เศรษฐกิจไทยอาการหนัก! ปี'68 เงินเฟ้อวูบดิ่งเหว ติดลบต่ำสุดในรอบ 5 ปี-บาทแข็งโป๊ก จับตาปี’69 เสี่ยงทรุดยาว จาก 6 ปัจจัยรุมเร้า
พาณิชย์

เศรษฐกิจไทยอาการหนัก! ปี'68 เงินเฟ้อวูบดิ่งเหว ติดลบต่ำสุดในรอบ 5 ปี-บาทแข็งโป๊ก จับตาปี’69 เสี่ยงทรุดยาว จาก 6 ปัจจัยรุมเร้า

“พาณิชย์”กางตัวเลขเงินเฟ้อปี 68 ปิดฉากด้วยตัวเลขติดลบ ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เผยแม้พลังงานช่วยลดภาระ แต่ผักสด-ของกินยังแพงหูฉี่ รับไตรมาส 1/69 ยังน่าห่วง คาดหดตัวต่อเนื่อง แม้จะมีเงินสะพัดช่วงเลือกตั้งกว่า 9.2 พันล้านบาทแต่ไร้แรงส่ง จับตา 6 ปัจจัยเสี่ยงบาทแข็ง-เศรษฐกิจโลกทรุดซ้ำเติม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(เงินเฟ้อ) เดือนธันวาคม 2568 ว่า มีอัตราลดลง 0.28% เป็นผลจากราคาสินค้าหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.43% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ กลุ่มพลังงาน เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน รวมถึงของใช้ส่วนบุคคล ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.53% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ผักสด อาหารสำเร็จรูป และกับข้าวสำเร็จรูปเงินเฟ้อธ.ค. 2568 ยังคงติดลบ 0.28% แต่ติดลบในอัตราที่ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 0.49% สาเหตุที่ติดลบ เพราะการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก รวมถึงมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.59% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ที่สูงขึ้น 0.66 %

สำหรับเงินเฟ้อปี 2569 คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 0.0 - 1.0% โดยมีค่ากลางที่ 0.5% ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2568 ที่ติดลบ 0.14 % โดยไตรมาสที่1 คาดว่าจะหดตัว 0.25 % ไตรมาส2 ขยายตัว0.46 % ไตรมาส3 ขยายตัว 0.99% และไตรมาส 4ขยายตัว1.23 %

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง อยู่ระหว่างร้อยละ (-0.5) - 0.0 (ค่ากลางร้อยละ -0.25) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ อุปสงค์ทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด จากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในระยะต่อไป จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้ง การฟื้นตัวของ ภาคการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐส่วนกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบราว 9,207 ล้านบาท คงไม่ได้ช่วยกระตุกให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมี 6 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มหดตัว ซึ่งต้องจับตาใกล้ชิด ได้แก่

1.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ คาดเฉลี่ย 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 ปีนับจากปี 2564

2.เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ 1.7 % ซึ่งต่ำสุดรอบ 5 ปีนับจากปี 2565

3. ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ถือว่าผิดปกติและแข็งค่าเร็วกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค

4.เศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำ โดยไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 ปีนับจากวิกฤติโควิด-19 ในปี 2564

5.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มีความหลากหลายทั้งเชิงพื้นที่และหลายมิติ โดย 2ขั้วมหาอำนาจสำคัฐของโลกมีประเด็นสำคัญต่างๆ ที่จะต้องติดตามใกล้ชิด

6.ความไม่แน่นอนของภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อรายได้เป็นวงกว้าง

You can share this post!