“เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง”ประกาศแผนปี’69 ผุด 2 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 2 พันล้าน สบช่องว่างตลาดคัมแบ็กลุยตลาดคอนโดฯพัทยาในรอบ 5 ปี
อสังหาริมทรัพย์

“เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง”ประกาศแผนปี’69 ผุด 2 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 2 พันล้าน สบช่องว่างตลาดคัมแบ็กลุยตลาดคอนโดฯพัทยาในรอบ 5 ปี

เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง กางแผนปี 69 ผุด 2 โครงการใหม่ ทำเลลำลูกกา-บางละมุง มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท สบช่องหวนคืนสังเวียนคอนโดฯ พัทยาในรอบ 5 ปี ปักธงผู้นำโซนเหนือพ่วงอสังหาฯ เชิงสุขภาพ บ้านนวัตกรรม "XELLS" ดึงดูดเรียลดีมานด์ยุคใหม่หวังดันรายได้ Recurring Income แตะ 15% พร้อมจี้รัฐบาลใหม่สร้างความชัดเจน ดึงเชื่อมั่นนักลงทุนกลับคืน เล็งเป้ายอดขาย 4,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท

 

นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH เปิดเผยถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 ว่า เศรษฐกิจของประเทศอยู่ท่ามกลางความผันผวน มีความหวังว่าตลาดที่อยู่อาศัย จะกลับมาฟื้นตัวขึ้น โดยตลาดยังต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลก และทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับการตัดสินใจซื้อบ้าน ลงทุนทำโครงการใหม่เพิ่ม ของทั้งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องมีการบริหารงานที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2569 เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 2 ทำเล มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง 2569  ประกอบด้วย

1.โครงการคอนโดฯมิเนียม โลว์ไรส์ ในทำเลบางละมุง พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ดินที่ซื้อมาเมื่อ 4-5 ที่ผ่านมา ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ พัทยา พื้นที่ 3 ไร่ มีแผนพัฒนาเป็น 3 อาคาร สูง 8 ชั้น แบ่งการพัฒนาเป็น 2 เฟส มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายคนไทย ราคาประมาณ 2-5 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 60,000–70,000 บาท/ตารางเมตร มูลค่าโครงการประมาณ 600-800 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างออกแบบ และศึกษาข้อมูล

“เราไม่ได้มีการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมมาประมาณแล้ว 5 ปี และเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมามองว่าภาพรวมตลาดคอนโดฯในพัทยา สามารถทำยอดขายได้ดี ผู้ประกอบการสามารถระบายสต๊อกซัปพลายเดิมออกไปได้มาก ซึ่งเอ็น.ซี.ฯก็ได้มีการศึกษาข้อมูลตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และเห็นถึงช่องว่างตลาด เพราะตลาดอสังหาฯพัทยานั้นเจาะทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ ที่ทำงานในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก  (EASTERN ECONOMIC CORRIDOR : EEC) และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ Health & Wellness จึงคิดว่าถึงเวลาที่จะกลับมาพัฒนาคอนโดฯอีกครั้งในพัทยา หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จจากโครงการ เนทูเรซ่า อาร์ท พัทยาเหนือ (Natureza Art Pattaya) มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทั้งนี้หากหลายประเทศยังมีปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ และส่งผลให้ชาวต่างชาติชะลอตัวการมาท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทฯก็อาจจะชะลอแผนการพัฒนาออกไปก่อนได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบตลาด”นายสมนึก กล่าว

2.โครงการแนวราบ ย่านลำลูกกา คลอง 7 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 ไร่ มีแผนพัฒนาโครงการแนวราบ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส ทั้งในรูปแบบของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ ราคา 2–6 ล้านบาท แต่จะเน้นกลุ่ม 3–7 ล้านบาทเป็นหลัก ซึ่งเป็นตลาด Mass ที่ยังมีดีมานด์จริง มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท

ซึ่งจะทำให้ในปี 2569 บริษัทฯมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง และยังมีสินค้าคงเหลือขายในระดับที่เพียงพอ พร้อมเร่งเดินหน้าโครงการแนวราบ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม รองรับจำนวน 13 โครงการ  รวมมูลค่ากว่า 11,384 ล้านบาท ซึ่งมองว่าโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพียงพอต่อการรุกโครงการใหม่เพิ่ม พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2569 ที่ 4,000ล้านบาท โต 20–30% จากปีก่อนที่ทำได้กว่า 3,000 ล้านบาทแม้ยอดขายทั้งอุตสาหกรรมปีที่ผ่านมาลดลงราว 20% เพราะกำลังซื้อและการปฏิเสธสินเชื่อ และรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ เอ็น.ซี.ฯ ยังต่อยอดพอร์ตธุรกิจใหม่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายสมนึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมา มียอด Reject Rate บางช่วงพุ่งถึง 40–50%  เนื่องจาก“ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ” ลูกค้ากู้ได้ไม่เต็มวงเงินบางรายใช้มาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ( Loan to Value : LTV) เพียง 70% ต้องหาเงินดาวน์เพิ่มอีก 30% ซึ่ง เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่งฯ แก้เกมด้วยการช่วยลูกค้า “แต่งตัวทางการเงิน” ,ขยายระยะเวลาผ่อนดาวน์ และปรับแบบบ้านให้ราคาจับต้องง่ายขึ้น (Value Engineering) ซึ่งตั้งเป้าลด Reject Rate เหลือ 30% เพราะในยุคนี้ การขายบ้านเก่งอย่างเดียวไม่พอต้องช่วยลูกค้า “กู้ผ่าน” ให้ได้ด้วย

นอกจากนี้ เอ็น.ซี.ฯ ได้นำนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย ผสาน การมีคุณภาพความสุขอย่างยั่งยืนสู่ระยะยาว  Longevity Living  ภายใต้แนวคิด บ้านแห่งอนาคต สู่ การพัฒนาโครงการ ชู Nc Well Living 2026 เชื่อมโยงการอยู่อาศัย Green Living ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน, Smart Living การออกแบบการอยู่อาศัยที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมใส่ใจสุขภาพ, Well Living  การใช้ชีวิตที่ดีในโครงการ ยกระดับคุณภาพทุกชีวิตครอบครัวไทย สะดวก ปลอดภัย มีความสุขที่ยืนยาว พร้อมผนวกคอนเซ็ปต์ GAI-A  ไลฟ์สไตล์พื้นที่ความสุข ที่สมดุลด้วยความคุ้มค่าสู่บ้านที่ยั่งยืน และดีต่อสุขภาพ

G : Grove ป่าเล็ก ๆ ที่ร่มรื่น สร้างความสงบ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

A : Aeris  สายลมที่พัดผ่าน เพิ่มความสดชื่น และช่วยระบายอากาศตามธรรมชาติ

I  : Innovation  นวัตกรรมที่ผสมผสานกับธรรมชาติ เช่น วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบหมุนเวียนอากาศ หรือพลังงานสะอาด

A : Arbor  พื้นที่กลางแจ้งที่ร่มรื่น เปิดรับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ได้เดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ความร่วมมือด้านการวิจัย  (Research cooperation project) “ระบบ Home IoT ที่ควบคุมการสร้างสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงาน”  ของ Panasonic ซึ่งเป็นพลังพันธมิตรที่ดี ต่อกันอย่างยาวนาน ภายใต้การสนับสนุนของ NEDO องค์การพัฒนาพลังงานใหม่ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา  เพื่อความสบายในทุกมิติของคนไทยที่แท้จริง และ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับบ้านผสานด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ในโครงการนี้ได้ใช้โครงการที่อยู่อาศัยของ เอ็น.ซี เป็นบ้านต้นแบบในการติดตั้งระบบ และได้รับผลการทดลองที่น่าพึงพอใจ

นายสมนึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 นี้ เอ็น.ซี.ฯได้ ชูโปรดักต์ บ้านระบบ XELLS คือบ้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ "สบาย" และ "มีประสิทธิภาพ" อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพ และเป็นบ้านพลังงานสะอาด ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว  เน้นที่ความสบาย (Comfort) และ การประหยัดพลังงาน (Energy Saving) ที่สามารถผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น ระบบควบคุมความสบายพร้อมประหยัดพลังงาน  เสริมด้วย Supply Fan ที่ช่วยเติมออกซิเจน อากาศบริสุทธิ์ ลดปริมาณฝุ่น PM2.5 (Indoor Air Quality) และการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านผ่านสมาร์ตโฟนที่ช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อบ้านที่น่าอยู่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เหมาะกับไลฟ์สไตล์ความสุข GAI-A คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและพลังงาน ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพิ่มความสุขในทุกวันด้วยการได้ผ่อนคลาย และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ส่งเสริมสุขภาพ อากาศสะอาด และสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ของผู้อยู่อาศัย

1.อยู่สบายพร้อมประหยัดพลังงาน (Comfortable living with less energy) เทคโนโลยีขั้นสูง ลดการใช้พลังงานในบ้านได้ถึง 31%* โดยไม่ลดทอนความสบาย ทำให้ค่าไฟลดลง Smart Home พร้อมสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย Smart Home & IoT ในการควบคุม

2.เสริมสร้างอากาศสะอาด ลดเชื้อโรค ไร้กลิ่นอับ ด้วยเทคโนโลยี Nanoe ในเครื่องปรับอากาศ และยกระดับคุณภาพอากาศด้วยการเติมอากาศจากภายนอกด้วย Supply Fan ที่ช่วยให้ภายในบ้านมีอากาศบริสุทธิ์ ลดฝุ่น PM2.5 ที่เข้าสู่บ้านผ่านการกรอง ทำให้รู้สึกสดชื่นตลอดเวลา

3.วัสดุคุณภาพ ใช้วัสดุที่เชื่อมโยง รักษ์โลก ห่วงใยสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง

และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดบ้านที่อยู่อาศัยระดับราคา 3-7 ล้านบาท  สู่ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โซนเหนือ ครอบคลุมให้บริการด้านการรับสร้างบ้าน ต่อเติมก่อสร้างและ รับบริหารโครงการที่อยู่อาศัยครบวงจร สร้างการเติบโตระยะยาว  ภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็น.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (NCPM) ซึ่ง เอ็น.ซี มี บริษัทในเครือ อาทิ ศิริอรุณเวลเนส ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพทุกช่วงวัย, ศิริอรุณ สหคลินิก กายภาพบำบัด และแพทย์แผนจีน, Nc Regen Sport & Wellness, Nc Regen Sport & Golf , Nc Q Prompt บริหารธุรกิจบ้านมือสอง และโซลูชันบ้านครบวงจร  ซึ่งจะช่วยทำรายได้อัตราส่วนแบ่งรายได้ ถือเป็น Recurring Income  10% ของรายได้รวม ปีนี้  และปี 2569 ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจ Recurring Income ไว้ที่ 10–15% คาดว่าภายในระยะเวลา 3 ปี สัดส่วนจะเพิ่มไปที่ 20%

You can share this post!