“LINE MAN Wongnai” ขยับทัพ ทุ่มงบ 350 ล้าน ปักธง “Users’ Choice Best of 2026” ชู 685 ร้านเด็ด จาก 7 ภาค สะเทือนวงการอาหารไทย-ดัน “Soft Power” สู้ศึกเศรษฐกิจโลก
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“LINE MAN Wongnai” ขยับทัพ ทุ่มงบ 350 ล้าน ปักธง “Users’ Choice Best of 2026” ชู 685 ร้านเด็ด จาก 7 ภาค สะเทือนวงการอาหารไทย-ดัน “Soft Power” สู้ศึกเศรษฐกิจโลก

LINE MAN Wongnai เปิดฉากสงครามรสชาติปี 2569 เผยโฉม 685 สุดยอดร้านอาหารจากฐานเสียงผู้ใช้จริง 26 ล้านคน พร้อมอัดงบการตลาดก้อนโต 350 ล้านบาท ปูพรมยกระดับร้านอาหารไทยสู่สากล ด้าน ผู้ว่าฯ ททท. ขานรับใช้ Food Tourism เป็นหัวเจาะขับเคลื่อน GDP ประเทศ ขณะที่เทรนด์ “Healthy Lifestyle”มาแรงจัด ดันยอดขายสลัดทะลุ 1 ล้านจานในไตรมาสเดียว

 

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai แพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารอันดับหนึ่งของไทย เปิดเผยว่า ได้ประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026” ที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดี จากเสียงผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคนทั่วประเทศ โดยปี 2569 นี้คัดเลือก 685 ร้านอาหารยอดนิยมจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ครอบคลุมตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและร้านอาหารด้วยจุดแข็งด้าน Local Understanding  พร้อมมอบ “รางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหารที่ยกระดับอาหารรสมือคนไทย - LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์และผู้ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย

รางวัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินของคนไทย

รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การกิน มีร้านอาหารครบทุกประเภท ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางจนถึงร้านอาหาร Fine Dining โดยมีทั้งหมด 13 ประเภทร้านอาหาร

 

5 ประเภทร้านอาหารที่คนชอบมากที่สุด

1.ร้านอาหารไทย 101 ร้าน

2.ร้านกาแฟ-คาเฟ่ 96 ร้าน

3.ร้านก๋วยเตี๋ยว 50 ร้าน

4.ร้านซีฟู๊ด 44 ร้าน

5.ร้านอาหารจานเดี่ยว 41 ร้าน

การกระจายตัวของ 685 ร้านรางวัลในปี 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องความอร่อย แต่คือ "แผนที่ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ" ที่สะท้อนกำลังซื้อและความแข็งแกร่งของ Local SMEs ทั่วประเทศ

1.กรุงเทพฯ และปริมณฑล (413 ร้าน): สมรภูมิ Red Ocean ที่ต้อง "แตกต่าง"

-ครองสัดส่วนกว่า 60% ของรางวัลทั้งหมด เทรนด์ที่เห็นชัดคือ "Multicultural Dining" และ "Healthy Premium" ร้านที่ได้รางวัลไม่ใช่แค่รสชาติดี แต่ต้องมี Storytelling และการจัดการระบบ Delivery ที่ไร้รอยต่อ

-ร้านเด่น: กลุ่ม Fine Dining และ Specialty Coffee ที่ปรับตัวสู่โมเดล Hybrid (กินที่ร้าน + สั่งกลับบ้าน)

2.ภาคใต้ (61 ร้าน): ประตูสู่ Food Tourism ระดับโลก

-เป็นภาคที่มีจำนวนร้านรางวัลสูงเป็นอันดับ 2 สะท้อนความแข็งแกร่งของอาหารรสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ (Authentic Thai)

-Highlight: การผงาดของร้านอาหารปักษ์ใต้ที่ยกระดับวัตถุดิบประมงพื้นบ้านสู่จานหรู ช่วยดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้โดยตรง

3.ภาคกลาง (56 ร้าน)

4.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (51 ร้าน) พลังของ Comfort Food

-โดยอีสานยังคงเป็นเจ้าตลาด "เมนูยอดฮิตตลอดกาล" อย่างส้มตำและลาบ ขณะที่ภาคกลางโดดเด่นเรื่องร้านอาหารริมน้ำและคาเฟ่ดีไซน์สวย

-Insight: ร้านในภาคอีสานเริ่มใช้ Data จาก Wongnai เพื่อปรับเมนูให้เข้ากับเทรนด์สุขภาพมากขึ้น เช่น "ส้มตำโซเดียมต่ำ" หรือ "ไก่ย่างออร์แกนิก"

5.ภาคเหนือ (42 ร้าน) ยังคงเป็น Hub ของ "Coffee Culture" ที่แข็งแกร่งที่สุด ร้านที่ได้รางวัลส่วนใหญ่คือคาเฟ่ที่ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ (เมล็ดกาแฟ)

6.ภาคตะวันออก (44 ร้าน) การเติบโตของ Specialty & Seafood ได้อานิสงส์จาก โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 

และการท่องเที่ยวระยะสั้น ร้านซีฟู้ดแบบดั้งเดิมเริ่มใช้ระบบจองออนไลน์และการตลาดดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่ม Turnover Rate

7.ภาคตะวันตก 21 ร้าน "จิ๋วแต่แจ๋ว" กับโมเดลธุรกิจแบบ Experience-Driven

แม้ตัวเลข 21 ร้านจะดูน้อย แต่หากวิเคราะห์จาก Unit Economics และพฤติกรรมผู้บริโภค ภาคตะวันตกคือตัวแทนของร้านอาหารที่เน้น "คุณภาพมากกว่าปริมาณ" และเป็นจุดหมายปลายทางหลักของคนกรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุด

กลยุทธ์ "Escape & Eat" (กินเพื่อผ่อนคลาย)

-ร้านที่ได้รับรางวัลในภาคนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ แต่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีทัศนียภาพโดดเด่น เช่น ริมแม่น้ำแคว (กาญจนบุรี) หรือริมชายหาด (หัวหิน/ประจวบฯ)

-Business Insight: ร้านเหล่านี้ไม่ได้ขายแค่ "รสชาติ" แต่ขาย "บรรยากาศ" (Atmosphere) ซึ่งช่วยเพิ่ม Average Check Size (ยอดใช้จ่ายต่อบิล) ให้สูงกว่าร้านอาหารจานเดียวทั่วไปในเมืองใหญ่

พลังของวัตถุดิบถิ่น (Hyper-Local Sourcing)

-ภาคตะวันตกเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นยอด เช่น อาหารทะเลจากประจวบฯ, ผักออร์แกนิกจากราชบุรี และวัตถุดิบป่าจากกาญจนบุรี ร้านที่ได้รับรางวัล Users' Choice 2026 ในโซนนี้ มักเป็นร้านที่ชูจุดเด่นเรื่อง "Farm-to-Table" หรือการนำวัตถุดิบพื้นบ้านมาตีความใหม่ในสไตล์ Contemporary Thai ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ในบรรดา 21 ร้าน มีสัดส่วนของคาเฟ่และร้านกาแฟที่เน้นงานดีไซน์สูงมาก เห็นได้จากการเติบโตของคาเฟ่ใน จ.ราชบุรี และ จ.กาญจนบุรี ที่ลงทุนด้านสถาปัตยกรรมมหาศาล เพื่อดึงดูดสายถ่ายภาพ (Instagrammable) ซึ่ง Data จาก Wongnai ระบุชัดเจนว่า ร้านที่มีการรีวิวด้วยรูปภาพสวยงามมีโอกาสถูกค้นพบและได้รับรางวัลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ข้อมูลจากแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่มาแรงชัดเจนในช่วงนี้คือ ‘สายสุขภาพ’ ที่ไม่ได้เป็นแค่กระแสระยะสั้นแต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในช่วงที่กิจกรรมอย่าง Hyrox กำลังได้รับความนิยม เราเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเลือกอาหารที่บาลานซ์มากขึ้น กลุ่มอาหารคลีนและอาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเติบโต 20% ในช่วงต้นปี โดยเมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมด้วยยอดขายรวมกว่า 1 ล้านจานในไตรมาสแรก” นายยอด กล่าว

ขณะที่เมนูยอดฮิตตลอดกาลยังคงเป็นอาหารจานหลักในชีวิตประจำวัน เช่น ตำปูปลาร้า ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ตำป่า และลาบหมู และเมนูกระแสนิยมที่โตแรง (เมื่อเทียบระหว่าง Q1/2569 กับ Q4/2568) พบว่า เครื่องดื่มและขนมจากมะยงชิดโตสูงถึง 30 เท่าเมนูจากโยเกิร์ต เช่น โยเกิร์ตปั่น กรีกโยเกิร์ตเติบโต 53% และมัตจะกับชาไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 8% ด้านเครื่องดื่มเมนูคลาสสิกอย่าง กาแฟดำ ชาเขียวนม เอสเพรสโซ่ ชาไทย และชานม ยังเป็นตัวเลือกหลัก นอกจากนี้ประเภทร้านอาหารมาแรงที่มีจำนวนร้านเปิดใหม่มากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหารไทย, อาหารจานเดียว, คาเฟ่และร้านกาแฟ รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยว

และจากข้อมูลรางวัล Users’ Choice ในปีนี้ พบว่าประเภทร้านที่ได้รับรางวัลมากที่สุดคือ ร้านอาหารไทย รองลงมาคือกลุ่มคาเฟ่-ร้านกาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะที่จำนวนของร้านหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัลเพิ่มมีมากถึง 192 ร้าน หรือคิดเป็นกว่า 28% สะท้อนถึงการเติบโตของผู้ประกอบการรายใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ Users’ Choice ได้ตั้งงบในการทำตลาดไว้ที่ 350 ล้านบาท มากกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา ที่ใช้ไปประมาณ 300 ล้านบาท เนื่องจากแพลตฟอร์มมีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปี ดังนั้นงบประมาณในการทำตลาด จึงต้องเติบโตตามขนาดของธุรกิจ และทำให้การโปรโมตร้านอาหารที่มีคุณภาพและรีวิวดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดและเป้าหมายในการสร้าง Eco-system ที่แข็งแกร่งระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า อาหารไทยเป็นมากกว่าเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในมิติของ Food Tourism ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยว การบริการ และการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ททท. เดินหน้าผลักดัน Food Tourism อย่างเป็นระบบ ทั้งการยกระดับอาหารไทยสู่เวทีสากล และการส่งเสริมเสน่ห์อาหารท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและมีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว

สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง LINE MAN Wongnai มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อ Ecosystem ของอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่ช่วยให้ร้านอาหารถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น การสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ไปจนถึงการใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพและมาตรฐานของผู้ประกอบการไทย

ดังนั้นรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 จึงไม่ใช่เพียงการคัดเลือก “ร้านอร่อย” แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสะท้อนคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากเสียงของผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศ”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัวรางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหาร “LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้ที่มีบทบาทในการยกระดับวงการอาหารไทยในมิติต่าง ๆ โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่

-คุณปลา – อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group ผู้ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจร้านอาหารพรีเมียม และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จเครือร้านอาหารและของหวานกว่า 22 แบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดดเด่นด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์อาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนสามารถขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศได้

-คุณแจะ – ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล เจ้าของร้านอาหารเครือ อิส_แฮพ_เพ่น ที่ถ่ายทอดรสมือในรูปแบบร่วมสมัย อาทิ ร้านอาหารอิตาเลียน แคชวล (Italian casual) อย่าง It’s Happened to be a closet และ A) fox princess KITCHEN, คาเฟ่เค้ก A) Pink Rabbit + Bob, แมวดำ ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ร้านอาหารไทย อี-กา และอี_กา Luv Seafood และล่าสุดกับร้านส้มตําไก่ black 777 ที่ทรงวาด

-เชฟไอซ์ – ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน “ศรณ์ (Sorn)” ผู้ยกระดับอาหารไทยปักษ์ใต้สู่เวทีสากล ผ่านการนำเสนอรสชาติไทยแท้ ๆ สู่สายตานานาชาติ สะท้อนศักยภาพของคนไทยที่พาประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Food Destination ระดับโลก 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “Thai Flavour: Driver for Thai Economy รสชาติอาหารไทย หัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยผู้นำในวงการอาหาร ได้แก่ คุณอิ๊งค์ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นักชิมแถวหน้าของประเทศไทย, คุณพีช อีทแหลก อินฟลูเอนเซอร์สายกิน, คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ Founder & Creative Director, iberry Group และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ ตั้งแต่บทบาทของรสชาติอาหารไทยในฐานะจุดแข็งของประเทศ การต่อยอดวัตถุดิบและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาร้านอาหารและโมเดลธุรกิจให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ พร้อมสะท้อนบทบาทของข้อมูลและแพลตฟอร์มในการช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจผู้บริโภค และขยายโอกาสทางธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อผลักดันให้อาหารไทยสามารถเติบโตเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

รางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026 คือ ตราสัญลักษณ์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ติดตามรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 685 ร้านทั่วไทย ได้ที่ https://www.wongnai.com/news/line-man-wongnai-users-choice-2026 

 

 

You can share this post!