กรมการขนส่งทางราง เดินหน้าศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้ารูปแบบใหม่ “Zonal Fare” หรือการคิดค่าโดยสารตามเขตพื้นที่ พร้อมพิจารณาควบคู่มาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์เข้าเขตจราจรหนาแน่น หวังลดภาระค่าเดินทางของประชาชน และผลักดันให้คนกรุงหันมาใช้ระบบรางมากขึ้น
ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และสื่อมวลชนเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์

อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมได้เริ่มมาตรการ ค่าโดยสารเหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ผลลัพธ์ของมาตรการดังกล่าวถือว่าน่าพอใจ โดยพบว่า
- ผู้โดยสารรถไฟชานเมืองสายสีแดงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 83%
- ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 22%
- ภาพรวมผู้โดยสารทั้งสองสายเพิ่มขึ้นกว่า 37%
ขณะเดียวกัน การใช้บัตรโดยสารมาตรฐาน EMV Contactless ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 113% สะท้อนว่ามาตรการด้านค่าโดยสารสามารถจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งทางรางมากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ครอบคลุมเครือข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 8 เส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรมการขนส่งทางรางจึงอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางกำหนดค่าโดยสารรูปแบบใหม่ ได้แก่
- ค่าโดยสารตามระยะทาง
- ค่าโดยสารแบบคงที่
- ค่าโดยสารแบบ Zonal Fare หรือคิดตามเขตพื้นที่
โดยจะพิจารณาควบคู่กับแนวทาง Congestion Charge หรือค่าธรรมเนียมผ่านเข้าเขตจราจรหนาแน่น เพื่อช่วยลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่เมือง

ดร.พิเชฐ ระบุว่า การศึกษานี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบรางได้อย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งช่วยแก้ปัญหาการจราจร ลดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ลดการใช้พลังงานจากรถยนต์ส่วนบุคคล
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาแนวทางจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงมาตรการทางภาษี เพื่อให้การบริหารค่าโดยสารไม่เป็นภาระต่อภาครัฐในระยะยาว
สำหรับการประชุมครั้งนี้ถือเป็น การรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 จากทั้งหมด 2 ครั้ง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 109 หน่วยงาน เพื่อนำข้อเสนอและความคิดเห็นไปวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางที่เหมาะสมในอนาคต
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางคาดหวังว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะกลายเป็นทางเลือกหลักของคนเมือง และนำไปสู่การเดินทางที่สะดวก ประหยัด และยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว