“กลุ่มยูดี ทาวน์” ทุ่มงบ 30 ล้านบาท สู้ศึกกำลังซื้อซบ! ปั้น "อีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง" จัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” ปลุกเศรษฐกิจอีสาน-มั่นใจสงครามตะวันออกกลางแค่พิษจิตวิทยา
อสังหาริมทรัพย์

“กลุ่มยูดี ทาวน์” ทุ่มงบ 30 ล้านบาท สู้ศึกกำลังซื้อซบ! ปั้น "อีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง" จัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” ปลุกเศรษฐกิจอีสาน-มั่นใจสงครามตะวันออกกลางแค่พิษจิตวิทยา

ดี ทาวน์ กางแผนปี 69 ผ่าทางตันเศรษฐกิจฝืด ประกาศกร้าวสถานการณ์ตะวันออกกลางแค่ "แรงกระแทกชั่วคราว" มั่นใจศักยภาพไทยแกร่งกว่ายุคโควิด-19 ทุ่มงบสะพัดกว่า 30 ล้านบาท เนรมิตมหากาพย์ "UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026" ยึดหัวหาดแลนด์มาร์คอีสานตอนบน คาดมีผู้เข้าร่วมงานตลอดช่วงเทศกาลกว่า 200,000 คน พร้อมปรับทัพธุรกิจสู่ Data Driven เต็มรูปแบบ ล็อกเป้านักท่องเที่ยวทะลุ 2 แสนคน สะพัดเม็ดเงินกระจายทั่วระบบนิเวศบิสิเนส

 

นางสาวอภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ (UD TOWN) จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยอมรับว่าในช่วงสัปดาห์แรกได้ส่งผลในทางจิตวิทยา ผู้บริโภคมีการระมัดระวังในการค่าใช้จ่ายในศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ช่วงเย็นลดน้อยลง ซึ่งคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะออกมาตรการต่างๆเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ กล้าจับจ่ายใช้สอย ซึ่งมองว่าสงครามฯในครั้งนี้ไม่หนักเท่าวิกฤติโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยได้ผ่านวิกฤตินั้นมากันแล้ว

อย่างไรก็ตามภาพรวมของยูดีทาวน์ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่องจากไม่ได้มอง “ยูดี ทาวน์”เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น Lifestyle Destination และ Event Destination ของคนอุดรธานีและภาคอีสาน กลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ คือการบริหารพื้นที่ให้ตอบโจทย์คนหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งลูกค้าท้องถิ่น นักท่องเที่ยว    ผู้จัดงาน ร้านค้า และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ โดยจะเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ

1.การคัดสรร tenant และกิจกรรมที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคจริง

2.การสร้าง traffic ผ่านอีเวนต์ขนาดใหญ่และกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี 

3.การบริหารพื้นที่แบบยืดหยุ่น เพื่อให้พื้นที่เดียวกันสามารถสร้างรายได้และประสบการณ์ได้หลายรูปแบบ

ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้ยูดี ทาวน์เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือไม่หยุดนิ่งกับความสำเร็จเดิม แต่พยายามปรับตัวเร็ว ฟังเสียงลูกค้าเร็ว และตัดสินใจเร็ว ทำให้สามารถรักษาความคึกคักของศูนย์การค้าไว้ได้ตลอดทั้งปี และในปี 2569 แนวทางของยูดีทาวน์จะชัดเจนมากขึ้น โดยไม่ได้ทำการตลาดแบบ Mass อย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขยับมาสู่การทำการตลาดแบบ แม่นยำขึ้น ตรงกลุ่มขึ้น และสร้าง Engagement มากขึ้น มีการปรับหลักการบริหารใน 3 มิติหลัก

-มิติแรก คือ Data & Insight Driven มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ว่าผู้บริโภคมาศูนย์การค้าเพราะอะไร มาเวลาไหน ใช้จ่ายกับอะไร และกิจกรรมแบบใดทำให้เกิดการกลับมาซ้ำ

-มิติที่สอง คือ Experience-led Marketing โดยสถิติจากการวิเคราะห์ ในแต่ละวันผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่สถานที่ซื้อของ แต่ต้องการประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพราะฉะนั้นจึงให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศ การจัดเทศกาล และการทำคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้คนอยากมา อยากแชร์ และอยากกลับมาอีก

-มิติที่สาม คือ Collaboration & Community ยูดีทาวน์ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับทั้ง ภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และชุมชนมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องเป็นการเติบโตไปพร้อมกันทั้ง Ecosystem  

ดังนั้นปี 2569 จึงเป็นปีที่ยูดีทาวน์จะเน้นทั้ง ประสิทธิภาพทางธุรกิจ และ คุณค่าทางประสบการณ์ ไปพร้อมกัน ด้วยการอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมาอย่างยาวนาน ความสามารถในการ เข้าใจพื้นที่ และ เข้าใจคน  นับเป็นจุดแข็งของยูดีทาวน์ ที่ทำให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่ได้ทุกมิติ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดท้องถิ่น ที่มองภาพใหญ่ขึ้น ทั้งเรื่องเทรนด์การท่องเที่ยว การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ การบริโภคแบบ Experiential และแนวโน้มของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในภูมิภาค

“สิ่งที่ยูดีทาวน์ทำมาตลอดคือ การแปลงเทรนด์เหล่านั้นให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงในพื้นที่ เช่น การจัดงานเทศกาลที่มีทั้งความบันเทิงและ Social Sharing Value, การพัฒนา Mix ของร้านค้าและบริการให้ตอบโจทย์หลายเจเนอเรชัน, การออกแบบพื้นที่ให้รองรับทั้งการใช้ชีวิต การท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เราไม่ได้พยายามตามเทรนด์อย่างเดียว แต่พยายามเลือกเทรนด์ที่เหมาะกับบริบทของอุดรธานี แล้วทำให้ดีที่สุดในแบบของเรา ซึ่งภายใน 1 ปี เราจะมีการจัดกิจกรรมมากถึง 10 อีเวนต์ จึงทำให้ยูดี ทาวน์ยังคงมีความสดใหม่และรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวอภิชา กล่าว

 และสำหรับหนึ่งอีเวนต์ใหญ่ประจำปี คือ “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” ภายใต้ธีม Neon Water: The Power of the Flow สะท้อนพลังของสายน้ำ ความสนุก ความสดใส และการไหลรวมของผู้คนจากหลากหลายที่ ให้มารับความสุขร่วมกันในช่วงสงกรานต์ อีกทั้งยูดีทาวน์ยังคงตั้งใจยกระดับการ จัดงานให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่สำคัญของภาคอีสาน ด้วยการทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ในการพัฒนาทั้งโปรดักชัน กิจกรรม ความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก โดยร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราช้าง, ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป๊ปซี่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, AIS และ Hotel Moco โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ลานเดอะแลนด์ (The Land) ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ อุดรธานี 

สำหรับคอนเซ็ปต์การตกแต่งพื้นที่อยากให้งานปีนี้เป็นมากกว่างานเล่นน้ำ แต่เป็น Festival Experience ที่รวมทั้งแสง สี เสียง ดนตรี และบรรยากาศความเป็นเมืองอุดรธานีสมัยใหม่ไว้ด้วยกัน อยากให้บรรยากาศเป็นงานสงกรานต์ที่มีทั้งความสนุก ความปลอดภัย และความร่วมสมัยในแบบของยูดี ทาวน์  พร้อมกันนี้ยังคงยึดมั่นในการสืบสานประเพณีไทยในเทศกาลสงกรานต์ให้คงไว้ ด้วยการจัดโซนวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย โดยมีการอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากวัดดัง 9 แห่งทั่วประเทศ มาให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย ได้แก่  พระแก้วมรกต, พระพุทธโสธร, พระพุทธชินราช, พระพุทธไตรรัตนนายก, หลวงพ่อวัดไร่ขิง, หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, พระพุทธสิหิงค์, หลวงพ่อพระใส และพระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศ รวมถึงยังมีกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญ เสริมสิริมงคล และสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์แบบไทยแท้ได้ตลอดช่วงเทศกาล ซึ่งมั่นใจได้ว่าทุกคนที่มาร่วมงานจะประทับใจในประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปอย่างแน่นอน ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าเป้าหมายของยูดีทาวน์ไม่ใช่แค่การจัดงานใหญ่ แต่ต้องการจัดงานที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน สร้างผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของอุดรธานีในระดับภูมิภาคด้วย

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ ปีนี้มีการวางแผนอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น ตั้งใจอยากให้เป็นเทศกาลสงกรานต์ที่ มีความสนุกอย่างมีระบบ มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ แบ่งเป็น การจัดโซน พื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้การไหลของคนเป็นระเบียบ, การเพิ่มจุดกิจกรรมและจุดถ่ายภาพ เพื่อกระจายคนในพื้นที่การดูแลเรื่องทางเข้าออก จุดจอดรถ จุดบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ, การยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ ระบบดูแลพื้นที่ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, การดูแลความสะอาดและความพร้อมของพื้นที่ตลอดช่วงการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการให้ผู้เข้าร่วมงาน ทั้งชาวอุดรฯ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ได้รับความมั่นใจว่าเมื่อมาเยือนยูดีทาวน์ จะได้สัมผัสทั้งความสนุกสนาน  ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประทับใจกับประสบการณ์ที่ดีตลอดทั้งงาน

และเพื่อลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชน ในเรื่องการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน และพลังงาน บริษัทฯจึงได้เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว สำหรับงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026”  ด้วยการพื้นที่ไว้รองรับหลากหลายด้าน โดยมีการออกแบบพื้นที่อย่างเป็นระบบ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งโซนคอนเสิร์ต โซนเล่นน้ำและโซนกิจกรรม เพื่อให้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ได้แก่

1.พื้นที่จอดรถรองรับมากกว่า 3,000 คัน (ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์)

2.โซนร้านค้าและอาหารกว่า 30 ร้านเลือกอิ่มอร่อยได้ ตลอดทั้งคืน

3.ห้องน้ำมากกว่า 40 ห้อง แยกชาย-หญิงชัดเจน

4.มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

และยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมรถสายตรวจ, เจ้าหน้าที่กองบิน 23 (สห.ทอ.), หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) จากค่ายเสนีรณยุทธ, หน่วยปฐมพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกอุดร, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชน (การ์ด) 

ภายในการจัดงานตลอดทั้ง 4 วัน 4 คืน ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสความสนุกแบบเต็มรูปแบบ จากศิลปินชื่อดัง  อาทิ ก้อง ห้วยไร่, Retrospect, อ๊อฟ ปองศักดิ์, Tilly Birds, MAIYARAP รวมถึงศิลปินและดีเจสายปาร์ตี้ระดับสากล อย่างSUN B x MC JASON, BUDDHA, SHOCKKO และอีกมากมาย

สำหรับกติกา และการเตรียมตัวสำหรับนักท่องเที่ยว ในการเข้าร่วมเทศกาล “UD TOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026” สามารถเข้าถึงได้หลายรูปแบบ อาทิ เล่นน้ำ มาชมคอนเสิร์ต หรือมาสนุกกับเพื่อนเป็นกลุ่มก็เลือกโซนได้ตามสไตล์ของตัวเอง และอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเตรียมตัวมาให้พร้อม ทั้งการแต่งตัวที่เหมาะกับการเล่นน้ำ พลังความสนุก และการปฏิบัติตามกติกาของงาน เพื่อให้ทุกคนได้สนุกอย่างเต็มที่ ปลอดภัย และประทับใจกลับไป โดยการแบ่งโซนมีดังนี้

-โซนคอนเสิร์ต บัตร 100 บาท และเข้าฟรีก่อน 18.00 น.

-โซนถังน้ำพร้อมเปียกสำหรับ 4 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 1,999 บาท/วัน  

-โซนพื้นที่ยกระดับพร้อมทางเข้าส่วนตัวและห้องน้ำแยกพิเศษ

-โซนโต๊ะยืนสำหรับ 4 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 2,699 บาท/วัน โซนโต๊ะนั่งสำหรับ 6 ท่าน พร้อมเครื่องดื่ม ราคาเริ่มต้น 4,999 บาท/วัน

โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานตลอดช่วงเทศกาลกว่า 200,000 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 85% และนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 15 % จุดที่น่าสนใจคือในปีนี้มองว่าแรงส่งจากการท่องเที่ยวของอุดรธานี และการรับรู้ของการจัดงานในวงกว้างดีขึ้น ทำให้มีโอกาสเห็นสัดส่วนผู้ร่วมงานจากต่างจังหวัดและต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเข้ามาเพื่อมองหาประสบการณ์เทศกาลความสนุกในภาคอีสานโดยเฉพาะ

“อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความสุข ในเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ลานเดอะแลนด์ (The Land) ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ อุดรธานี ประตูเปิดตั้งแต่เวลา  เวลา 17.30 - 00.00 น.” นางสาวอภิชา กล่าว

ด้าน นายภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ผู้บริหารโรงเเรมโมโค(Hotel MOCO) และศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ (Montatip Hall) กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตของธุรกิจกลุ่ม โรงแรม MOCO และศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอลล์  ในปีที่ผ่านมา  ถือว่าเป็นปีที่ธุรกิจมีพัฒนาการที่ชัดเจน ในส่วนของ Hotel MOCO เห็นการตอบรับที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่พักที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน บริการดี และให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากโรงแรมทั่วไป ซึ่งจุดแข็งของบริษัทฯคือการเป็น Premium Boutique Hotel ที่ผสมความสะดวกสบายเข้ากับดีไซน์และกลิ่นอายท้องถิ่นของอุดรธานีได้อย่างลงตัว ขณะที่ Montatip Hall ก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะพื้นที่รองรับงานประชุม งานจัดเลี้ยง งานแสดงสินค้า และกิจกรรมระดับภูมิภาค ทำให้เราเห็นสัญญาณเชิงบวกว่าตลาด MICE และอีเวนต์ในอุดรธานียังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า อุดรธานีกำลังขยับตัวเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว การประชุม และการพักผ่อนของอีสานตอนบนอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการวางกลยุทธ์รุกการตลาดในปี 2569 คือการสร้างระบบการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ไม่มองแค่เรื่องโรงแรมหรือสถานที่จัดงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองเป็นภาพรวมของประสบการณ์นักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งต้องการให้ Hotel MOCO, Montatip Hall และธุรกิจในเครือ ทำงานส่งเสริมกันเป็น Ecosystem เดียวกัน ตั้งแต่เรื่องที่พัก อาหาร กิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการเชื่อมกับอีเวนต์สำคัญของจังหวัดอุดรธานี เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมื่อมาถึงอุดรธานีแล้ว สามารถใช้เวลา พักผ่อน และทำกิจกรรมได้อย่างครบวงจร

ในส่วนของเป้าหมายสำหรับโปรเจกต์ใหม่ เรามองไปที่การรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น ทั้งกลุ่ม Long-stay, กลุ่มคนทำงานที่เดินทางได้อย่าง Digital Nomad, รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ที่มองหาเมืองที่ใช้ชีวิตง่าย เดินทางสะดวก และมีประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ค้นหา เป้าหมายของโรงแรม และศูนย์ประชุมฯไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนผู้เข้าพัก แต่คือการยกระดับให้อุดรธานีเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ผู้คนอยากกลับมาอีก การเติบโตทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

สำหรับเทรนด์ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ปี 2569 มองว่าจะไม่ได้แข่งขันกันแค่จำนวนผู้เดินทาง แต่จะเป็นการแข่งขันเรื่องคุณภาพของประสบการณ์ที่ได้รับมากขึ้น นักท่องเที่ยวปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญกับหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย ความคุ้มค่า ความเป็นท้องถิ่น และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ซึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจมากคือการท่องเที่ยวที่เชื่อมกับ กีฬา ธรรมชาติ สุขภาพ และวัฒนธรรม มองว่าจังหวัดอุดรธานี มีศักยภาพทั้งในมิติของงานอีเวนต์ เมืองกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาเป็นแพ็กเกจประสบการณ์ได้อีกมาก สิ่งที่อยากนำมาต่อยอดกับธุรกิจในเครือ คือการออกแบบบริการและแพ็กเกจที่เชื่อมที่พักเข้ากับกิจกรรมของจังหวัด อาทิ งานเทศกาล กิจกรรมกีฬาหรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อให้ลูกค้าไม่ได้มาพักแค่หนึ่งคืนแล้วจบ แต่อยากให้รู้สึกว่าอุดรธานี  เป็นจังหวัดทที่มีเหตุผลมากพอที่จะอยู่ต่อและกลับมาอีกอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในส่วนของการสนับสนุนการจัดงาน “UD TOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026” ทาง Hotel MOCO เตรียมความพร้อมไว้เต็มที่ เพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาพักผ่อน และกลุ่มที่เดินทางมาเพื่อร่วมงานเทศกาลโดยเฉพาะ ในส่วนของสิทธิพิเศษ แขกที่เข้าพักกับ Hotel MOCO จะได้รับโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้การมาร่วมงานสะดวกขึ้น อาทิ ความคุ้มค่าในการเข้าร่วมกิจกรรม หรือสิทธิพิเศษจากร้านอาหารและบริการภายในเครือ แนวคิดของบริษัทฯ คือ ต้องการให้ลูกค้าที่มาพักได้รับประสบการณ์ที่ครบมากกว่าการจองห้องพักทั่วไป คือพักได้สะดวก เดินทางง่าย และสนุกกับบรรยากาศของเทศกาลสงกรานต์อุดรธานีได้อย่างเต็มที่ อยากให้การมาอุดรฯ ในช่วงนี้เป็นทั้งทริปท่องเที่ยวและประสบการณ์เฟสติวัลที่น่าจดจำ

โดยมีความคาดหวังให้งาน “UD TOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026” เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของบรรยากาศเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ งานลักษณะนี้ไม่ได้สร้างแค่ความคึกคักภายในพื้นที่จัดงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจในวงกว้าง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ในจังหวัดอุดรธานี เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น การใช้จ่ายก็จะกระจายตัวออกไปในหลายภาคส่วน อีกเรื่องที่สำคัญคือ งานเทศกาลขนาดใหญ่ช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้กับอุดรธานี ในการเป็นเมืองที่มีทั้งความสนุก ครบครันด้านความพร้อม และศักยภาพในการจัดกิจกรรมคุณภาพได้ในสเกลที่มีระดับใหญ่ จึงหวังว่างาน “UD TOWN SONGKRAN FESTIVAL 2026” จะไม่ใช่แค่การประสบความสำเร็จในช่วง 4 วัน 4 คืนเท่านั้น แต่จะช่วยต่อยอดความเชื่อมั่นและสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวของอุดรธานีเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งลูกค้าของโรงแรมโมโค หากเข้าร่วมงานดังกล่าว จะได้รับส่วนลดในการเข้างานประมาณ 10% หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก

โดยโรงแรมโมโค มีจำนวนทั้งหมด 68 ห้อง ราคาเข้าพักในวันธรรมดา เริ่มต้นที่ 2,856-7,556 บาท/คืน และในช่วงวันหยุด ราคาเริ่มต้นที่กว่า 3,000-8,000 บาท/คืน ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักในสัดส่วนประมาณ 75-80% โดยเป็นลูกค้าคนไทย สัดส่วน 80% และลูกค้าจากสปป.ลาว-ต่างประเทศ สัดส่วน 20% โดยในช่วงสงกรานต์ของปีนี้ ทางโรงแรมไม่ได้มีการมีการปรับราคาพักแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

ปัจจุบันกลุ่ม ยูดี ทาวน์ มีรายได้จากศูนย์การค้า สัดส่วน 60% ,โรงแรม 10% และศูนย์ประชุมนานาชาติ สัดส่วน 30%

 

You can share this post!