“ฮอนด้า”กางแผนปี’69 ส่งทัพรถใหม่ 11 รุ่นรวด ล่าสุดเปิดตัว “New Honda UC3” รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยครั้งแรกของโลก ราคาเปิด 1.3 แสนบาท พร้อมประกาศเจาะกลุ่ม B2C เองครั้งแรก รุกสร้างสถานีชาร์จ 800 แห่งทั่วประเทศภายในปี’72
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“ฮอนด้า”กางแผนปี’69 ส่งทัพรถใหม่ 11 รุ่นรวด ล่าสุดเปิดตัว “New Honda UC3” รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยครั้งแรกของโลก ราคาเปิด 1.3 แสนบาท พร้อมประกาศเจาะกลุ่ม B2C เองครั้งแรก รุกสร้างสถานีชาร์จ 800 แห่งทั่วประเทศภายในปี’72

ไทยฮอนด้า เปิดศักราช 2569 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ด้วยการเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ ในงาน “Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead” นำโดยไฮไลต์สำคัญคือ รุ่น New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มวางจำหน่าย ราคาเปิดตัวที่ 1.3 แสนบาท ทั้งเจาะตลาด B2C เป็นครั้งแรก และอีก 3 รุ่น ได้แก่ New Honda Scoopy เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่วง “LYKN”ที่มาเติมความสนุกให้กับชาวแก๊งไอคอนิก ตามด้วย New Honda Lead ที่อัปเกรดทั้งดีไซน์ด้านหน้าเฉดสีใหม่ และระบบเบรก ABS เสริมความมั่นใจในการขับขี่ ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave 110 รถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นยอดนิยมที่คนไทยไว้วางใจ ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความทันสมัย ควบคู่ความประหยัด คุ้มค่า และความทนทานตามมาตรฐานฮอนด้า

 

มร.ไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ,หนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และปัญหาเรื่องภาษีส่งออก ยังจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงปี 2569 ซึ่งเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวแม้จะยังมีอยู่บ้าง ซึ่งก็ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยดีลเลอร์ของฮอนด้า ก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้น และต้องดูว่ากฎหมายใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะมีผลหรือไม่ ซึ่งทางไฟแนนซ์ก็ยังมีความระมัดระวังอยู่

สำหรับฮอนด้าเองนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมามุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้สามารถส่งมอบ “ความสุขและอิสระในการขับเคลื่อน” จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกกว่า 40% มั่นใจว่าตลาดรถจักรยานยนต์ทั่วโลก จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้จะมียอดจำหน่ายสูงถึง 21 ล้านคัน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะถึง 60 ล้านคันภายในปี 2030 (พ.ศ.2573) ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างแท้จริง จึงพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการเติบโตของความต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์อย่างมั่นคง โดยฮอนด้าได้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวว่า “ทุกๆ 2 คน จะมีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คน” ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”

ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ดูแลสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด นั่นคือ “ชีวิตของมนุษย์” ดังนั้นความสำคัญของการควบคุมที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยระดับสูงสุดจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์สันดาปก็ตาม ฮอนด้ายังคงส่งมอบความอุ่นใจและความปลอดภัยในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรฐานเดียวกับที่ทางฮอนด้ายึดถือมาโดยตลอด ซึ่งคุณค่าหลัก 4 ประการของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า ได้แก่

1.ปลดปล่อย สู่อิสรภาพแห่งการขับเคลื่อน

2.จุดประกาย สัญชาตญาณและความรู้สึก

3.ความอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนกับผู้คนและสังคม

4.เชื่อมโยงด้วยพลังแห่งอัจฉริยะ

ซึ่งคุณค่าทั้ง 4 ประการนี้เกิดขึ้นได้จากคุณภาพ เทคโนโลยี และความไว้วางใจ ที่ฮอนด้าได้สั่งสมและหล่อหลอมมาอย่างยาวนานตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ICE หรือ EV ผู้ขับขี่สามารถรับรู้ได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมผัสรถว่า “นี่คือฮอนด้า” นี่คือจุดแข็งที่สำคัญของฮอนด้า ดังนั้น UC3 จึงเป็นรถคอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา

“ในตลาดที่มีความต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทางฮอนด้าจึงเดินหน้าเปิดตัวรถจักรยานต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในประเทศไทยเราถือเป็นผู้นำยุคแรกเริ่มที่วางรากฐานนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2018 (พ.ศ.2561) ผ่านรุ่น Benly e: และ CUV e: และในวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ New Honda UC3 รถไฟฟ้า Plug-in คอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่เปิดตัวในงาน Milano Show เมื่อปีที่ผ่านมา บนตัวผลิตภัณฑ์ได้ประทับชื่อ 'Honda' อย่างภาคภูมิใจ ไม่เพียงเท่านี้ ฮอนด้ามุ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ขณะเดียวกันเราขอยืนยันที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไปแม้ในยุคที่ EV เติบโต เพื่อสร้างงาน เสริมรากฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย ด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนาน" มร.ไดกิ กล่าว

 

มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ไทยฮอนด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในระดับภูมิภาค ในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าสามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโต 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

“สำหรับปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้น แต่เราก็พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.68 – 1.73 ล้านคัน และเราได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.36 – 1.40 ล้านคัน ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ โดยมีแผนเปิดตัว รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำด้านการขาย เทคโนโลยีบริการหลังการขาย การส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยกับการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Plug-in รุ่นแรกที่จะจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้ ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานของฮอนด้า เพื่อมอบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ขับขี่ไร้มลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกอีกด้วย” มร.ยูอิจิ กล่าว

 

New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ The Urban First Movers ก้าวแรกที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม” ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP มาตรฐานสากล UNR136 วิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร(กม.)/ชั่วโมง พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ไฟหน้า LED แบบ Integrated Light Bar หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Honda SMART KEY ช่องชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บของหลากหลายตำแหน่ง พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง

"New Honda UC3"(นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก โดดเด่นด้วยดีไซน์แห่งอนาคตมาพร้อม 2 เฉดสี "สีดำ (Graphite Black)"และ"สีขาว (Pearl Sapphire White)"โดยพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง มอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจากฮอนด้า สอดรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งง่าย สะดวก ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาแนะนำที่ 132,600 บาทรวมเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.33 % ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,297 บาท นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกชุดแต่ง H2C 10 ดีไซน์สุดเท่ ได้แก่ Hook ALU ขอเกี่ยวของอลูมิเนียม, Side Garnish แถบพลาสติกตกแต่งข้าง, Floor Panel ALU CNC ชุดแผ่นวางเท้าอลูมิเนียม, Break Reservoir Cap ฝาปิดกระปุกน้ำมันเบรก, Handle Cover ชุดฝาครอบแฮนด์ด้านบน, Rear Carier แรคท้ายเบาะ,Handle Grip Weight ตุ้มปลายแฮนด์, Pillion Step ALU พักเท้าหลัง, Crankcase Cover ครอบเครื่องอลูมิเนียม และ Side Mark Emblem Honda สติ๊กเกอร์เครื่องหมายฮอนด้า โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการจำหน่ายให้ลูกค้ากลุ่ม ผู้บริโภคทั่วไป (Business-to-Consumer : B2C)

ทั้งนี้ ยังมีแคมเปญการผ่อนแบบบอลลูนโดยผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,816 บาท และโปรโมชันชาร์จฟรีหนึ่งปีหรือ 12,000 บาท เปิดรับจองและทดลองขับขี่ได้ที่งาน Honda Megafesto ณ Bravo Bkk พระรามเก้า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และพร้อมวางจำหน่าย ทดลองขับขี่ได้ที่ Honda Wing Center ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

ในโอกาสนี้ ไทยฮอนด้าได้จัดแคมเปญ After Sales Service สำหรับ New Honda UC3 เพื่อรองรับการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นใจในทุกวัน ด้วยแพ็กเกจบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการดูแลรักษาและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถภายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2569

-รับสิทธิพิเศษ Service Package ภายใต้ Honda Service Premium (HSP) ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือระยะทาง 30,000 กิโลเมตร ครอบคลุมการตรวจเช็กสภาพรถทุกระบบ การเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย แหวนรอง และน้ำมันเบรก เมื่อซื้อรถและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน My Honda moto

-บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance นาน 3 ปี ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รองรับกรณีรถเสียฉุกเฉินและเกิดอุบัติเหตุช่วยเหลือไม่จำกัดจำนวนครั้งและการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในกรณีแบตเตอรี่หมดและบริการปะยางฉุกเฉิน 2 ครั้งต่อปี เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกเส้นทาง

พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.33 % ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,297 บาท และเป็นครั้งแรกที่มีการจำหน่ายให้ลูกค้ากลุ่ม ผู้บริโภคทั่วไป (Business-to-Consumer : B2C) อีกทั้งไทยฮอนด้าได้เปิดตัว Honda ev Charger แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายกว่า 230 สถานี เพื่อรองรับการใช้งานภายในปีนี้ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และหางสรรพสินค้าโลตัส ทั่วประเทศ อีกทั้งสถานีชาร์จสำหรับรองรับการเซอร์วิส 915 แห่ง ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ และภายในปี 2572 (ภายใน 4 ปี) Honda ev Charger จะเปิดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศรวม 800 สถานี เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการใช้งาน และการดูแลรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ขณะที่กลุ่มรถเอที New Honda Scoopy ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์” ที่ได้วง “LYKN” มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ถ่ายทอดความสนุกและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้เนรมิตเฉดสีใหม่ 9 เฉดสี 3 สไตล์ มาให้เลือก วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีชมพู, สีขาว-น้ำเงิน, สีดำ-แดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามด้วย รุ่น Prestige เลือกได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และ รุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

 

ตามมาด้วย New Honda Lead125 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ” ถ่ายทอดมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านเฉดสีใหม่พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่เสริมลุคสปอร์ต ทันสมัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว New Honda Lead125 วางจำหน่าย 2 รุ่นพร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีขาว–ดำ (White–Black) ราคาแนะนำ 62,000 บาท

 

ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave110 ปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีรถและโลโก้ Emblem สีคอปเปอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์ และ ช่องชาร์จ USB Type-C เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ Combined Brake System (CBS) พร้อมยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย มาพร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแรง ทนทาน คล่องตัว และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่ายในรุ่นล้อแม็ก Special Edition 2 สี ได้แก่ สีขาว–น้ำตาล และ สีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 48,800 บาท และรุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา–น้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคาแนะนำที่ 48,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา–ดำ, สีน้ำเงิน–ดำ และสีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 46,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก วางจำหน่ายใน สีดำ ราคาแนะนำที่ 39,000 บาท

 

You can share this post!