บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (TFM) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจ ประกาศผลงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งทุกมิติ ทำยอดขายรวม 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% และกำไรสุทธิพุ่งแตะ 733 ล้านบาท เติบโต 36.9% จากปีก่อน สะท้อนความสำเร็จจากการขยายตลาดอาหารกุ้ง–อาหารปลา และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอนุมัติจ่ายปันผลรวมทั้งปี 0.60 บาทต่อหุ้น
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TFM โดยยอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จากการปรับพอร์ตสินค้าเน้นกลุ่ม High Margin และบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 22.2% จาก 18.7% ในปีก่อน
ไตรมาส 4/2568 โตต่อเนื่องทุกกลุ่มสินค้า
ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัททำยอดขาย 1,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% โดยเฉพาะกลุ่มอาหารกุ้งที่เติบโตโดดเด่น 21.4% จากความต้องการในประเทศและการส่งออกที่ขยายตัว ขณะที่อาหารปลาเพิ่มขึ้น 6.7% และอาหารปลากะพงพุ่งแรงถึง 25.3% ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด กำไรขั้นต้นไตรมาส 4 อยู่ที่ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% อัตรากำไรขั้นต้นขยับเป็น 22.3% จาก 20.5% ในปีก่อน ควบคู่การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายให้อยู่ที่ 9.3% ลดลงจาก 10.2% ทั้งนี้ บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI สำหรับโรงงานสงขลาและสมุทรสาคร ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงไตรมาสสุดท้ายลดลงเหลือเพียง 0.9% หนุนกำไรสุทธิไตรมาส 4 อยู่ที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% เคาะปันผลรวมปี 0.60 บาทต่อหุ้น
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.30 บาทต่อหุ้น (จากกำไร BOI) เมื่อรวมกับงวดระหว่างกาล ทำให้ทั้งปี 2568 จ่ายปันผลรวม 0.60 บาทต่อหุ้น โดยจะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติในวันที่ 7 เมษายน 2569 เดินหน้าปรับโครงสร้าง เสริมศักยภาพแข่งขัน ในปีที่ผ่านมา TFM ได้ปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและขีดความสามารถการแข่งขัน ทั้งการแตกพาร์จาก 2 บาท เหลือ 1 บาทต่อหุ้น และจำหน่ายหุ้น 51% ใน AMG-TFM ประเทศปากีสถาน เพื่อลดความเสี่ยงและบริหารพอร์ตลงทุนให้คล่องตัวมากขึ้น
บริษัทเดินหน้าธุรกิจภยุทธ์หลัายใต้ 4 กลก ได้แก่
1. รักษาคุณภาพอาหารสัตว์อย่างสม่ำเสมอ
2. เติบโตไปพร้อมเกษตรกร
3. ขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
4. ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่การพัฒนานวัตกรรม
ความสำเร็จดังกล่าวสอดรับกับกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ตอกย้ำการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน