างอีกประมาณ 10 โครงการ โดยทุกโครงการได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งหมด ซึ่งทีมงานก็พยายามให้ความช่วยเหลือลูกบ้าน แม้ว่าที่พักอาศัยของพนักงานเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน และเชื่อว่าในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 จะเป็นวันแรกที่ระดับน้ำเริ่มลด และสามารถเข้าถึงโครงการได้ ซึ่งจากประสบการณ์มองว่า มหาอุทกภัยครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและประชาชนได้รับความเสียหายมากที่สุด และมากกว่าเหตุการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯเมื่อปี 2554 ซึ่งขณะนี้บริษัทฯได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อช่วยเหลือลูกค้าไว้บ้างแล้ว เช่น การหาผู้รับเหมาก่อสร้างจากจังหวัดใกล้เคียงสงขลา ที่บริษัทมีการพัฒนาโครงการเหมือนกัน ได้แก่ นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี โดยจะเข้าให้ความช่วยเหลือตามความเร่งด่วนมากน้อยตามลำดับความเดือดร้อน

ในส่วนของบริษัทฯเอง ช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 1 เดือนเศษของปี 2568 มีแผนที่จะเปิดตัวแนวราบอีก 2 โครงการใหม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ และล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ “ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล”ย่านพุทธมณฑล สาย 4 ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ แต่บริษัทฯนำมาพัฒนาก่อนประมาณ 20-30 ไร่ โดยพัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ระดับไฮเอนด์ ขนาดที่ดิน 57-119 ตารางวา ราคาขายเริ่มต้นที่ 8.9-25 ล้านบาท จำนวน 236 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,380 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 คาดว่าระยะเวลา 2 วันนี้จะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 100 ล้านบาท

นายไตรเตชะ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่าโซนพุทธมณฑลเป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับโครงการแนวราบระดับพรีเมียมมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากข้อกำหนดตามผังเมืองทำให้การพัฒนาโครงการในทำเลใกล้เคียงต้องใช้ที่ดินขนาดใหญ่และส่งผลให้ราคาบ้านอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และจากข้อมูลยังพบว่าในปี 2567 บ้านระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลพุทธมณฑล มียูนิตเปิดขายมากถึง 15% มากสุดเมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆในพื้นที่กทม.-ปริมณฑล โดยสาเหตุที่ทำเลพุทธมณฑลมีราคาบ้านที่สูง เนื่องจากถูกจำกัดด้วยสีของผังเมือง ต้องพัฒนาบ้านขนาดตั้งแต่ 100 ตารางวาขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันโซนพุทธมณฑลราคาที่ดินปรับตัวขึ้นสูงไปกว่าราคาบ้านแล้ว

และจากข้อมูลระบุว่าเมื่อย้อนหลังไปเมื่อ 10 ที่ผ่านมา (ปี 2558-2562)ทำเลพุทธมณฑลมีโครงการเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ในช่วงปี 2563-2567 ราคาที่ดินปรับขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้มีโครงการเปิดตัวใหม่ โดยเฉพาะทำเลพุทธมณฑล สาย 4 ลดลงเป็นจำนวนมาก (ปัจจุบันมีพัฒนาเพียง 2 โครงการเท่านั้น คือ “ศุภาลัย มณฑลา@ พุทธมณฑล”และ โครงการ “บางกอก บูเลอวาร์ด” ของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เท่านั้น)

โดยดีมานด์ที่ซื้อที่อยู่อาศัยในย่านดังกล่าว มี 5 เหตุผลหลัก ได้แก่ สัดส่วน 37% ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ ,สัดส่วน 26% ต้องการขยายครอบครัว ,สัดส่วน 17% ต้องการที่จอดรถเพิ่มเติม ,สัดส่วน 11% ต้องการที่อยู่อาศัยที่ใกล้เคียงกับที่อยู่เดิม และสัดส่วน 9% เป็นเหตุผลอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ที่ตั้งของโครงการศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล นั้น ผังเมืองมีความยืดหยุ่นมากกว่า ทำให้สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในราคาต้นทุนที่เหมาะสม ส่งผลให้ทำเลดังกล่าวสามารถพัฒนาโครงการคุณภาพที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ในราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทได้จริง โดยโครงการใหม่ “ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 190-393 ตารางเมตร ให้ความเป็นส่วนตัวครบครัน ช่วยให้ผู้ซื้อรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงบ้านขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง

ซึ่งบริษัทซื้อที่ดินที่ตั้งโครงการ“ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล”มาได้ประมาณ 1 ปีเศษ จึงเริ่มมีการพัฒนา โดยสามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่าราคาตลาดหลายเท่าตัว ที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 บาท/ตารางวา และเชื่อว่าราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดจะยังเป็นเทรนด์ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพราะเริ่มมีเจ้าของที่ดินหลายรายเริ่มประกาศขายที่ดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯก็รุกซื้อที่ดินขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อพัฒนาทั้งคอนโดฯและโครงการแนวราบ อย่างต่อเนื่อง

“เรายังมีที่ดินในโครงการ ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล อีกประมาณ 30-40 ไร่ที่รอการพัฒนาในอนาคต เนื่องจากที่ดินที่ซื้อมาเป็นการซื้อมาใน 2 ส่วน และส่วนที่เหลือนี้เป็นผังที่ดินสีแดงและชมพู  หากการจัดทำผังเมืองของภาครัฐแล้วเสร็จ ก็มีแผนที่จะนำที่ดินส่วนที่เหลือมาปรับเป็นบ้านในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้น รวมทั้งจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และลดการติด Solar Rooftop ลง เพราะไม่ตอบโจทย์กำลังซื้อในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว”นายไตรเตชะ กล่าว

 

นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)หรือ SPALI กล่าวว่า บริษัทฯ เปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ล่าสุด “Tropical Oriental” ที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาความต้องการลึกๆ ของลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้สอยและประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ซีรีส์นี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานการพักอาศัยในธรรมชาติแบบเขตร้อนชื้น (Tropical) เข้ากับองค์ประกอบอันประณีตในสไตล์ตะวันออก (Oriental) ถ่ายทอดความร่วมสมัยของความเป็นไทยผ่านโทนสีเอิร์ธโทน พื้นที่โปร่งโล่งเปิดรับแสงธรรมชาติและการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ให้ความผ่อนคลาย ในการใช้งานรายละเอียดทั้งตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง เพิ่มความอ่อนโยนและความกลมกลืนกับธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โครงการ ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม ถนนหลักได้รับการออกแบบให้ทอดยาวไร้เสาไฟบดบังสายตา ด้วยระบบสายไฟลงใต้ดินตลอดแนว ช่วยเสริมความโปร่งและความเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

นอกจากนี้ ยังนำแนวคิด Sustainable Living มาใช้ในการตกแต่งภายในบ้านตัวอย่างและอาคารสโมสร โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย เช่น วอลเปเปอร์ ใช้หมึกพิมพ์ปลอดสารระเหย, แผ่นลามิเนตสำหรับเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ป้องกันไฟ เชื้อรา และแบคทีเรีย ได้มาตรฐานระดับสากล Carbon Reduction Label, ผ้าม่าน KLASM ปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ ช่วยลดการสะสมสารระเหยในอากาศ อีกทั้งไอเดียตกแต่งด้วยงานฝีมือและภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ขอบผ้าม่าน นำผ้าย้อมครามแท้จากกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ จังหวัดสกลนคร และ โคมไฟหวายจากชุมชนสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผ่านการรับรองฉลากเขียว (Green Label) และฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label) เป็นต้น

 

ผสานชีวิตเมืองบริบทใหม่ ใจกลางความเงียบสงบแห่งเดียวติดพุทธมณฑล สาย 4 นำแบบบ้านซีรีส์ล่าสุด “Tropical Oriental” เปิดตัวครั้งแรกในโครงการ “ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล” บนพื้นที่โครงการกว่า 61 ไร่ มูลค่าโครงการ 2,380 ล้านบาท บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ บนพื้นที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัว ในสังคมคุณภาพเพียง 236 ครอบครัว ราคาเริ่มต้น 8.9 ล้านบาท พร้อมแบบบ้านให้เลือกมากถึง 6 แบบ ด้วยพื้นที่ใช้สอย 190-393 ตารางเมตร 4-5 ห้องนอน 3-7 ห้องน้ำ 2 พื้นที่พักผ่อน 2-3 ที่จอดรถ พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว รองรับแนวคิด Green & Smart Living ด้วยระบบ Home Automation & Security พร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุกหลัง และรองรับ EV Charger เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ กับสวนส่วนกลางขนาดกว่า 2 ไร่ ที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Pavilion จุดพักผ่อนกลางสวน Putting Green และสนามเด็กเล่น พร้อมอาคารสโมสรขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก มาพร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วพื้นที่ และระบบเข้า-ออกอัตโนมัติแบบอ่านป้ายทะเบียน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของทุกครอบครัว พร้อมรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปี และส่วนควบ 2 ปี

 

พร้อมเป็นเจ้าของบ้านแปลงสวยก่อนใครในงาน Pre-Sales วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 ณ ศุภาลัย มณฑลา @พุทธมณฑล พิเศษสำหรับผู้จองภายในงาน รับฟรี! iPhone 17 Pro Max 256 GB พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมการโอน และค่าส่วนกลางนาน 3 ปี* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)”นายชัยจักร กล่าวในที่สุด

 

You can share this post!