กลุ่มล้ำฤทธิ์ ทุ่มงบ 200 ล้านบาท เปิดตัว “ดิ โอทู แบงค็อก” (The O2 Bangkok) พลิกโฉมวงการเวชศาสตร์การกีฬาไทย ชูโมเดล “Injury-to-Membership Loop” รวมศูนย์การแพทย์-กายภาพ-สนามกีฬามาตรฐานสากลไว้ในที่เดียวกว่า 10,000 ตารางเมตร ผนึกกำลังแชมป์โลก “ปอป้อ ทรัพย์สิรี” ปั้นอะคาเดมีแบดมินตันระดับพรีเมียม เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมิถุนายน 2569 นี้ มั่นใจคืนทุนใน 3-5 ปี พร้อมกางแผนรุกตลาดจีนและอาเซียน เล็งขยายสาขา 2 ที่เมกาบางนา พร้อมตั้งเป้าจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในอนาคต

นายแพทย์มานพ ศิลาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล้ำฤทธิ์ จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง The O2 Bangkok เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การทำงานด้านการฟื้นฟูร่างกายทั้งในไทยและต่างประเทศ เล็งเห็นว่าศูนย์การแพทย์แผนปัจจุบัน ศูนย์กายภาพบำบัด และสนามกีฬาระดับมืออาชีพ ยังถูกแยกออกจากกัน ทำให้ผู้บริโภคคนไทยต้องเดินทางไปหลายแห่ง เห็นพ่อแม่ไปตรวจสุขภาพที่คลินิก ส่วนลูกไปซ้อมกีฬาที่สนาม และเมื่อเล่นกีฬาแล้วเกิดการบาดเจ็บก็ต้องไปโรงพยาบาล หรือพออยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย ต้องไปคลินิกกายภาพ เป็นต้น ทั้งหมดนี้นับเป็นการสูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังพบว่านักกีฬาเยาวชนและนักกีฬามืออาชีพมากมาย ต้องเลิกเล่นกีฬาจากปัญหาการบาดเจ็บเรื้อรังโดยไม่ได้รับการรักษาและการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างถูกต้อง เพราะทราบดีว่านักกีฬาไม่ได้ต้องการแค่รักษาให้หายเจ็บ แต่ต้องการฟื้นฟูจนกลับมาแข่งขันได้ ดังนั้นการพัฒนาสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่มีศูนย์การแพทย์และศูนย์กายภาพอยู่ในสนามกีฬาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเชื่อมการรักษากับการเทรนนักกีฬาได้แบบไร้รอยต่อ จึงได้นำ Pain Point ทั้งหมดนี้มาพัฒนาเป็น “ดิ โอทู แบงค็อก” (The O2 Bangkok)สปอร์ตและเวลเนสคอมเพล็กซ์แห่งแรกของประเทศไทยที่ผสานศักยภาพด้านการแพทย์ การกีฬา และการฟื้นฟูสมรรถภาพไว้ในแห่งเดียว

“ดิ โอทู แบงค็อก”ตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 84 ใกล้ MRT สถานีบางอ้อ บนพื้นที่ 3 ไร่ เป็นการเช่าที่ดินระยะยาว 20 กว่าปี จากแลนด์ลอร์ด โดยเป็นพื้นที่ใช้สอย 10,200 ตารางเมตร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ประกอบด้วย Sapsiree Badminton Academy คอร์ตแบดมินตันติดแอร์ 7 คอร์ต พร้อมพื้นคุณภาพสูงที่ซับแรงกระแทกลดการเจ็บเข่า นำทีมสอนโดยปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักกีฬาแบดมินตันหญิงชาวไทย ,สนามบาสเก็ตบอลติดแอร์โดย FYB Basketball Academy พร้อมพื้นไม้เกรดแข่งขันมืออาชีพด้วยระบบซับแรงกระแทก จำนวน 2 สนาม , สนามฟุตบอล 5 คน โดย FYB Football Academy, PRIMALAPE ฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมงที่บริหารจัดการโดย AI แห่งแรกในไทย, คลินิกสุขเลิด (Suklert Clinic), สระน้ำ Hydrotherapy กลางแจ้ง ความยาว 25 เมตร, ศูนย์อาหารและเครื่องดื่มพร้อมตัวเลือกเมนูสุขภาพที่หลากหลาย และพื้นที่จอดรถกว้างขวาง พร้อมวางแผนเปิดบริการนวดและสปาในอนาคต โดยใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบและเปิดรับเมมเบอร์ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึง คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลา 3-5 ปี

ตลาดเวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine) ในไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Grand View Horizon แพลตฟอร์มวิจัยตลาด คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดเวชศาสตร์การกีฬาในประเทศไทยจะพุ่งจาก 80.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 สู่ 170.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 นับเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) 8.8% นอกจากนี้ เทรนด์การออกกำลังกายและการใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์เพื่อป้องกันและต่อสู้กับกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรม (NCDs) ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงผู้สูงวัย ด้วยเหตุนี้ The O2 Bangkok จึงเล็งเห็นโอกาสในการร่วมยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศ ด้วยการพัฒนาคอมเพล็กซ์ที่พร้อมรองรับทุกดีมานด์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสุขภาวะที่ดี (Wellbeing) ตั้งแต่การป้องกัน รักษา ฟื้นฟู พร้อมต่อยอดสู่การคืนศักยภาพการแข่งขันให้แก่นักกีฬามืออาชีพ ผ่านการรวมสนามกีฬามาตรฐานระดับโลกไว้ที่เดียวกับคลินิกแพทย์แผนปัจจุบัน
โครงการ The O2 Bangkok เป็นโครงการแรกในเมืองไทยที่เชื่อมต่อการรักษา การฟื้นฟู และการฝึกซ้อมกีฬาระดับมืออาชีพ ด้วยเป้าหมายในการสร้างวงจรการดูแลสุขภาพที่ครบลูปสำหรับทั้งนักกีฬาและคนทุกเพศทุกวัยที่รักการดูแลสุขภาพ ภายใต้โมเดล Injury-to-Membership Loop สะท้อนความพร้อมในการดูแลการบาดเจ็บและฟื้นฟูร่างกายด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ตลอดจนการคืนสมรรถภาพด้านกีฬาให้กลับมาพร้อมแข่งขันด้วยสนามกีฬามาตรฐานระดับโลก ซึ่งถือเป็นการออกแบบภายใต้โมเดลต้นแบบวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งชาติที่ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (SAT Certified)

“เราได้ผนึกกำลังพาร์ตเนอร์ระดับแนวหน้า ทั้ง ‘ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย’ แชมป์โลกแบดมินตันที่มาร่วมก่อตั้ง Sapsiree Badminton Academy, บริษัท Fei Yue Asia ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ FYB เราปักหมุดให้ The O2 Bangkok เป็นศูนย์กีฬาเยาวชนแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกีฬาโดยเฉพาะ ด้วยเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับมาตรฐานการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกีฬาของประเทศ และปั้นนักกีฬารุ่นใหม่ของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน ภายใต้พันธกิจ 'Move Better, Feel Younger, Live Longer' เพราะเราเชื่อว่าการเคลื่อนไหวและการสร้างกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง จะทำให้เราสุขภาพดีขึ้น และเมื่อเราดูแลร่างกายให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง เราก็จะอายุยืนอย่างมีคุณภาพ”นายแพทย์มานพ กล่าว
นายแพทย์มานพ กล่าวเพิ่มเติมว่า “The O2 Bangkok” ใช้กลยุทธ์ "Injury-to-Membership Loop" เพื่อเชื่อมต่อบริการ 3 ขั้นตอนเข้าด้วยกัน
1.การรักษา โดยผู้ที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือปัญหาสุขภาพจากการทำงาน สามารถเข้ารับบริการที่คลินิกสุขเลิด (Suklert Clinic) ครอบคลุมบริการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน, การฟื้นฟูจากการบาดเจ็บทางกีฬา, กายภาพบำบัดสำหรับปัญหากล้ามเนื้อและข้อต่อ ตลอดจนการดูแลสุขภาพความงาม ที่เน้น Functional Medicine หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอวัย
2.การฟื้นฟู โดยผู้รับบริการสามารถเทรนต่อที่สนามกีฬาเพื่อให้สามารถกลับมาเล่นกีฬาได้ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดแบบไม่ต้องเดินทางไปสนามกีฬาที่อื่น
3.การป้องกัน ไม่ให้กลับมาบาดเจ็บอีก โดยสนามกีฬาของ The O2 Bangkok ออกแบบภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมทีมโค้ชที่ช่วยดูแลการฝึกฝนอย่างถูกวิธีเพื่อการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว

"เราออกแบบ The O2 Bangkok ให้เป็นห้างสรรพสินค้าสำหรับสุขภาพ โครงการของเราตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เจาะกลุ่ม Urban Health หรือคนรักสุขภาพในเมืองและครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง ที่ต้องการสถานที่ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทุกคนในครอบครัวจะเจอกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตนเอง ลูก ๆ จะได้มาฝึกซ้อมกับโค้ช ผู้ใหญ่และนักกีฬาก็ได้มาเล่นกีฬาคลายเครียดและฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่วนพ่อแม่ที่มารอลูกก็จะได้มาตรวจสุขภาพและเข้าคอร์ส Anti-Aging ส่วนผู้สูงอายุ ก็เข้าโปรแกรมป้องกันโรค NCDs และมาออกกำลังกายแบบ Low Impact อย่างว่ายน้ำได้เช่นกัน”นายแพทย์มานพ กล่าว
นายแพทย์มานพ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่มีพันธมิตรเป็นชาวจีนเป็นจำนวนมาก จึงอยู่ในระหว่างการเจรจากับทีมแบตมินตันและบาสเกตบอล ชาวจีน เพื่อมาซ้อมเก็บตัวที่ The O2 Bangkok ซึ่งมองว่าจีนเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าไทยถึง 30-40 เท่า แต่การแพทย์ไทยยังมีการสื่อสารภาษาจีนได้น้อย ตนจึงใช้จุดแข็งของตนเองที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาจีน-อังกฤษ จึงมีพันธมิตรเป็นชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีน จึงถือเป็นจุดแข็งและนำมาต่อยอดธุรกิจได้ ซึ่งการเจรจาดังกล่าวต้องรอให้ The O2 Bangkok แล้วเสร็จและเปิดให้บริการก่อน จึงจะสามารถสรุปได้

“The O2 Bangkok ตั้งเป้าเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์แห่งการยกระดับประสิทธิภาพและการฟื้นฟูของกรุงเทพฯ (Bangkok Performance & Recovery Center) ตลอดจนเป็นที่รู้จักในฐานะแลนด์มาร์กด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ ในระยะยาว ซึ่งในระยะเวลา 2-5 ปีนี้ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ของสาขาแรกให้มีรายได้และผลกำไรก่อน โดยตั้งงบประมาณ 30 ล้านบาทขึ้นไป ในการทำตลาด และหากได้รับการตอบรับดี ก็อาจจะมีการขยายสาขาที่ 2 ก่อนระยะเวลาที่กำหนด” นายแพทย์มานพ กล่าว
นายแพทย์มานพ กล่าวต่อไปว่า ยังมีแผนนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ควบคู่ไปกับการขยายสาขา The O2 ทั้งในรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเตรียมนำโมเดลที่ผสาน “การแพทย์-กีฬา-การฟื้นฟู” ไปยังพื้นที่ศักยภาพอื่นๆ อันจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมกีฬาและกายภาพบำบัดของไทยสู่ระดับสากล
“เราเล็งพื้นที่บริเวณเมกา บางนา เพื่อขยายสาขาที่ 2 โดยต้องใช้พื้นที่ 3-4 ไร่ขึ้นไป โดยเปิดโอกาสให้แลนด์ลอร์ด เจ้าของที่ดินมาร่วมทุน หรือมีพันธมิตรมาพัฒนาร่วมกัน หรือขายแฟรนไชส์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียหลายประเทศ”นายแพท์มานพ กล่าวในที่สุด