SPALI ประกาศฝ่าวิกฤติพลังงาน แบกภาระแทนลูกค้าตรึงราคาบ้านถึงหลังสงกรานต์ ก่อนขยับ 5% สวนกระแสศก.อัปเป้าผุดโปรเจกต์ใหม่ปี’69 เป็น 33 โครงการ
อสังหาริมทรัพย์

SPALI ประกาศฝ่าวิกฤติพลังงาน แบกภาระแทนลูกค้าตรึงราคาบ้านถึงหลังสงกรานต์ ก่อนขยับ 5% สวนกระแสศก.อัปเป้าผุดโปรเจกต์ใหม่ปี’69 เป็น 33 โครงการ

 “ศุภาลัย” กางแผนรบฝ่าวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ประกาศล็อกต้นทุนวัสดุ-อุ้มผู้รับเหมา ตรึงราคาบ้านเดิมถึงกลางปี 2569 ก่อนจ่อปรับขึ้น 4-5% หลังสงกรานต์ พร้อมปรับเป้าใหญ่ขยับแผนเปิดโครงการใหม่พุ่ง 33 โครงการ มูลค่ารวมหลายหมื่นล้าน ล่าสุดเปิดบิ๊กโปรเจกต์ 287 ไร่ รังสิต คลอง 3 ปั้นอาณาจักร 5,000 ล้านบาท ชูดีไซน์ใหม่ "Romantic Charm" พ่วงโรงเรียนนานาชาติ SISB ปักธงรังสิต คลอง 3 ปลุกกำลังซื้อพรีเมียม มั่นใจอสังหาฯ คือสินทรัพย์ชนะเงินเฟ้อ

 

ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบด้านวิกฤติพลังงาน และลุกลามมาถึงภาคธุรกิจต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจที่อยู่อาศัยนั้น ในส่วนของศุภาลัยฯมั่นใจว่ายังมีที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการสั่งสร้างจำนวนมาก และเป็นบ้านในราคาต้นทุนเดิม จึงยังไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด ซึ่งคงต้องติดตามผลกระทบเรื่องราคาน้ำมัน คาดจะเห็นความชัดเจนว่า ราคาที่อยู่อาศัยใหม่จะมีการปรับราคาขึ้นหรือไม่ ในช่วงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2569 นี้ 

“น้ำมันแพงขึ้น ก็กระทบต่อต้นทุน แต่เรามีการล็อกราคาไว้แล้ว รวมถึงการช่วยเหลือผู้รับเหมาก่อสร้างกับทางโครงการ เช่น การเสริมสภาพคล่องจ่ายเงินตรงตามเวลา การสั่งสินค้าวัสดุก่อสร้างจำนวนมากๆ เพื่อล็อกต้นทุนค่าวัดสุให้กับผู้รับเหมา ซึ่งในภาพรวมของอสังหาฯแล้ว ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ตลาดอสังหาฯในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง และเงินเฟ้อในปีที่แล้ว ติดลบ ทำให้ผู้บริโภคพอมีเงินเหลือ แต่เมื่อเกิดสงคราม ได้ส่งผลกระทบทำให้น้ำมันแพง กระทบต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง เงินเฟ้อ ทำให้สินค้าแพงขึ้นตามไปด้วย แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะข้างหน้า ก็ต้องมาดูกันว่า จะยังคงต่ำอยู่หรือไม่ แต่เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะคลี่คลายภายใน 1-2 เดือน” ดร.ประทีป กล่าว

ดร.ประทีป กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ทั้งหมด ทำให้ในเบื้องต้นบริษัทเลือกใช้กลยุทธ์รับภาระระยะสั้น โดยยังไม่ปรับขึ้นราคาขายบ้านในทันที เนื่องจากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างยังใช้ต้นทุนเดิม และหากจำเป็นต้องปรับราคา จะอยู่ในกรอบประมาณ 4-5% และมีแนวโน้มเกิดขึ้นหลังช่วงสงกรานต์ไปแล้ว

ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทฯได้ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ จากเดิมที่ประกาศเปิดตัว 28 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 35,000 ล้านบาท แต่หลังจากที่ได้ซื้อที่ดินแปลงใหม่เข้ามาในปีนี้ ได้ปรับแผนการเปิดตัวใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ ส่งผลให้ทั้งปี 2569 ศุภาลัยจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มเป็น 33โครงการ  จากแผนเดิมจะเปิดตัว  โดยเน้นตลาดระดับกลางเป็นหลัก แบ่งเป็นแนวราบ 23 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการดำเนินธุรกิจชัดเจนในการเติบโตต่อเนื่อง ผ่านแนวทางหลัก ได้แก่ เพิ่มจำนวนโครงการ ขยายพื้นที่พัฒนาใหม่ และรักษายอดขายให้เติบโตทุกปี เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจมีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูง เช่น เงินเดือนพนักงาน ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มรายได้เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยมองว่าในภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยต่ำ การตัดสินใจซื้อบ้านเร็ว จะได้เปรียบมากกว่าการถือเงินสด เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ราคาที่ดินปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ เป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว

ดร.ประทีป กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนการพัฒนาโครงการทำเลรังสิตมามากถึง 30 โครงการ ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ ทำให้เข้าใจทั้งดีมานด์-พฤติกรรมของลูกค้าในพื้นที่นี้เป็นอย่างดี และมองเห็นศักยภาพของทำเลรังสิตมาอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของประชากรในโซนรังสิต ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีในระยะยาว

ดังนั้นการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ในรูปแบบ “Community Living Hub” บนพื้นที่ 287 ไร่ ในย่านรังสิต คลอง 2–3 จ.ปทุมธานี มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การนำแบบบ้านดีไซน์ใหม่ Romantic Charm Series ครั้งแรกในทำเลรังสิต คลอง 3 โดยออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่ ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น และบรรยากาศของบ้านที่อบอุ่นน่าอยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังางผังให้โรงเรียนนานาชาติเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ เชื่อมต่อระหว่าง 2 โครงการที่อยู่อาศัยได้ในระยะ 0 เมตร ได้แก่ ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 และศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3 รองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาวอย่างแท้จริง

 

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า บริษัทฯ วางแนวทางการพัฒนาโครงการในทำเลรังสิต คลอง 3 ออกเป็น 2 เซกเมนต์หลัก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน ปัจจุบันทำเลดังกล่าวมีการเติบโตของกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันลูกค้าให้ความสำคัญกับ “บ้าน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวม โครงการ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3” จึงถูกพัฒนาเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ด้วยบ้านขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความเป็นส่วนตัวสูง ขณะที่โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3” ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ ที่ต้องการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดคุณภาพในคอมมูนิตี้เดียวกัน ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยทั้ 2 โครงการจะช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยให้ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของครอบครัว

สำหรับการพัฒนาในเฟสแรก ศุภาลัยเปิดตัว 2 โครงการภายในคอมมูนิตี้เดียวกัน โดยเริ่มจากโครงการ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3” มูลค่าโครงการประมาณ 3,360 ล้านบาท พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี บนพื้นที่กว่า 98 ไร่ มาพร้อมแบบบ้านซีรีส์ Romantic Charm จำนวน 7 แบบ บนที่ดินเริ่มต้นประมาณ 100 ตารางวาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 238-502 ตารางเมตร รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ จำนวนเพียง 271 ครอบครัว ฟังก์ชัน 4-5 ห้องนอน 4-7 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน โดดเด่นด้วย Premium Luxury Clubhouse ขนาดใหญ่ 2 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่แบบ Free-form รวมถึงพื้นที่สวนสีเขียวเกือบ 4 ไร่ และเทคโนโลยี Future Living อาทิ ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน Home Automation ระบบ Airflow การติดตั้ง Solar Rooftop และรองรับ EV Charger ในทุกยูนิต ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท*

ขณะที่โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3” มูลค่าโครงการประมาณ 1,790 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 57 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ซีรีส์ใหม่ Romantic Charm จำนวน 310 ครอบครัว พื้นที่ใช้สอย 141-210 ตารางเมตร 3-4 ห้องนอน 3-4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พร้อมระบบ Home Automation และระบบรักษาความปลอดภัย เหมาะสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านคุณภาพในคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท*

นอกจากนี้ ศุภาลัยฯ ยังได้ดำเนินการพัฒนาและสร้างสะพานข้ามคลองบริเวณหน้าโครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจรและมอบสาธารณประโยชน์แก่ลูกบ้านและประชาชนทั่วไป โดยออกแบบให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตั้งแต่ Gateway Entrance ที่เชื่อมต่อสะพานข้ามคลอง บนทำเลศักยภาพเดินทางสะดวกติดถนนรังสิต-นครนายก ใกล้จุดขึ้นลงวงแหวนกาญจนาภิเษก รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โรงพยาบาลสินแพทย์ รังสิต โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ของกลุ่ม SISB และสนามบินดอนเมือง

Mr.KELVIN KOH ประธานกรรมการบริหาร โรงเรียนในเครือโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ เอสไอเอสบี (SISB) กล่าวว่า SISB มุ่งพัฒนาโรงเรียนนานาชาติที่มีความแข็งแกร่งด้านวิชาการ ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน (Holistic Education Development) โดยมีจุดเด่นในการนำ Singapore Curriculum ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล มาผสานกับการเรียนการสอนแบบสามภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาจีน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถเติบโตในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ SISB ได้เคยเข้าไปพัฒนาโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโครงการของศุภาลัย สะท้อนถึงความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการผสาน“ที่อยู่อาศัยและการศึกษา” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการพัฒนาโรงเรียนนานาชาติแห่งที่ 7 ของกลุ่ม SISB ภายในคอมมูนิตี้แห่งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษานานาชาติคุณภาพให้กับครอบครัวในโซนรังสิต ซึ่งปัจจุบันได้เปิดรับสมัครนักเรียน (Admission Office) แล้ว ณ สำนักงาน SISB ชั้น 2อาคารวงรี บริเวณหน้าโครงการ ศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3 เพื่อรองรับผู้ปกครองที่สนใจล่วงหน้าก่อนเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ

 

 

You can share this post!