กลุ่มบริษัทบางจากประกาศผลงานปี 2568 แข็งแกร่งท่ามกลางแรงกดดันราคาน้ำมันดิบต่ำและขาดทุนสต๊อก แต่ยังโชว์ศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุนและผสานธุรกิจได้อย่างโดดเด่น
ปี 2568 ทำรายได้จากการขายและบริการรวม 507,570 ล้านบาท
- รายได้รวม 507,570 ล้านบาท
- EBITDA 35,753 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 2,880 ล้านบาท
- กำไรจากการดำเนินงานปกติ 10,240 ล้านบาท โต 67%
- รับรู้ Synergy แล้วกว่า 7,300 ล้านบาท
EBITDA อยู่ที่ 35,753 ล้านบาท
โรงกลั่นพระโขนงและศรีราชาทำสถิติอัตราการกลั่นสูงสุดเฉลี่ยเกือบ 280,000 บาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/2568 นับเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของปี
ดีลใหญ่สะเทือนภูมิภาค ซื้อ 100% Chevron Hong Kong
บางจากลงนามเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดใน Chevron Hong Kong Limited จาก Chevron Companies (Greater China) Limited มูลค่าเบื้องต้น 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดีลนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสู่ผู้เล่นพลังงานระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย CHK มีธุรกิจครอบคลุม
- น้ำมันค้าปลีก
- น้ำมันอุตสาหกรรม
- เชื้อเพลิงเรือเดินสมุทร
- คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง
หลังปิดดีล บริษัทจะยังดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ Caltex และเปลี่ยนชื่อเป็น “Bangchak Hong Kong Limited” คาดธุรกรรมแล้วเสร็จกลางปี 2569
วางหมากปี 2569 โตทุกกลุ่มธุรกิจ
บางจากเดินหน้าโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อเร่งการเติบโต
- ธุรกิจการค้าน้ำมัน คาด EBITDA โต 25%
- ธุรกิจสำรวจและผลิต เพิ่มกำลังผลิต ~50%
- ปริมาณการกลั่นเพิ่มเป็น 275,000 บาร์เรลต่อวัน
- รับ EBITDA จากดีลฮ่องกงเพิ่ม 750–1,000 ล้านบาท
- ธุรกิจ Power & Infrastructure คาดโต 10%
- โครงการลม “Monsoon” เดินเครื่องเต็มปี กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์
ทำไมฮ่องกงคือหมากสำคัญ?
ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการเงินของภูมิภาค ค่าการตลาดอยู่ในระดับสูง มีเสถียรภาพด้านกฎหมาย และค่าเงินผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายตลาด แต่คือการวางฐานยุทธศาสตร์ระยะยาว รองรับแพลตฟอร์มการค้าน้ำมันระดับภูมิภาค และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารอุปทานในประเทศ
บางจากกำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นในประเทศ สู่ผู้ขับเคลื่อนพลังงานระดับภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Accelerating Bangchak 100x” เดินหน้าสร้างการเติบโต ควบคู่ ESG และพลังงานอนาคต