สตีเบล เอลทรอน (Stiebel Eltron) ผู้นำโซลูชันน้ำและนวัตกรรมอำนวยความสะดวกจากประเทศเยอรมนี เผยความสำเร็จการดำเนินธุรกิจฮีทปั๊ม หรือเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานหมุนเวียน ตลอด 50 ปี มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 500,000 เครื่อง ขณะที่ในประเทศไทย แนวโน้มตลาดฮีทปั๊มยังคงเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องการเทคโนโลยีทำน้ำร้อนที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิตและส่งออกฮีทปั๊มในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงเตรียมเปิดตัวฮีทปั๊มรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคโมเดิร์นอย่างครบวงจร

นายโรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย เปิดเผยว่า สตีเบล เอลทรอน มีการผลิตฮีทปั๊มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เพื่อรองรับความต้องการเทคโนโลยีประหยัดพลังงานหลังเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ตลอดการดำเนินธุรกิจสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้กว่า 500,000 เครื่อง โดยเฉพาะในเยอรมนี ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศยุโรป ขณะที่ในประเทศไทย ฮีทปั๊มได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่ม B2B อย่างโรงแรม รีสอร์ต สปา ฟิตเนส รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ซึ่งมีการใช้น้ำร้อนต่อวันในปริมาณมาก สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจฮีทปั๊มในประเทศไทยกว่า 15 ปี บริษัทฯสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมกว่า 1,300 เครื่อง โดยแนวโน้มยอดขายยังคงเติบโตต่อเนื่องทุกปี


จากการเติบโตของตลาดฮีทปั๊มในประเทศไทย ความได้เปรียบด้านทำเลและโลจิสติกส์ ประกอบกับความตื่นตัวด้านนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน สตีเบล เอลทรอน เอเซีย ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงต้นปี 2569 ผ่านมา ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ของบริษัทฯ สำหรับการผลิตฮีทปั๊มเพื่อตอบรับดีมานด์ภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งออกสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับบริษัทแม่ในประเทศเยอรมนี


“ฮีทปั๊มช่วยให้ธุรกิจประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 80% จากการดึงความร้อนจากอากาศมาผลิตน้ำร้อนแทนการใช้ฮีทเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะจากกระบวนการผลิตน้ำร้อน ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่มุ่งเน้นนวัตกรรมที่ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน สตีเบล เอลทรอน ได้เตรียมเปิดตัวฮีทปั๊มรุ่นใหม่สำหรับภาคธุรกิจ ที่ได้รับออกแบบในดีไซน์ทันสมัย พร้อมประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานสูง ตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคสมาร์ทซิตี้ ผ่านโซลูชันอำนวยความสะดวกเพื่อความยั่งยืน” นายโรลันด์ กล่าวในที่สุด