"ชัชชาติ" สั่งปิดตำนานหาบเร่สะเปะสะปะรอบสวนลุมพินี เนรมิตพื้นที่พระราชทานสู่ "Hawker Center" ต้นแบบสิงคโปร์ ชูจุดขายอาหารสะอาด-ราคาถูก ค่าเช่าถูกเหลือเชื่อวันละ 60 บาท ผงาดสู้กระแสข้าวจานละร้อยใจกลางเมือง พร้อมผนึกยักษ์เทคฯ "LINE MAN Wongnai" ติดอาวุธดิจิทัล ตัดวงจร "สลิปปลอม-โอนสิทธิมืด" ด้วยระบบสแกนใบหน้าและ QR Payment หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบ "รื้อ-สร้าง-ยั่งยืน" ขยายผลทั่วกรุงเทพฯ ยกระดับร้านข้างทางสู่ฟันเฟืองเศรษฐกิจกระแสหลัก

ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)เปิดเผยว่า ได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งศูนย์อาหาร “Hawker Center” บริเวณพื้นที่ใกล้สวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยมีแนวทางสำคัญคือไม่มุ่งเน้นการแสวงหากำไร แต่เน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนสารสินและพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งเดิมมีผู้ค้าหาบเร่จำนวนมาก และประสบปัญหาเรื่องความไม่เป็นระเบียบ รวมถึงสุขอนามัย โดยกรุงเทพมหานครได้ทยอยนำผู้ค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ ก่อนพัฒนาเป็น Hawker Center ที่มีระบบรองรับอย่างครบถ้วน

แนวคิดของ Hawker Center คือการจัดพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสมให้กับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเดิม ให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ภายใต้ค่าเช่าที่เป็นธรรม โดยกำหนดอัตราค่าเช่าประมาณวันละ 60 บาทต่อแผง (ค่าเช่า 40 บาท/วัน และค่าส่วนกลาง 20 บาท/วัน) ซึ่งถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้ในพื้นที่ใจกลางเมือง พร้อมทั้งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารในราคาประหยัด ภายในศูนย์อาหารมีแผงค้ารวมประมาณ 130 แผง แบ่งรูปแบบการขายช่วงเช้าและช่วงเย็น มีการจัดระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน อาทิ ระบบน้ำสะอาด การระบายน้ำ ระบบดักไขมัน พื้นที่ล้างภาชนะ และที่นั่งรับประทานอาหารสำหรับประชาชน เพื่อยกระดับด้านสุขอนามัยและความสะดวกสบาย
ปัจจุบันได้จัดสรรสิทธิให้กับผู้ค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม เช่น ห้ามโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วง และเตรียมนำระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเข้ามาใช้ เพื่อป้องกันการแสวงหาผลกำไรในทางที่ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มจุดนั่งรับประทานอาหาร การติดตั้งพัดลม และเพิ่มร่มเงา เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศ รวมถึงมีแนวคิดขยายโมเดล Hawker Center ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต เพื่อสร้างเครือข่ายแหล่งอาหารราคาประหยัดทั่วกรุงเทพฯ

ในด้านการเดินทาง Hawker Center สวนลุมพินี ตั้งอยู่ในจุดที่เข้าถึงได้สะดวก ทั้งจากระบบขนส่งสาธารณะและการเดินเท้า รวมถึงมีพื้นที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง รองรับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เช่น แพลตฟอร์มเดลิเวอรี “ไลน์แมน” ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านระบบการชำระเงิน อุปกรณ์ร้านค้า และช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย
โดยโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดระเบียบ แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยมีความมั่นคง และทำให้ประชาชนเข้าถึงอาหารสะอาด ราคาย่อมเยา เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างอัตลักษณ์เมืองในระยะยาว

“Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5 (BTS ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางประมาณ 130 ร้าน ในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลาทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา อาทิ ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตู 8 , น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง”ดร.ชัชชาติ กล่าว

นอกจากนี้ กทม.ยังพร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย แยกเป็นโซนอาหาร และโซนของสด พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน

“สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้เริ่มทดสอบเปิดให้บริการแล้วในวันที่ 10 เมษายน 2569”ดร.ชัชชาติ กล่าว

ด้านนายวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า การเข้ามาสนับสนุนโครงการ Hawker Center สวนลุมพินี มีเป้าหมายสอดคล้องกับกรุงเทพมหานคร ในการช่วยยกระดับผู้ค้ารายย่อยให้สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการขายและเครื่องมือที่ช่วยให้การค้าขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ ไลน์แมนได้สนับสนุนอุปกรณ์และระบบที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ อาทิ ระบบรับชำระเงินผ่าน QR Code (QR Payment Box) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงสลิป และเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ค้าในการรับเงินแบบดิจิทัล รวมถึงอุปกรณ์สำหรับร้านค้า เช่น กล่องบรรจุอาหาร และเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ

นอกจากนี้ ยังช่วยเปิดโอกาสให้ร้านค้าใน Hawker Center สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น การสนับสนุนดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ค้า โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการสามารถโฟกัสกับการพัฒนาคุณภาพอาหารและการบริการได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ไลน์แมนเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และทำให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครต่อไป

“LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่จะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก “ของดีข้างทาง” พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”นายวีระพงศ์ กล่าวในที่สุด
