“ศุภาลัย” ชี้อสังหาฯ ปี’69 พ้นจุดต่ำสุด ลั่นบิ๊กแบรนด์ “กระสุนหมดแม็ก” เลิกเล่นสงครามราคา สบช่องแลนด์ลอร์ดหั่นราคาที่ดินมากสุด 40% บุกคอนโดฯ แรกรับปีม้า “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3 พันล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์

“ศุภาลัย” ชี้อสังหาฯ ปี’69 พ้นจุดต่ำสุด ลั่นบิ๊กแบรนด์ “กระสุนหมดแม็ก” เลิกเล่นสงครามราคา สบช่องแลนด์ลอร์ดหั่นราคาที่ดินมากสุด 40% บุกคอนโดฯ แรกรับปีม้า “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3 พันล้านบาท

บิ๊กศุภาลัย ฟันธงปี 69 ตลาดเริ่มหายใจคล่อง หลังผ่านปี 68 ที่ “ยากสุดในรอบ 20 ปี” ชี้คู่แข่งปล่อยของเล่นสงครามราคาจนกระสุนหมดแม็ก เปิดทางค่ายใหญ่คุมเบ็ดเสร็จ เผยโอกาสทองราคาที่ดินร่วงแรง 10-40% หนุนต้นทุนลด เตรียมรุกตลาดคอนโดฯ เต็มสูบ ประเดิมปีม้าทองส่ง “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” มูลค่า 3 พันล้านบาท ดักดีมานด์คนรุ่นใหม่-นักลงทุน มั่นใจผลตอบแทน Yield สูง 5-7%

 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่า โดยภาพรวมมองว่าจะง่ายกว่าปี 2568 แต่หากสถานการณ์จะเลวร้ายสุด คงเทียบเท่ากับปี 2568 ซึ่งถือว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากมากและยากที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ในปีนี้บริษัทฯก็จะเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกับซัปพลายในตลาดก็ยังคงน้อย และกระจุกตัว ซึ่งในปี 2568 จะมีเพียง 5 ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เท่านั้น ที่มีการพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางศุภาลัยจะมีการเน้นย้ำชัดกว่าทุกๆปี ส่วนตลาดต่างประเทศมองว่ายังไม่มีความโดดเด่น ขณะที่ตลาดให้เช่าก็จะกลับมาบ้าง ด้านเรียลดีมานด์ยังมีอย่างต่อเนื่อง และมองว่าปีนี้ยังเป็นโอกาสของผู้บริโภค จากไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายจะนำสต๊อกเหลือขายมาลดราคา และเชื่อว่าในปีนี้จะยังเห็นการแข่งขันด้านราคากันอย่างต่อเนื่อง แต่โดยภาพรวมคิดว่าสถานการณ์จะไม่หนักเท่าปี 2568 เพราะมองว่าภาพรวมจะไม่หนักสาหัสเท่ากับปี 2568 เนื่องจากมองว่าผู้ประกอบการหลายรายเกิดอาการ “กระสุนหมดแม็ก”แล้ว

ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมช่วงปี 2568-2569 มองว่าเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังผ่านช่วงชะลอตัว โดยดีมานด์หลักยังมาจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ควบคู่กับนักลงทุนที่มองหาโครงการบนทำเลศักยภาพ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมรองรับ โดยเฉพาะคอนโดฯราคาต่ำกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร ยังมีความต้องการมาก แต่สินค้ายังขาดแคลน ขณะที่คอนโดฯราคามากกว่า 200,000 บาท/ตารางเมตร ยังมีปัญหา สต๊อกยังระบายไม่หมด ส่วนคนรุ่นใหม่แม้ว่าปัจจุบันจะมีความสนใจเช่าอยู่อาศัยมากกว่าซื้อ แต่ก็มีกลุ่มคนทำงานที่ต้องการแยกครอบครัว ก็มองหาซื้อคอนโดฯเพื่ออยู่อาศัยเองมากขึ้น จนความต้องการแซงกลุ่มอายุ 36-40 ปีไปมากขึ้นแล้ว

“เชื่อว่าภาพรวมตลาดคอนโดฯปี 2569 หากไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น เชื่อว่าจะดีกว่าปี 2568 อย่างแน่นอน อีกทั้งมาตรการภาครัฐที่ให้การสนับสนุนก็ยังมีอยู่ มั่นใจว่าคอนโดฯยังไปได้ โดยเฉพาะตลาดระดับกลาง ราคาประมาณ 70,000-90,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งศุภาลัยฯยังสามารถพัฒนาได้ และในปีนี้จะเป็นปีที่เราจะเปิดตัวคอนโดฯใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่าปะ 2568 อย่างแน่นอน เพราะยังมีที่ดินให้พัฒนาได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันได้มีเจ้าของที่ดินหลายรายนำที่ดินแปลงใหญ่มาเสนอขายกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องการลดภาระจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเจ้าของที่ดินแต่ละแปลงจะหั่นราคาขายที่ดิน และราคาลดลงจากเดิมในสัดส่วน 10-40% (ยกเว้นในย่านใจกลางเมือง)ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังมีการซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง จะมีเพียง 4 รายในตลาดฯเท่านั้น และจากราคาที่ดินที่ปรับลดลง มองว่าในระยะยาวราคาที่อยู่อาศัยก็จะปรับตัวลดลงมาอีกเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาวัสดุก่อสร้างด้วย ขณะเดียวกันแบงก์เองก็ยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพราะทุกแบงก์จะเน้นโฟกัสไปที่ลูกค้าที่มีหนี้น้อย แต่รายได้สูงเหมือนกันหมด ดังนั้นลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยก็ต้องมีความระมัดระวังและมีวินัยทางการเงินให้มากขึ้น”นายไตรเตชะ กล่าว

สำหรับทำเลฝั่งธนบุรีโดยเฉพาะย่านท่าพระ เป็นทำเลที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น จากบทบาทการเป็นจุดเชื่อมต่อหลักของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่สามารถเดินทางสู่ใจกลางเมืองและพื้นที่รอบนอกได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าเติบโตชัดเจน ขณะที่ระดับราคายังเข้าถึงได้เมื่อเทียบกับทำเลชั้นในของกรุงเทพฯ ด้วยปัจจัยดังกล่าว บริษัทฯ จึงพัฒนาโครงการ “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์”ขึ้นมา ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 5 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดฯจำนวน 2 อาคาร สูง 31 และ 32 ชั้น ขนาด 33-67.5 ตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอนมากสุด สัดส่วน 43% ขนาด 2 ห้องนอน สัดส่วน 36% และขนาด 1 ห้องนอน + สัดส่วน 21% ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.15-5.89 ล้านบาท จำนวน 910 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยโครงการดังกล่าวจะเน้นใน 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคนทำงานในเมือง,กลุ่มครอบครัว และกลุ่มนักลงทุน ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก คาดว่าในวันเปิดพรีเซลยอดขายอาจจะเป็นไปตามเป้า 1,000 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้บริษัทฯยังคงเน้นพัฒนาคอนโดฯที่มีขนาดห้องที่ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะขนาด 2 ห้องนอน เพื่อรองรับความต้องการ โดยโครงการที่พัฒนาทำเลฝั่งธนบุรี จะมีห้องขนาด 2 ห้องนอนจำนวนถึง 516 ยูนิต จาก 4 โครงการ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ตอบโจทย์อนาคต เพราะดีมานด์เริ่มมองหาซื้อคอนโดฯเป็นบ้านหลังแรกเป็นจำนวนมากขึ้น

“ที่ดินแปลงนี้ถือว่าใช้ระยะเวลาในการดีลการซื้อนานเกือบ 20 ปี จึงได้ราคาที่ถูกกว่าราคาที่ดินในปัจจุบันหลายหมื่นบาท/ตารางวา จากปัจจุบันราคาที่ดินทำเลท่าพระจะอยู่ที่ประมาณกว่า 300,000 บาท/ตารางวา และภาพเปลี่ยนของท่าพระในอดีตยังไม่มีรถไฟฟ้าผ่าน ลูกค้าที่ซื้อคอนโดฯในย่านนี้จะซื้อเพราะต้องการอยู่อาศัยจริง เดินทางสะดวก และการที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าถือว่าเป็นส่วนเสริมในการอยู่อาศัย โดยปัจจุบันทำเลท่าพระถือว่าเป็น Top 3 ทำเลที่มีการค้นหาคอนโดฯเพื่อการเช่าอยู่อาศัยมากสุด คือ ค่าเช่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,5000 บาท/เดือน หรือราคาเช่าเฉลี่ย 370-640 บาท/ตารางเมตร และหากซื้อเพื่อลงทุนก็จะการันตีผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 5-7% เพราะนับจากทำเลสามย่าน-ท่าพระ จะพบว่าไม่มีคอนโดฯให้เช่าเลย ดังนั้นทำเลท่าพระจึงเป็นสถานีแรกของฝั่งธนบุรี ที่มีคอนโดฯให้เช่าในแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน อีกทั้งทำเลท่าพระยังติด Top3 ที่มีการค้นหาคอนโดฯเพื่อเช่ามากสุดด้วย” นายไตรเตชะ กล่าว

 

นายชัยจักร วทัญญู ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด “ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจถอดเสน่ห์ฝั่งธนบุรี สู่แนวคิด Old Town New Time ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของย่านเมืองเก่าเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพลักษณ์ Loft & Modern Craft ที่โดดเด่นทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างครบทุกมิติ ด้วยการนำเสนออัตลักษณ์ของแบรนด์ “LOFT” ผ่านไฮไลต์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ค้นพบความหมายของการใช้ชีวิตใจกลางท่าพระ กับทำเลที่ดีที่สุด โดดเด่นด้วยอาคารสูง 32 ชั้น อวดโฉมแบบห้อง 1-2 ห้องนอน ครบทุกฟังก์ชัน ตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน กับครั้งแรกของผังห้องใหม่ “Well Organized” ที่ออกแบบพิเศษเฉพาะโครงการนี้ ไปจนถึงห้อง 1 Bedroom Plus พร้อมฟังก์ชันยอดนิยม “Favorite Corner” ปรับมุมอเนกประสงค์เป็นห้องตามกิจกรรมที่ชอบได้ และสำหรับผู้ที่มองหาพื้นที่ที่กว้างขึ้น รองรับการขยายครอบครัว ยังมี 2 ห้องนอน ให้เลือกทั้งแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เพื่อความสะดวกสบายที่แตกต่างตามการใช้งาน โดยมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 33 ตารางเมตร ให้ความรู้สึกโล่ง โปร่งสบาย ด้วยเพดานสูง 2.7 เมตร ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ จัดเต็ม! Full Facilities ที่กระจายอยู่ภายใน 2 อาคาร บนส่วนกลางลอยฟ้า สัมผัสวิวเมืองแบบพาโนรามา เสริมด้วยระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างและการอยู่อาศัย มอบความเชื่อมั่นด้วยการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี และส่วนควบห้องชุดลูกค้า 3 ปี ในราคาที่คุ้มค่า น่าอยู่ที่สุดในโซนท่าพระ

 

 

You can share this post!