
เอพีฯลั่นกลองรบ สวนกระแสความท้าทายเศรษฐกิจ เมินหนี้ครัวเรือน-พิษภาษีทรัมป์ กางพอร์ตผุด 42 โครงใหม่ รวมมูลค่า 55,000 ล้านบาท รุกฆาตตลาดบ้านเดี่ยว-คอนโดฯ ผนึกยักษ์ญี่ปุ่น "มิตซูบิชิ" สู้ศึก พร้อมปูพรม "อภิทาวน์" 8 จังหวัดทั่วไทย ชูยุทธศาสตร์ “AP CODE” ผ่าน 5 เสาหลัก ตอกย้ำเบอร์ 1 สถานะทางการเงินเหล็กไหล D/E ต่ำเตี้ย 0.64 เท่า พุ่งชนเป้ายอดขาย-รายได้ 49,000 ล้านบาท
การขยับตัวของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AP ในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวโครงการตามปกติ แต่มันคือการประกาศ "อำนาจเหนือตลาด" (Market Dominance) ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่ถาโถม โดยมีนัยสำคัญที่ต้องจับตา 3 มิติ:
1.Strategic Resilience: เปลี่ยน "วิกฤติ" เป็น "คัดกรองคู่แข่ง" ในขณะที่ผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กกระเด็นออกจากตลาดเพราะเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก AP กลับใช้ความได้เปรียบจาก อันดับเครดิตระดับ A (Stable) และวงเงินพร้อมใช้กว่า 18,880 ล้านบาท เป็น "ออกซิเจน" ในการรุกคืบ การที่ AP กล้าเปิดตัว 42 โครงการ มูลค่าสูงสุดในอุตสาหกรรม (5.5 หมื่นล้านบาท) คือการส่งสัญญาณว่า "ใครไม่ไหวให้ถอยไป ที่นี่คือที่ของมืออาชีพ"
2.The "CODE" Weapon: เมื่อ Empathy กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการ "สร้างบ้านตามพิมพ์เขียว" มาเป็นการ "สแกนสมองลูกค้า" ผ่านเสาหลักทั้ง 5 โดยเฉพาะการใช้ AI และ Data มาช่วยตัดสินใจ ทำให้ AP ไม่ได้แค่ขายอิฐหินปูนทราย แต่กำลังขาย "Living Quality" ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากในระยะสั้น
3.Diversification & Synergy: ทัพหลวงแนวราบ-ทัพเสริมคอนโดฯ-พันธมิตรญี่ปุ่น การปรับสัดส่วนเน้น "ทาวน์โฮม" มากขึ้นในปีนี้ สะท้อนถึงการอ่านเกมว่าตลาดต้องการสินค้าที่จับต้องได้ง่ายในยุคดอกเบี้ยผันผวน ขณะที่การจับมือกับ มิตซูบิชิ เอสเตท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 คือการล็อกพันธมิตรที่มีเงินทุนหนาและเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนลำพัง
สำหรับการลงทุนในต่างจังหวัด AP ไม่ได้แค่ออกไปต่างจังหวัด แต่กำลังใช้กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" ผ่านแบรนด์ "อภิทาวน์" ด้วยงบลงทุน 8,000 ล้านบาท (เฉลี่ย 1,000 ล้านต่อโครงการ) เน้นความปลอดภัยจากอุทกภัยและศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น:
ครึ่งปีแรก เตรียมผุด 3 โครงการ 3 จังหวัด :
-หัวหิน: เจาะกลุ่ม Real Demand และบ้านหลังที่สอง รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้นตัว
-สระบุรี: ดักรอการขยายตัวของเขตอุตสาหกรรมและโครงการรถไฟความเร็วสูง
-หาดใหญ่ (จ.สงขลา): จุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใต้ ชูจุดเด่น "พื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม 2568" สร้างความเชื่อมั่นขั้นสุดให้ผู้ซื้อ
-ครึ่งปีหลัง :
-จันทบุรี & เพชรบุรี: ขยายฐานสู่เมืองท่องเที่ยวและเกษตรกรรมมูลค่าสูง
-ระยอง & ฉะเชิงเทรา: ย้ำความแข็งแกร่งในเขต EEC (โครงการที่ 2) รองรับกลุ่มพนักงานระดับสูงในอุตสาหกรรม New S-Curve
-สุพรรณบุรี: ต่อเนื่องความสำเร็จโครงการที่ 2 เจาะกลุ่มข้าราชการและนักธุรกิจท้องถิ่น
หมัดเด็ด 5 เสาหลัก "AP CODE" ที่คู่แข่งต้องหนาว
1.Code of Empathy: ค้นหา Unspoken Needs ของลูกค้าด้วยแบบบ้านกว่า 600 ดีไซน์
2.Code of Financial Discipline: รักษา D/E Ratio ที่ 0.64 เท่า (แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม)
3.Code of Global Partnership: ร่วมทุนยักษ์ญี่ปุ่นสะสมมูลค่าโครงการรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท
4.Code of Organization Capability: อัดฉีด AI & Data ขยับตัวให้เร็วและแม่นยำที่สุด
5.Code of Sustainable Impact: บูรณาการ ESG สู่โครงการจริง เช่น Eco Waste Station
ณ วันนี้ AP จึงถือเกมที่เหนือกว่าในวันที่ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก"

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ว่าเป็นปีที่มีความท้าทาย ทั้งหนี้ครัวเรือน, ค่าเงินบาท ,นโยบายภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ฯลฯ ล้วนมีความท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะรับมือได้อย่างไร ซึ่งในส่วนของเอพีฯเองมองว่าในวิกฤติดังกล่าวกลับเป็นโอกาสของบริษัทฯ เห็นได้จากการลงทุนของภาครัฐ ที่มองว่าเป็นปัจจัยบวก ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยก็มีการปรับลดต่ำลงมามาก ดังนั้นผู้ที่ยังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ก็ถือโอกาสนี้ในการเลือกซื้อสินค้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาฯในตลาด ปัจจุบันก็ลดเหลือน้อยลง คงเหลือแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งในส่วนนี้เอพีฯมีความพร้อมทั้งหมด โดยถือเป็น 1 ในผู้ประกอบการที่มีความพร้อมทั้งสถานะทางการเงิน และบุคลากร
ส่วนรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น อยากให้มีความเสถียรภาพและมีความชัดเจนในการบริหารประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้บริโภค ที่จะเกิดอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย ส่วนเรื่องมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) นั้นมองว่าที่ผ่านมาเป็นเครื่องมือของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)อยู่แล้ว ก็จะช่วยในเรื่องของ Sentiment ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2569 นี้ จะเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม และมีที่ดินที่ซื้อมาใหม่รองรับการพัฒนาแล้วทั้งหมด แบ่งเป็น
-บ้านเดี่ยว 11 โครงการ มูลค่า 14,400 ล้านบาท
-ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 16 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท
-คอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 15,600 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ Life ,Aspire และ Good Day โดยเป็นการร่วมทุนกับ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด 5 โครงการ มูลค่า 13,100 ล้านบาท

-โครงการในต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยมูลค่าโครงการละ 1,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “อภิทาวน์” ซึ่งในครึ่งปีแรก จะเปิดตัวก่อน 3 โครงการ คือที่ หัวหิน,สระบุรี และหาดใหญ่ จ.สงขลา (อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยจากอุทกภัยเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา) และในครึ่งปีหลังจะเปิดตัวอีก 5 จังหวัด คือ จันทบุรี,ระยอง,สุพรรณบุรี(โครงการที่ 2), ฉะเชิงเทรา(โครงการที่ 2) และเพชรบุรี
“โครงการที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้จะมีจำนวนเท่ากับแผนที่ประกาศเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ที่ประกาศไว้ 42 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 65,000 ล้านบาท แต่มีบางโครงการที่เลื่อนมาเปิดตัวในปีนี้แทน และแม้ในปีนี้จะมีจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เท่ากัน แต่มูลค่าโครงการที่น้อยกว่า เนื่องจากในปีนี้จะเน้นการเปิดตัวทาวน์โฮมกว่ากว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีมูลค่าโครงการที่น้อยกว่า เมื่อกับกับการพัฒนาคอนโดมิเนียม”นายรัชต์ยุตม์
ซึ่งในปี 2569 นี้เอพีฯจะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ “CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline” โดยหัวใจของยุทธศาสตร์นี้คือ การให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Discipline) โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นหลักการและมาตรฐานของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานของทุกฟังก์ชันหลัก เพื่อสร้าง Living Quality และส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ให้กับลูกค้าในทุกโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม

“AP CODE ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรฐานด้านการออกแบบและการก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นระบบมาตรฐานการทำงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร ซึ่งเริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกช่วงเวลา และเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ยาวนาน ประกอบกับการต่อยอดองค์ความรู้ภายในและการถ่ายทอดแนวคิดรอบด้านจากพันธมิตรญี่ปุ่น โดย AP CODE ถือเป็นแนวคิดหลักขององค์กร ที่ขับเคลื่อนให้พนักงานเอพีทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด ให้ยึดถือปฏิบัติภายใต้แนวทางและข้อกำหนดที่ชัดเจน”นายรัชต์ชยุตม์ กล่าว
โดยยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 5 เสาหลัก
เสาหลักที่ 1 Code of Empathy – มาตรฐานการพัฒนา ขับเคลื่อนจากความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง
กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกสรรที่ดิน วิธีคิดในการออกแบบ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ทุกกระบวนการดำเนินไปภายใต้หลักการเดียวกัน คือ การเข้าใจชีวิตจริง เช่น มาตรฐานในการออกแบบสินค้า กับแนวคิด In-Depth Multi-Persona Customization ซึ่งเป็น Process การพัฒนาโครงการที่มาจากการวิเคราะห์บทบาทชีวิตที่หลากหลายของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเอพีฯยังคงทิศทางการบริหารพอร์ตสินค้าด้วยการกระจายให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม รวมทั้งสิ้น 18 แบรนด์ ด้วยแพ็กเกจราคาขาย 2–120 ล้านบาท สะท้อนความเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่มีหลายระดับราคา และตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเริ่มต้นไปจนถึงระดับบน ควบคู่ไปกับการออกแบบเฉพาะกลุ่มด้วยแบบบ้านที่พร้อมขายกว่า 600 ดีไซน์ กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ และ 42 โครงการใหม่ที่มีแผนจะเปิดในปีนี้ก็จะได้รับการพัฒนาภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
เสาหลักที่ 2 Code of Financial Discipline – มาตรฐานวินัยทางการเงิน สร้างเสถียรภาพที่มั่นคง
วินัยทางการเงินถือเป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาได้รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.64 เพื่อให้บริษัทมีทั้งสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ยังคงสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ทำให้เอพีเหนือกว่าในจังหวะที่ตลาดมีความผันผวน โดยเสถียรภาพทางการเงินของเอพีสะท้อนผ่าน 4 ปัจจัยสำคัญ
-Bank Available Credit วงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้จากสถาบันการเงิน รวมกว่า 18,880 ล้านบาท
-Joint Venture Investment เงินลงทุนจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ Mitsubishi Estate ผ่านทุนจดทะเบียนบริษัทลูกกว่า 12,619 ล้านบาท
-Cash Inflow กระแสเงินสดจากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
-Capital Market Confidence ความเชื่อมั่นจากตลาดทุน สะท้อนผ่านการเสนอขายหุ้นกู้ที่ได้รับการตอบรับเกินเป้า (Oversubscription) พร้อมอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากทริสเรทติ้ง
เสาหลักที่ 3 Code of Global Partnership – มาตรฐานความร่วมมือระดับสากล ยกระดับคุณภาพทุกมิติ
มาตรฐานในการทำงานที่ทำให้เอพีเชื่อมโยงมาตรฐานสากลเข้ากับบริบทตลาดไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับมิตซูบิชิ เอสเตท พันธมิตรญี่ปุ่น โดยหัวใจสำคัญของเสาหลักนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการร่วมลงทุนเท่านั้น แต่อยู่ที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับองค์กร ทั้ง ระบบการคิด วินัยในการทำงานแบบญี่ปุ่น ทั้งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริหารโครงการ การพัฒนาชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืน
ในปีนี้บริษัทฯ ยังคงสานต่อความร่วมมือในการพัฒนาคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เมื่อรวมโครงการใหม่ที่ร่วมทุนในปี 2569 นี้ จะทำให้มีโครงการร่วมทุนที่พัฒนาร่วมกันทั้งสิ้น 32 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการร่วมทุนที่สูงสุดในอุตสาหกรรม
เสาหลักที่ 4 Code of Organization Capability – มาตรฐานศักยภาพองค์กร ต่อยอดความได้เปรียบในระยะยาว
กรอบมาตรฐานที่ยกระดับความสามารถขององค์กรทั้งระบบ (Capability Multiplier) ตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงข้อมูล เพื่อให้ทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ผ่านการใช้ Data, AI และ Technology เพื่อให้เอพีพร้อมที่สุด ขยับตัวได้เร็วที่สุด ภายใต้ความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด
เสาหลักที่ 5 Code of Sustainable Impact – มาตรฐานความยั่งยืน ส่งมอบคุณภาพชีวิตให้ผู้คน สังคม และโลก
กรอบการทำงานที่บูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ ภายใต้บทบาทของ Strategic Sustainability Partners การบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้าง ไปจนถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ภายใต้เป้าหมายสูงสุดในการสร้างความยั่งยืนในคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคม และโลก เช่น โครงการ “หย่อมป่า”เพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) Waste Management ที่ช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับการออกแบบ ‘Eco Waste Station’ ที่เริ่มตั้งแต่วิธีคิดในการวาง Masterplan ไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะของลูกบ้านในโครงการ และในปีนี้กับโครงการใหม่ที่ร่วมมือกับ Q-CON โครงการ “Never Waste Again” ในการนำเศษวัสดุก่อสร้าง กลับเข้าสู่กระบวนการ ผลิตเป็นวัสดุใหม่

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายสุทธิสูงสุดในอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถึง 46,865 ล้านบาท มีรายได้รวมจากสินค้ากลุ่มแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 45,994 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 4,316 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.64 เท่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการบริหารจัดการสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับที่ไม่เกิน 1 เท่า
ณ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้มูลค่า 35,936 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าแนวราบมูลค่า 15,862 ล้านบาท และสินค้าคอนโดมิเนียม มูลค่า 20,074 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2572
สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 49,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ที่ 49,000 ล้านบาท และงบซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท