“ทีทีบี” ลุยคืนกำไรผู้ถือหุ้น! ซื้อหุ้นคืนรอบ 3 วงเงิน 9.6 พันลบ. ดันเพดานแตะ 3.5 หมื่นลบ. ปันผลปี 68 สูง 6–7%
ธนาคารพาณิชย์

“ทีทีบี” ลุยคืนกำไรผู้ถือหุ้น! ซื้อหุ้นคืนรอบ 3 วงเงิน 9.6 พันลบ. ดันเพดานแตะ 3.5 หมื่นลบ. ปันผลปี 68 สูง 6–7%

บอร์ด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี) ไฟเขียวเดินหน้าแผนบริหารส่วนทุน (Capital Management) ชุดใหญ่ ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท พร้อมเตรียมเสนอผู้ถือหุ้นขยายเพดานโครงการรวมเป็น 35,000 ล้านบาท ยาวถึงปี 2571 และคงนโยบายจ่ายปันผลปี 2568 ในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิ ตอกย้ำจุดยืน “คืนกำไรผู้ถือหุ้น” ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

ซื้อหุ้นคืนรอบ 3 เร็วกว่าแผน สะท้อนวินัยการเงินแข็งแกร่ง

นายปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอ ทีทีบี เผยว่า โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 จะนำวงเงินคงเหลือจากรอบก่อนหน้า 9,614 ล้านบาท ใช้ซื้อผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์แบบจับคู่อัตโนมัติ ระหว่างวันที่ 20 ก.พ. – 19 ส.ค. 2569

ก่อนหน้านี้ ทีทีบีสามารถซื้อหุ้นคืนรวมแล้ว 5,783 ล้านหุ้น ทำให้อัตราเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังเดินหน้าได้เร็วกว่าแผนเดิม จากกรอบปี 2570 ขยับมาเสร็จภายในปี 2569 ภายใต้วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท

ปันผลปี 68 แตะ 0.134–0.137 บ./หุ้น ยีลด์สูง 6–7%

บอร์ดเตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) วันที่ 21 เม.ย. 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลปี 2568 ที่ 60% ของกำไรสุทธิ เท่าปีก่อน

- ปันผลเบื้องต้น 0.068–0.071 บาท/หุ้น

- รวมกับปันผลระหว่างกาล 0.066 บาท

- รวมทั้งปีราว 0.134–0.137 บาท/หุ้น

- Dividend Yield อยู่ระดับสูงประมาณ 6–7%

กำหนดขึ้น XD วันที่ 27 เม.ย. 2569 และจ่ายเงินสด 20 พ.ค. 2569

เงินกองทุนแกร่ง CAR เหนือ 19% สูงกว่าเกณฑ์ ธปท. ชัดเจน

แม้เดินหน้าซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ระดับเงินกองทุนรวม (CAR) ยังสูงกว่า 19% เทียบชั้นธนาคาร D-SIBs และมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 12% อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรราว 12,300 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเสนอขยายเพดานซื้อหุ้นคืนจาก 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุมปี 2568–2571 คิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของหุ้นทั้งหมด

เป้าหมายชัด “โตอย่างมีคุณภาพ พร้อมคืนผลตอบแทน”

ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ทีทีบียืนยันรักษาระดับปันผลสูง ควบคู่บริหารโครงสร้างทุนให้มีประสิทธิภาพ พร้อมขยายสินเชื่อคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายภาครัฐ เช่น โครงการ SME Credit Boost เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

การเดินหมากครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ซื้อหุ้นคืน…แต่คือการประกาศความมั่นใจในศักยภาพระยะยาว และส่งสัญญาณชัดว่า “ผู้ถือหุ้นต้องได้มากกว่าเดิม”

You can share this post!