บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) กระแสตอบรับแรงเกินคาด หลังเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 180 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.89 บาท ระหว่างวันที่ 23–25 มีนาคม 2569 โดยสามารถจำหน่ายได้หมดเกลี้ยง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของบริษัทในอนาคต พร้อมเตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 ในหมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์
นางสาวออมสิน ศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้น IPO เปิดเผยว่า ความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ เป็นผลจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจของ UNIX ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงในฐานะผู้ผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย
ทั้งนี้ การกำหนดราคา IPO ที่ระดับ 1.89 บาท ถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน โดยมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) อยู่ที่ 8.30 เท่า และการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการระดมทุน
ด้านนายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UNIX ระบุว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ และสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
บริษัทตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้พลาสติกรีไซเคิล
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงปี 2566–2568 UNIX มีรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 3,025.70 ล้านบาท 3,157.78 ล้านบาท และ 3,063.77 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่มีกำไรสุทธิ 153.94 ล้านบาท 119.51 ล้านบาท และ 150.31 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ
UNIX ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ฟิล์มสำหรับบรรจุของหนัก ฟิล์มสำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป รวมถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว และถุงขยะ ภายใต้แบรนด์ของบริษัท
การเข้าตลาดครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่คือการประกาศจุดยืนของ UNIX ในการก้าวสู่ “อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่” ที่เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนในระยะยาว