บล.ฟิลลิป ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังตั้งรัฐบาลใหม่ เชื่อมั่นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว หนุนตลาดหุ้น พร้อมแนะกลยุทธ์จัดพอร์ต 50-30-20 และเปิดตัวแอปลงทุนใหม่ “Phillip Pocket” ตอบโจทย์นักลงทุนยุคดิจิทัล
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี “Phillip Investment Forum 2026” ณ หอประชุมศุกรีย์แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีนักลงทุนเข้าร่วมกว่า 300 คน สะท้อนความสนใจต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2569 อย่างคึกคัก
ภายในงาน นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะไม่สะดุด และนโยบายหลักยังคงมุ่งกระตุ้นการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน
จากปัจจัยดังกล่าว บล.ฟิลลิป ตั้งเป้าหมายดัชนี SET Index ปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1,440 จุด บนสมมติฐานเศรษฐกิจไทยเติบโต 1.7% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 35 ล้านคน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในช่วงไตรมาสแรกของปี
สำหรับมุมมองการลงทุนต่างประเทศ บล.ฟิลลิป ระบุว่า กระแส AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็นการลงทุนรอบใหญ่ (Investment Cycle) ที่มีกระแสเงินสดจริงรองรับ โดยแนะนำให้นักลงทุนโฟกัสธีม “Physical AI” รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก
ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป แนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนปี 2569 ในสัดส่วน 50-30-20 ได้แก่
• Theme Play 50% เน้นหุ้นและกองทุนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ ดอกเบี้ยขาลง และธีม AI
• Resilient Play 30% เน้นหุ้นกระแสเงินสดมั่นคงและหุ้นปันผล
• Alternative 20% เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะการลงทุนในทองคำ
ภายในงานยังมีไฮไลต์จาก นพ พงศธร ธนบดีภัทร เจ้าของช่องธุรกิจ Nop Pongsatorn ที่มาร่วมบรรยายในหัวข้อ “The New Wealth Code” แนะนำแนวคิดการคัดเลือกบริษัทในยุค AI ผ่าน Framework “4 Archetypes” และเน้นการวัดผลด้วยแนวคิด “ROAI” หรือ Return on AI เพื่อดูว่าบริษัทสามารถใช้ AI สร้างกำไรได้จริงหรือไม่
นอกจากนี้ บล.ฟิลลิป ยังเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ “Phillip Pocket” ภายใต้แนวคิด “Just Right – พอดีสำหรับคุณ” ซึ่งออกแบบมาเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความคล่องตัว เน้นการเช็กพอร์ตและส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว โดยรองรับการลงทุนแบบ Multi-Asset และ Multi-Portfolio รวมถึงการซื้อหุ้นต่างประเทศแบบ Fractional Share และการลงทุนแบบ DCA
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า Phillip Pocket ไม่ได้ตั้งใจมาแทนที่แอปเทรดเดิม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem การลงทุนที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ พร้อมเผยว่าในอนาคตบริษัทเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มเทรดขั้นสูง “Phillip P3” เพื่อรองรับนักลงทุนมืออาชีพอย่างครบวงจร