รูมเควสท์ สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในธุรกิจโรงแรม ประกาศยุคใหม่ของการบริหารจัดการด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมจับมือเชิงกลยุทธ์กับ “อีหลง” ยักษ์ใหญ่โรงแรมอันดับ 2 ของจีน มีเครือข่ายกว่า 4,000 แห่ง ทั่วประเทศ หวังเชื่อมตรงเข้าสู่ระบบ WeChat เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนโดยตรง ตั้งเป้าหมายที่ 3-5 ล้านคนต่อปีเปิดแผนปี 69 ไม่เน้นสร้างโรงแรมใหม่ แต่รุกงานบริหารโรงแรม 4-5 ดาว ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ระบบ AI ที่พัฒนาร่วมกับ “ออบเซียน เทคโนโลยี่ส์” จากสหรัฐฯ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอย่างครบวงจร ยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลก ตั้งเป้ารายได้โตถึง 100 เท่าตัว

นายพีรวัส หาญศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รูมเควสท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ตนได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Budget Hotel ในพื้นที่กรุงเทพฯ-หัวเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองรองมาแล้ว 51 แห่ง ราคาตั้งแต่ 500-5,000 บาท/คืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และโรงแรมระดับ 4 ดาว 1 แห่งที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ราคาตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป/คืน โดยดำเนินการภายใต้แบรนด์ “รูมเควสท์” (RoomQuest) ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าการแข่งขันในตลาด Budget Hotel มีสูงมาก และเพื่อสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจเดียวกันได้ บริษัทได้รุกเดินหน้านำนวัตกรรมด้านไอทีใหม่ๆเข้ามาเพื่อสร้างความแกร่งให้กับโรงแรมของกลุ่มรูมเควสท์ และบริหารให้กับโรงแรมอื่นๆที่ไม่ได้ใช้เชนบริหารมืออาชีพ ให้สามารถอยู่รอดในธุรกิจได้
สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2569 จะไม่เน้นการพัฒนาหรือเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ แต่จะรุกการเข้าบริหารงานโรงแรมต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมที่เป็นระบบไอทีที่นำสมัยเข้าไปบริหารจัดการด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Automation) อย่างเต็มรูปแบบ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ“อีหลง” (Elong) ซึ่งมีโรงแรมในเครือถึง 4,000 แห่งทั่วประเทศจีน และเป็นกลุ่มใหญ่เป็นอันดับ 2 ในจีน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ด้วยการผสานรวมโดยตรงกับระบบนิเวศของ WeChat และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานด้วยโซลูชัน จึงพร้อมวางตำแหน่งตนเองเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมไทยกลุ่มแรกๆ ที่สามารถเชื่อมโยงธุรกิจบริการในท้องถิ่น เข้ากับความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่มหาศาลของจีนได้อย่างแท้จริง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทว่ายังกำหนดนิยามใหม่ให้กับวิธีที่โรงแรมของไทยสามารถขยายธุรกิจไปสู่ระดับสากลได้

ความร่วมมือระหว่างรูมเควสท์กับอีหลงนับเป็นความร่วมมือที่เปี่ยมด้วยพลัง เพราะสามารถเชื่อมโยงโรงแรมของไทยเข้ากับระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีนภายใน WeChat ซึ่งเข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคน ความร่วมมือนี้ทำให้รูมเควสท์มีโอกาสมากกว่าในการทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนเข้าถึงโรงแรมต่างๆ ในเครือได้มากขึ้น ใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจที่แข็งแกร่งของฐานข้อมูลผู้บริโภคของอีหลง และใช้ประโยชน์จากการเข้าใช้ WeChat ที่เพิ่มขึ้นผ่านระบบการแนะนำที่พักที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ของ อีหลง ส่งผลให้เพิ่มการมองเห็นมากขึ้นและอัตราการจองที่พักที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่การท่องเที่ยวจีนกำลังฟื้นตัว รูมเควสท์จึงได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดในฐานะผู้บุกเบิกรายแรก เนื่องจากเป็นหนึ่งในกลุ่มโรงแรมไทยไม่กี่แห่งที่สามารถผนวกธุรกิจเข้ากับเครือข่าย WeChat และอีหลงได้อย่างกลมกลืนและแนบแน่น ข้อได้เปรียบนี้ได้รับการตอกย้ำให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยประสบการณ์การดำเนินงานของรูมเควสท์ในโรงแรม 52 สาขาทั่วประเทศ
โดยความร่วมมือกับอีหลงในครั้งนี้ นอกจากนำระบบการบริหารงานมาใช้ในเครือของรูมเควสท์แล้ว ในปี 2569 ยังมีแผนที่จะขยายการบริหารงานในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาพักในหัวเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองรองในประเทศไทย โดยตั้งเป้าอย่างน้อย 3-5 ล้านคน/ปี ซึ่งตั้งเป้าจะนำระบบดังกล่าวมาบริหารให้ได้ 95% ในปี 2569 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับรูเควสท์ และมีอัตราการเติบโตจากปัจจุบันถึง 100 เท่าตัว จากปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 50-60 ล้านบาท/ปี

ทั้งนี้หากโรงแรมแห่งไหนที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากอีหลง บริษัทฯก็ยังได้ร่วมมือกับ“ออบเซียน เทคโนโลจีส์” (Opsian Technologies) พันธมิตรด้านเอไอทรานส์ฟอร์เมชันในสหรัฐอเมริกา เพื่อนำแพลตฟอร์มของออบเซียนฯเข้าไปบริหารจัดการในโรงแรมที่รูมเควสท์เข้าไปบริหารได้ นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจโรงแรม นับเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมการบริการระดับโลก
ทั้งนี้ระบบนิเวศเอไอของรูมเควสท์ ครอบคลุมการดำเนินงานหลักในด้านต่าง ๆ ได้แก่:
-การจัดการรายได้และราคาด้วยเอไอ – การกำหนดราคาแบบอัจฉริยะเพื่อยกระดับรายได้ให้เพิ่มขึ้น
-ระบบอัตโนมัติสำหรับการดูแลทำความสะอาดและตรวจสอบห้องพัก – การติดตามงานและการควบคุมคุณภาพโดยอัตโนมัติ
-การวิเคราะห์ความคิดเห็นและรีวิวลูกค้าด้วยเอไอ – มอบข้อมูลเชิงลึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้าพัก
-ระบบอัตโนมัติสำหรับงานธุรการหลังบ้าน – ลดภาระงานเอกสารและงานธุรการที่ต้องใช้คน
-แดชบอร์ดรวมศูนย์สำหรับที่พักหลายแห่ง – การมองเห็นและการควบคุมแบบรวมศูนย์ของทุกสาขา

นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการจอง ความสามารถในการสร้างผลกำไร และความแม่นยำในการตัดสินใจสำหรับพันธมิตรโรงแรม และภายใต้การผสมผสานระบบอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เข้ากับประสบการณ์การดำเนินงานใน 52 สาขาทั่วประเทศ รูมเควสท์กำลังสร้างโมเดลการจัดการโรงแรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจได้และมีความพร้อมตอบรับกับอนาคตมากที่สุดในประเทศไทย
ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างเต็มรูปแบบนี้มอบประโยชน์ที่วัดผลได้ให้กับพันธมิตรโรงแรม ตั้งแต่ต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้นด้วยข้อมูล เรื่อยไปจนถึงคุณภาพการบริการที่สม่ำเสมอในทุกสาขา ทั้งนี้ยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขายและการขยายแบรนด์ การริเริ่มของเขายังมีทั้งการสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางการจองโดยตรงด้วยระบบอัตโนมัติปัญญาประดิษฐ์ การเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทาง OTA การออกแบบแนวทางของแบรนด์ที่ขยายการเติบโตได้ และการเตรียมโรงแรมให้พร้อมสำหรับรูปแบบแฟรนไชส์หรือรูปแบบการบริหารจัดการเต็มรูปแบบ
“ในขณะที่เราขยายธุรกิจไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วประเทศไทย เรายังพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรกับเจ้าของโรงแรมที่ต้องการยกระดับการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยียุคใหม่ด้วย โดยรูมเควสท์มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินทาง พร้อมกับมีส่วนร่วมในการช่วยสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปพร้อมกัน”นายพีรวัส กล่าว

โดยรูมเควสท์ได้เริ่มนำระบบนี้เข้ามาใช้ในธุรกิจแล้ว ระยะแรกเริ่มใช้ในบางส่วนของธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และคาดว่าจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบครบทุกโรงแรมในเครือในเดือนเมษายน 2569 โดยเชื่อว่า เอไอ ควรเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานในธุรกิจโรงแรม ทั้งในเรื่องการช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และช่วยให้ทีมงานสามารถมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแขกผู้เข้าพักอย่างเต็มที่ กลยุทธ์ของเขาเน้นการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การออกแบบระบบที่ช่วยขยายธุรกิจได้ ตลอดจนการขยายแบรนด์ในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมพันธมิตรจะได้รับประโยชน์ ไม่เพียงแต่จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สูงขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบความคล่องตัวในระยะยาว ภายใต้ภูมิทัศน์ของธุรกิจการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา หลักการเหล่านี้ทำให้รูมเควสท์ กลายเป็นผู้บุกเบิกในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานในธุรกิจโรงแรมยุคใหม่ และภายใต้การนำของรูมเควสท์จะนำกรอบการทำงานด้วยเอไอแบบบูรณาการนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับทุกแผนก
“การร่วมมือกับอีหลง และออบเซียน เทคโนโลจีส์จากสหรัฐอเมริกา การผสมผสานระหว่างปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่องทางการจองของ WeChat ที่ได้รับการยกระดับให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และระบบอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง นำไปสู่จุดแข็งในการแข่งขันด้านการขาย การดำเนินงาน และการสร้างแบรนด์ ซึ่งรูมเควสท์มีความโดดเด่นเหนือผู้ประกอบการโรงแรมไทยรายอื่นๆ ซึ่งเอไอช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ชาญฉลาดขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น หากเราลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและใช้ข้อมูลเป็นแนวทางหลักในการตัดสินใจ อุตสาหกรรมโรงแรมในประเทศไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็วขึ้นมาก เป้าหมายของเราไม่เพียงต้องการพลิกโฉมโรงแรมของเราเองเท่านั้น แต่เรายังพร้อมช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการท่องเที่ยวของไทย ตลอดจนระบบเศรษฐกิจไทยในภาพรวมด้วย โดยเอไอจะช่วยให้เราสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทว่ายังคงรักษากำลังคนเท่าเดิมเอาไว้ ทำให้การเติบโตของธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้น”นายพีรวัส กล่าว

นายพีรวัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 บริษัทฯยังมีแผนที่จะขยายการบริหารงานโรงแรมไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วย ซึ่งได้มีการ บันทึกความเข้าใจความร่วมมือ(MOU) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯจะนำ ROOMQUES AI ในระดับ 5 ดาวเข้าไปบริหารงาน ซึ่งโรงแรมดังกล่าวมีห้องพักทั้งหมดกว่า 300 ห้อง
นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการมองหาอาคารในรูปแบบของโรงแรมและลักชัวรี พร็อพเพอร์ตี้ ในเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกาด้วย ในการเข้าไปบริหารด้วย โดยเน้นไปที่การนำเสนอโซลูชันระดับองค์กรที่พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับกลุ่มโรงแรมที่มีอัตรากำไรสูงซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ สำหรับเหตุผลในการสนใจขยายฐานการเข้าไปบริหารโครงการในต่างประเทศ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกลับมาสู่โรงแรมในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นอกจากนี้รูมเควสท์ ยังมีแผนจะขยายธุรกิจต่อเนื่องไปยังทวีปอเมริกาใต้ตั้งแต่ปี 2570 ผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์เฉพาะพื้นที่ (Localized AI) การผสานรวม PMS ระดับภูมิภาค และการร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงแรมระดับกลาง โดยในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด ตลอดจนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนและต่อเนื่องทั่วโลก

“รูมเควสท์ มองเห็น Pain Point ใหญ่ของอุตสาหกรรมโรงแรมไทย-ตั้งแต่การพึ่งพาช่องทางการตลาดที่กระจัดกระจาย ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าต่างชาติที่สูง ไปจนถึงการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลาง การก้าวออกไปสร้างเครือข่ายในต่างประเทศจึงเป็น ‘กลยุทธ์เชิงโครงสร้าง’ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้จากต้นทาง ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใด ๆ ด้วยเทคโนโลยี AI จาก Opsian (USA) ในฐานะ Technology Partner และความร่วมมือกับ Elong / Tongcheng (China) ในฐานะ Strategic Partner ที่เชื่อมฐานลูกค้าต่างประเทศกว่า 200 ล้านคน รวมถึงเครือข่าย OTA ระดับโลก ทำให้ RoomQuest สามารถเชื่อมตลาดต่างชาติกลับสู่โรงแรมไทยได้
โดยตรง ไม่ใช่ด้วยการอัดงบโฆษณา ไม่ใช่ด้วยการลงทุนมโหฬาร แต่ด้วย ‘ระบบ’ ที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างแท้จริง เป้าหมายของการขยายแบรนด์จึงไม่ใช่การขยายสาขา แต่เพื่อสร้าง Ecosystem การท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ที่ทำให้โรงแรมไทยทุกขนาด ‘แข่งขันได้ในระดับโลก โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุน’ ผ่านพลังของเทคโนโลยี AI และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแรงขึ้นทั่วโลก”นายพีรวัส กล่าวในที่สุด