กรุงเทพมหานครประกาศศักดาครั้งสำคัญ หลังได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Eurovision Song Contest Asia 2026 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเวทีประกวดเพลงระดับโลก ที่เตรียมปักหมุด “เอเชีย” เป็นศูนย์กลางความบันเทิงครั้งยิ่งใหญ่
โดยรอบชิงชนะเลิศ (Grand Final) มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางการจับตาจากทั่วโลกในฐานะ “จุดเริ่มต้นยุคใหม่” ของเวทีดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดเวทีหนึ่งของโลก

⸻
รวมพลังเอเชีย บนเวทีเดียว
การประกวดครั้งนี้มีประเทศเข้าร่วมแล้วหลายชาติ อาทิ ไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ลาว รวมถึง บังกลาเทศ เนปาล และภูฏาน พร้อมเปิดรับประเทศพันธมิตรเพิ่มเติมในอนาคต
ภายใต้แนวคิด “United by Music” หรือ “รวมกันเป็นหนึ่งผ่านเสียงดนตรี” เวทีนี้จะหลอมรวมอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และพลังสร้างสรรค์ของเอเชียเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้พรมแดน
⸻
ZOOP ตัวแปรใหม่ เขย่าโลกคอนเทนต์
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการมาของ ZOOP แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ ที่จะเปิดตัว 9 เมษายนนี้ พร้อมเป็นช่องทางหลักให้แฟนเพลงทั่วโลกมีส่วนร่วมแบบ “มากกว่าการรับชม”
ทั้งการโหวต คอมมูนิตี้ และประสบการณ์ใกล้ชิดศิลปินแบบเรียลไทม์ ถือเป็นการยกระดับการมีส่วนร่วมสู่ยุคใหม่ของความบันเทิง

⸻
70 ปี Eurovision สู่ก้าวใหม่ในเอเชีย
European Broadcasting Union และพันธมิตรระดับโลก เดินหน้าขยายจักรวาล Eurovision สู่เอเชีย หลังประสบความสำเร็จมากว่า 7 ทศวรรษในการเชื่อมผู้ชมหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
การมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “ประกวดเพลง” แต่คือการสร้างเวทีใหม่ของภูมิภาค ที่รวมศิลปิน สถานีโทรทัศน์ และผู้ชมไว้ใน ecosystem เดียวกัน
⸻
โอกาสทองประเทศไทย
การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ ประเทศไทย สู่เวทีนานาชาติ ทั้งด้าน
• การท่องเที่ยว
• การจ้างงาน
• อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
พร้อมตอกย้ำสถานะ “World-class Destination” ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรมและความบันเทิงระดับโลก
⸻

นี่ไม่ใช่แค่งานประกวด แต่มันคือ “การเดิมพันครั้งใหญ่” ของเอเชีย และคือ “โอกาสครั้งสำคัญ” ของไทย
14 พฤศจิกายนนี้…โลกจะหันมาฟังเสียงของเอเชีย ผ่านเวทีที่ชื่อว่า Eurovision