
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือในการในการสนับสนุนการเดินหน้าโครงการ “The Central พหลโยธิน”ศูนย์การค้าแฟล็กชิพแห่งอนาคต ที่ออกแบบและพัฒนาภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลโลกอย่างรับผิดชอบในระยะยาวและเป็นหนึ่งใน Roadmap สำคัญสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยกรุงศรีสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนระยะยาว (Sustainability-Linked Long-Term Loan) วงเงิน 6,500 ล้านบาท แก่ บริษัท เบย์วอเตอร์ จำกัด (BWT) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน)
“เซ็นทรัลพัฒนาและจีแลนด์มีความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนา ‘พื้นที่’ ที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining Better Futures for All และบทบาทของเราในฐานะ Place Maker ที่เชื่อมโยง People – Place – Planet อย่างสมดุล การนำสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนมาใช้กับโครงการ The Central พหลโยธิน สะท้อนความตั้งใจของเราในการผสานการเงินเพื่อความยั่งยืนเข้ากับการพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ใช่เพียงการสร้างโครงการใหม่ แต่คือการวางรากฐานสู่อนาคต ตามเส้นทาง Journey to Net Zero ภายในปี 2050 โดยความร่วมมือครั้งนี้ ยังตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนไทยในการร่วมกันขับเคลื่อนตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืน และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”นางสาววัลยา กล่าว

นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า The Central พหลโยธิน จะเป็นโครงการมิกซ์ยูสเจเนอเรชันใหม่ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยโครงการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่ให้การสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการพัฒนาและเป้าหมายด้าน ESG ของ เซ็นทรัลพัฒนา ที่ขับเคลื่อนภายใต้โมเดล ‘The Ecosystem for All’ The Central พหลโยธิน จะเป็นอีกหนึ่งโครงการระดับโลกที่ยกระดับย่านพหลโยธินสู่การเป็น The Next CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน เซ็นทรัลพัฒนา และ จีแลนด์ ในการพัฒนาโครงการ ‘The Central’ ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์กมิกซ์ยูสสำคัญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการสนับสนุนองค์กรชั้นนำของประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ช่วยส่งเสริมความยั่งยืน และเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานทั้งนวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง
The Central พหลโยธิน – The Flagship of the Future ศูนย์การค้าระดับแฟล็กชิป มูลค่าโครงการ 21,000 ล้านบาท ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่พร้อมยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครระดับโลก บนทำเลศักยภาพ ถนน 2 สายหลัก วิภาวดีรังสิตและพหลโยธิน เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและ BTS สายสีเขียว พร้อมสร้างปรากฏการณ์ The Landmark of Northern Bangkok สะท้อนศักยภาพย่านพหลโยธินที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบชั้น CBD กรุงเทพฯ เตรียมเป็นย่านที่อยู่อาศัยและย่านเศรษฐกิจคุณภาพสูงทางตอนเหนือของเมือง ทั้งนี้โครงการตั้งอยู่บนที่ดิน 49 ไร่ พื้นที่ (GBA) 457,409 ตร.ม. พร้อมด้วย Convention Hall ขนาดใหญ่กว่า 6,700 ตารางเมตร รวมทั้งการออกแบบภูมิสถาปัตย์เชื่อมโยงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดและผ่อนคลายท่ามกลางพื้นที่สีเขียว”
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขับเคลื่อนสู่อนาคตภายใต้เจตจำนงค์ของแบรนด์ Imagining better futures for all โดยตลอด 45 ปี ได้สนับสนุนสังคมและชุมชน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน, พื้นที่สาธารณประโยชน์ และโอกาสทางการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม เราเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ได้รับการจัดอันดับ DJSI Best-in-Class 7 ปีซ้อน และเป็นอสังหาฯ รายแรกที่ออก "Green Bond" อีกทั้งทุกศูนย์การค้าติดตั้ง Solar Rooftop, EV Charging Station พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Green Partnership เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับพันธมิตรร้านค้า