“ธนาคารกรุงเทพ” ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจเปราะบาง ปี 68 กำไร 4.6 หมื่นล้าน ย้ำเดินเกมรอบคอบ เคียงข้างลูกค้าสู่ความยั่งยืน
ธนาคารพาณิชย์

“ธนาคารกรุงเทพ” ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจเปราะบาง ปี 68 กำไร 4.6 หมื่นล้าน ย้ำเดินเกมรอบคอบ เคียงข้างลูกค้าสู่ความยั่งยืน

ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอ ภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน และอุปสงค์ในประเทศอ่อนแรง ธนาคารกรุงเทพยังรักษาเสถียรภาพธุรกิจ รายงานกำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 1.8% พร้อมเดินหน้าธนาคารเพื่อนคู่คิด สนับสนุนลูกค้าปรับตัว–ขยายโอกาส–รับมือโลกใหม่อย่างยั่งยืน

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากปีก่อน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบาง ภาคการส่งออกได้รับแรงหนุนในช่วงครึ่งแรกจากการเร่งคำสั่งซื้อก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังตามอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ภาคบริการยังไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักได้อย่างเต็มที่ ส่วนอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแรง สะท้อนจากเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่อง และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธนาคารกรุงเทพยังคงมุ่งมั่นดำเนินบทบาท “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ให้คำปรึกษาและสนับสนุนลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ และการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันทางธุรกิจและรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมสนับสนุนการขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายในและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ อาทิ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อบรรเทาภาระหนี้ในระยะยาว และโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้ลูกหนี้รายย่อย เสริมศักยภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

ด้านผลการดำเนินงาน รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์และการกระจายแหล่งรายได้ แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของสินเชื่อ โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ร้อยละ 2.75 ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและเงินลงทุน ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อย

ธนาคารยังคงบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ร้อยละ 48.4 ใกล้เคียงปีก่อน สะท้อนความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาวะเศรษฐกิจท้าทาย พร้อมตั้งสำรองอย่างรอบคอบ โดยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตลอดปี 2568 อยู่ที่ 36,147 ล้านบาท และลดลงในไตรมาส 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อรวม 2.61 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.2 จากปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังเติบโต ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยค่าต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.0 และมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนต่อสินเชื่อด้อยค่าในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 324.1

ด้านฐานะการเงิน ธนาคารมีเงินรับฝาก 3.20 ล้านล้านบาท และอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 81.6 ส่วนเงินกองทุนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนรวมอยู่ที่ร้อยละ 21.8 สูงกว่าข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

You can share this post!