ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 บริษัทมียอดขายรวม 3,323 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่สามารถทำ อัตรากำไรขั้นต้น 34.5% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 30–33% และมีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9% จากปีก่อน
ปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ที่มีสภาพคล่องดีขึ้น แม้ไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจหลัก 3 เสาหลัก
1.ฉนวนกันความร้อน/เย็น – Aeroflex ยอดขาย 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แรงหนุนจากตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียม เช่น Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System รองรับโครงการในอุตสาหกรรม Semiconductor / Cloud / Data Center และยานยนต์ แนวโน้มตลาดสหรัฐฯ ยังเติบโตต่อเนื่องจากกระแส Reshoring
2.ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ – Aeroklas ยอดขาย 1,497 ล้านบาท ลดลง 12% YoY สะท้อนการฟื้นตัวล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและออสเตรเลีย บริษัทเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เตรียมรับการฟื้นตัวระยะถัดไป ขณะที่ 4 Way Suspension Products ในออสเตรเลียมีทิศทางดีขึ้นจากสินค้าใหม่
3.บรรจุภัณฑ์พลาสติก – EPP ยอดขาย 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 19% QoQ แม้การแข่งขันสูง แต่จุดแข็งด้านมาตรฐาน มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอุตสาหกรรม
โครงสร้างต้นทุนแข็งแรง
- ต้นทุนขาย 2,176 ล้านบาท ลดลง 7% YoY
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 828 ล้านบาท ลดลง 2% YoY
- ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 35 ล้านบาท จากเงินบาทแข็งค่า
- รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 64 ล้านบาท (อินเดีย–จีนปรับตัวดีขึ้น)
มองไตรมาส 4 และปีบัญชี 68/69
แม้ต้นทุนบางส่วนมีแนวโน้มสูงขึ้นในไตรมาส 4 (ม.ค.–มี.ค.69) บริษัทมั่นใจรักษาความสามารถทำกำไร และเดินหน้าตามนโยบาย “USE” (Use resources wisely – บริหารต้นทุน – ยกระดับประสิทธิภาพ) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน