“เจนเนอราลี่”กางแผนปี‘69 ปั้น “LIFETIME PARTNER” สู่เบอร์ 1 เต็มตัว ดึง AI ปฏิวัติสินไหม-เร่งสปีด 40% มั่นใจปั๊มพอร์ตแบงก์แอสชัวรันส์โตกระฉูด 87% ชู 3 เสาหลักรับมือพายุเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก
ประกัน

“เจนเนอราลี่”กางแผนปี‘69 ปั้น “LIFETIME PARTNER” สู่เบอร์ 1 เต็มตัว ดึง AI ปฏิวัติสินไหม-เร่งสปีด 40% มั่นใจปั๊มพอร์ตแบงก์แอสชัวรันส์โตกระฉูด 87% ชู 3 เสาหลักรับมือพายุเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ประกาศศักดาโชว์ผลงานปี 68 กวาดเบี้ยประกันภัยรับรวม 1.61 หมื่นล้านบาท โตทะลัก 22% สวนกระแสเศรษฐกิจผันผวน พร้อมลุยกลยุทธ์ “LIFTTIME PARTNER 27 : DRIVING EXCELLENCE” ชู 3 เสาหลักเสริมแกร่ง ดันประกันกลุ่มขึ้นแท่น Top 3 พร้อมกางโรดแมปปี 69 มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านบริการ ยึดหัวหาดผู้นำประกันชีวิตและสุขภาพอย่างเต็มตัว

นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯมุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านช่องทางจัดจำหน่าย การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยคำนึงถึงประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญรวมถึงการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีการเติบโต อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22%

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก โดยเฉพาะช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (SFYP) ที่เพิ่มขึ้น 87% ขณะที่ประกันกลุ่ม (Group Employee Benefits) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของตลาด สะท้อนคุณค่าและความแข็งแกร่งของข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัท ทางด้านช่องทางตัวแทน (Agency) สามารถยกระดับคุณภาพตัวแทนมืออาชีพ โดยมีจำนวนสมาชิกที่ได้คุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น 14% ส่วนช่องทางขายตรง(Direct Business) ครองอันดับ 5 ในตลาด ตอกย้ำการเติบโตของโซลูชันแบบเข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยมีช่องทางดิจิทัล (Digital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัล GEN 365 รองรับลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 600,000 ราย นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางโบรกเกอร์ (Retail Broker) โดยร่วมมือกับโบรกเกอร์ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาด และกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

โดยปัจจุบัน กลุ่มบริษัทดูแลลูกค้ามากกว่า 1.6 ล้านราย ผ่านช่องทางการขายแบบ Multi-Channel Distribution ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่สะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าในทุก Touchpoint ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promotor Score – RNPS) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับผลคะแนนความพึงพอใจในบริการด้านสินไหมที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมด้วยรางวัล Best Claims Management Insurance Company ของเวทีระดับสากล เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานการบริหารสินไหมที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้การดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์หลัก อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

1.STRENGTHEN DISTRIBUTION
2.CUSTOMER FIRST
3.PEOPLE DEVELOPMENT 

นายอาร์ช กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2569 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย โดยบริษัทประกันภัย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงการเงินมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก ภายใต้กลยุทธ์ “LIFTTIME PARTNER 27 : DRIVING EXCELLENCE” โดยแบ่งเป็น

1.การยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Digitalization)
2.การเสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้วยเครื่องมือการขายดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (process transformation)
3.การยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product customization)ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม 

ในด้านการบริการ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับ Best‑in‑Class ภายใต้กลยุทธ์ Customer First โดยให้ความเชื่อมั่นและความใส่ใจเป็นหัวใจของทุกการมีปฏิสัมพันธ์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น การบริการตนเองที่ใช้งานง่าย ประสบการณ์พิเศษที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละเฉพาะบุคคล พร้อมกระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น การสื่อสารเชิงรุก รวมถึงการให้บริการแบบ Omnichannel นอกจากนี้ ได้มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินไหม โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและเร่งความรวดเร็วในการให้บริการได้ถึง 40% แล้วตั้งเป้าในปี 2569 จะขึ้นสู่อันดับ 3 ในด้านประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ทั้งนี้เพื่อปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรในยุค AI เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเสริมสร้างรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร (People) ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความเป็นเลิศขององค์กร เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และทักษะการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้พนักงานมีทั้งทักษะและกรอบความคิดที่เหมาะสมในการเติบโตและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

สุดท้าย การสร้างคุณค่าระยะยาวให้ทุกภาคส่วน (Sustainability Initiatives) การเดินหน้าดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อสังคมและภาคชุมชม ผ่านโครงการความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ MSME ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือ กับความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ The Human Safety Net (THSN) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและครอบครัว ให้ได้รับโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพในช่วงวัยเด็กอย่างเหมาะสม สร้างรากฐานสำคัญของอนาคตที่มั่นคง และอีกหลายโครงการ

“เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เชื่อในพลังของคน เทคโนโลยี และพันธมิตร เรามุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทาง การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและเปิดกว้างการเข้าถึงในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำของกลุ่มลูกค้าหลักเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว” นายอาร์ช กล่าวในที่สุด

You can share this post!