“BE Petrothai” ชี้อุตสาหกรรมพลังงานต้องก้าวข้าม KPI ระยะสั้น สู่การตัดสินใจที่โปร่งใส มีจริยธรรมและตอบโจทย์สู่ความยั่งยืน
พลังงาน-อุตสาหกรรม

“BE Petrothai” ชี้อุตสาหกรรมพลังงานต้องก้าวข้าม KPI ระยะสั้น สู่การตัดสินใจที่โปร่งใส มีจริยธรรมและตอบโจทย์สู่ความยั่งยืน

นายตาม จำนงค์อาษา ผู้บริหาร BE Petrothai Group เปิดเผยว่า BE Petrothai Group ได้ปรับบทบาทสู่การเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงานด้วยองค์ความรู้ทางวิศวกรรม (Value Engineering) ที่สั่งสมมากว่า 40 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ชี้อุตสาหกรรมพลังงานไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญที่ความสำเร็จไม่อาจวัดได้จากการลดต้นทุน หรือ KPI ระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรม ความโปร่งใส และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ควบคู่กับความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว

เชื่อว่า การแก้ปัญหาเฉพาะจุดในโรงงานไม่เพียงพออีกต่อไป การที่กลุ่มบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลกมานาน และทีมงานเห็นภาพรวมการทำงานของทั้งระบบ ทำให้มีความรู้ในเชิงลึกของตัวอุปกรณ์ เครื่องจักร ในฐานะเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงาน เราทำ Engineering management วางโครงสร้างข้อมูล ทำให้สามารถวิเคราะห์ และออกแบบการแก้ปัญหาของโรงงานทั้งระบบ ด้วยการใช้ AI ผ่าน Dashboard ร่วมกับลูกค้า เพื่อให้เห็นภาพตรงกันและสร้างความยืดหยุ่น มั่นคงให้ธุรกิจ โดยมีเสาหลัก 3 ข้อ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ลูกค้าใช้พิจารณา ได้แก่ ารเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Optimization), การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยง (Performance & Risk Management), การสร้างความยั่งยืน (ESG)

เสาหลักที่ 1: การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน โดยใช้องค์ความรู้เป็นตัวช่วยให้ผู้บริหาร นำไปประกอบการตัดสินใจได้ ทำให้งบประมาณไม่บานปลาย

ช่วยลูกค้าบริหารจัดการงบประมาณ ด้วยข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ในจุดที่สำคัญและจำเป็นก่อนได้ จากประสบการณ์การส่งมอบงานสำเร็จในราคาที่คุ้มค่าอย่างต่อเนื่องมากว่า 40 ปี ทำให้กลุ่มบริษัทได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตร

เสาหลักที่ 2: การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยง ก้าวข้าม KPI ระยะสั้น

BE Petrothai Group นำองค์ความรู้กว่า 40 ปี มาประยุกต์ใช้ ยกระดับการบำรุงรักษาด้วย Data และ AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการผลิตของโรงงาน ช่วยประเมินอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และแนะนำแนวทางการบำรุงรักษาที่เหมาะสมที่สุด ผลที่ลูกค้าได้รับ ได้แก่

-ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงงาน

-รักษาระดับการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการไม่สะดุด

-ลดการหยุดกระบวนการผลิตทั้งโรงงานจากเหตุไม่คาดคิด (Unplanned Shutdown)

-เพิ่มความปลอดภัยให้พนักงานผู้ปฏิบัติงาน เพราะ มีการจัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยง

เสาหลักที่ 3: ESG และการสร้างความยั่งยืนขับเคลื่อน Net Zero ตอบรับวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมพลังงานโลกและประเทศไทย เพื่อให้โรงงานและชุมชนอยู่ร่วมกันได้

-Environmental: ลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Energy Recovery (ORC), Energy Saving, CCUS (Decarbonization), New Energy (Hydrogen)

-Social & Safety: ยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนระยะยาว ด้วยนวัตกรรมที่ลดการรบกวนและส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่าง หอเผาทิ้งไร้ควัน (Enclosed Ground Flare - EGF)

-Governance: สร้างระบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เรามุ่งมั่นในเจตนารมณ์การเป็นพลเมืองโลกที่ดี (Good Global Citizen) ซึ่งยึดถือมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี จนได้รับการยอมรับและรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง Trace และ CAC

“ยุคของการซ่อมอุปกรณ์เมื่อเกิดความเสียหายได้สิ้นสุดแล้ว BE Petrothai Group ไม่ได้มุ่งขายเพียงอุปกรณ์ แต่ส่งมอบความมั่นใจให้กับระบบพลังงานของประเทศ ผ่านการใช้ AI และข้อมูลเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างแม่นยำ ช่วยให้โรงงานบริหารความเสี่ยง ก้าวข้าม KPI ระยะสั้น และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนในระยะยาว” นายตาม กล่าว

ด้วยความเป็น “Adaptive Innovation Partner พันธมิตรนวัตกรรมของธุรกิจพลังงานไทย” BE Petrothai Group พร้อมก้าวสู่บทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ด้านระบบและอุปกรณ์ในโรงงานด้วยองค์ความรู้ทางวิศวกรรม (Value Engineering) เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยให้ก้าวผ่านยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สู่อนาคตของอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างมั่นคง

 

ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย (BE Petrothai Group)

กลุ่มบริษัท บี ปิโตรไทย เป็นตัวแทนผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักร เทคโนโลยี และการจัดการทางวิศวกรรม ตลอดจนการให้บริการหลังการขาย ซ่อมบำรุง รักษาอุปกรณ์ ตลอดอายุการใช้งาน (Equipment life cycle) และบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้ลูกค้าได้อย่างครบวงจร ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524 เพื่อให้บริการด้านวิศวกรรมแก่อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีไทย ในช่วงที่ประเทศไทยได้เริ่มพบก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียมเป็นครั้งแรก

ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง ที่ครอบคลุมการบริการ 5 ด้าน ได้แก่ การเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้แก่พันธมิตร การคัดเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามความต้องการของลูกค้า การบริหารจัดการงานวิศวกรรมและบริการหลังการขาย เทคโนโลยีและระบบข้อมูลเพื่อให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและกระบวนการทำงานให้แก่ลูกค้า และให้บริการจัดการด้านทรัพยากรต่างๆ

 

You can share this post!