“SALZ” ปฏิวัติแบรนด์ในรอบ 40 ปี อัดฉีดงบสู้ “เศรษฐกิจซึม-โลกเดือด”ส่ง ”กรรชัย“-“อรัชพร”บุกฐาน Gen Z ท้าชนวิกฤติกำลังซื้อฝืด ปั๊มมาร์เก็ตแชร์ทะลุ 35% ดันยอดขายโต 5%
การตลาด-ไอที-ยานยนต์

“SALZ” ปฏิวัติแบรนด์ในรอบ 40 ปี อัดฉีดงบสู้ “เศรษฐกิจซึม-โลกเดือด”ส่ง ”กรรชัย“-“อรัชพร”บุกฐาน Gen Z ท้าชนวิกฤติกำลังซื้อฝืด ปั๊มมาร์เก็ตแชร์ทะลุ 35% ดันยอดขายโต 5%

“ซอลส์”กางแผนรับมือวิกฤติกำลังซื้อฝืด หลังตลาดรวมยาสีฟัน โตเตี้ยแค่ 1% จาก 1.2 หมื่นล้าน เซ่นพิษภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางและค่าครองชีพพุ่ง ประกาศจุดยืนดุดัน “ไม่ขึ้นราคา” แม้ต้นทุนรัดตัว เลือกเฉือนกำไร-หั่นงบ 7% ลุยการตลาดแบบ Precision ผ่าทางตัน ยึดโมเดล “Maintain Volume” เปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” ยกเครื่องภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ในรอบ 4 ทศวรรษ  มุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z สายแอคทีฟ พร้อมดึง “ก้อย-อรัชพร” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คู่ “หนุ่ม-กรรชัย” ถ่ายทอด DNA ความมั่นใจพร้อมเผชิญทุกความท้าทาย ตั้งเป้าปีนี้โต 5%

นายอลงกรณ์ จารุจารีต ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์ซอลส์ (SALZ) บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ถึงภาพรวมตลาดยาสีฟันในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ที่ผ่านมาว่า ค่อนข้างเติบโตช้า แต่ปกติที่ภาพรวมตลาดก็มีอัตราการเติบโตช้าอยู่แล้ว อันเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้เงิน และประหยัดมากขึ้น บางส่วนมีการกักตุนสินค้าตั้งแต่ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมกลุ่มยาสีฟัน อยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 4-5% ซึ่งมีการเติบโตไม่หวือหวา เมื่อเทียบกับสินค้าประเภทอื่นๆ โดยปัจจุบันยาสีฟันกลุ่มสมุนไพร มีสัดส่วนกว่า 30% ,สูตรเพื่อการดูแลเหงือก สัดส่วน 27% (ยาสีฟัน SALZ ผู้นำตลาดยาสีฟันสูตรเกลือ อยู่ในอันดับ 2 และปี 2569 ตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 35%) ,สูตรไวท์เทนนิ่งเพื่อฟันขาว สัดส่วนกว่า 10% และที่เหลือเป็นยาสีฟันกลุ่มเด็ก 

“ในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพียง 1% โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนแรกอยู่ในภาวะติดลบ  แต่เดือนมีนาคม ยอดขายก็กลับมา เติบโตอีกครั้งในแบบทรงตัว ส่วนไตรมาส 2/2569 หากภาครัฐมีนโยบายออกมากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ อาทิ ไทยช่วยไทย และคนละครึ่งพลัส ก็จะช่วยกระตุ้นในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่คงไม่หวือหวามากนัก เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีความระมัดระวังในเรื่องการใช้เงินมากขึ้น ส่วนเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางนั่น ที่ผ่านมาพบว่าทุกแบรนด์สินค้าต่างได้รับผลกระทบทั้งหมด และวิกฤตินี้ก็ไม่ใช่วิกฤติแรกของประเทศไทย แต่ก็ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นหลายเลเยอร์ ซึ่งบริษัทยังคงตรึงราคาสินค้าไว้เช่นเดิม โดยยังไม่มีนโยบายในการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด แต่จะหันไปเน้นการปรับใช้สื่อที่แม่นยำ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะมองว่าการปรับขึ้นราคา ไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาให้ได้กำไรที่มากขึ้น แต่อย่างใด แต่การ Maintain Volume จะดีกว่า ดังนั้นจึงต้องมีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ในสื่อที่คุ้มค่า และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้นจะดีกว่า โดยในปีนี้จะใช้งบในการทำตลาดประมาณ 7% ของยอดขายรวม“ นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า SALZ ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำยาสีฟันสูตรเกลือที่ผู้บริโภคไว้วางใจ และยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ล่าสุดได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 40 ปี ภายใต้แคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z มากขึ้น โดยยังคงจุดแข็งของการเป็น “เกลือตัวจริง” พร้อมยกระดับการอัปเกรดครั้งนี้ในทุกมิติ จากที่ผ่านมา ลูกค้าของ SALZ จะเป็นกลุ่ม Gen X และ Gen Y

“Gen Z เป็นกลุ่มที่เบื่อง่าย ความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์จะน้อกว่า Gen อื่น ดังนั้น SALZ จึงพยายามหาสิ่งใหม่ในการทำตลาดมุ่งสร้างประสบการณ์ เพื่อให้แบรนด์อยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง Gen Zจะเป็นกลุ่มที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์สินค้า นิยมซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือตาม Convenience Store โดยจะเน้นความสะดวกเป็นหลัก อีกทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าของกลุ่ม Gen Z จะเน้น การซื้อแพ็กเดียว หรือซื้อโปรโมชัน เป็นหลัก“ นายอลงกรณ์ กล่าว

โดย SALZ มุ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ได้แก่

1.มิติด้านสินค้า ยกระดับประสิทธิภาพการดูแลช่องปากให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการเพิ่มส่วนผสม Natural Mineral Peptideเข้ากับ Fluoride 1500 ppm หรือเรียกว่า Amide Fluoride เอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลระดับนานาชาติจาก “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเคลือบฟันได้ดีขึ้นถึง 5 เท่า และยังป้องกันฟันผุดีขึ้น 1.5 เท่า โดยทำงานร่วมกับ Hypertonic Salt เกลืออณูเล็กเข้มข้น ตัวจริงเรื่องเคลียร์กลิ่นปากได้ดีเช่นเดิม

2.มิติด้านประสบการณ์ นอกจากการปรับรูปลักษณ์ให้ทันสมัยของทั้ง 3 สูตรหลักแล้ว ยังเน้นสร้างการรับรู้ประสบการณ์ที่ได้ในแต่ละสูตรที่แตกต่างกัน เริ่มจาก “สูตรเนเชอรัล พิงค์ ซอลส์”อ่อนโยน รสชาติดี เข้าถึงง่าย “สูตรเฟรช มินต์” เย็นสดชื่น และ “สูตรออริจินอล พลัส” เข้มข้น สไตล์ซอลส์ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจ พร้อมเปิดรับรสชาติที่เข้าถึงได้มากขึ้น อีกทั้งตอกย้ำว่า SALZ เป็นยาสีฟันที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเหงือกและลดกลิ่นปากได้ดี ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวันในยุคนี้

3.มิติด้านการสื่อสาร พัฒนาแนวทางการสื่อสารให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และเน้นช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ พร้อมข้อความที่กระชับ ชัดเจน สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมถึงการปรับโลโก้และฟอนต์ให้ดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

ในส่วนของการใช้พรีเซนเตอร์ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ดึง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร”เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความสดใส มั่นใจ กล้าแสดงออก มาร่วมกับ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย”ตัวแทนคนตัวจริง ชัดเจน พร้อมเคลียร์ทุกปัญหาสะท้อนความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งทั้งคู่จะร่วมกันถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของความ “พร้อมบวก” ที่สะท้อนบุคลิกของคนยุคนี้ที่ต้องชัดเจน พร้อมลุยและมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมปรับภาพจำของยาสีฟันสูตรเกลือให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น

สำหรับกิจกรรมการตลาด SALZ เตรียมเดินหน้าสื่อสารแบบครบวงจร ทั้งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่, สื่อโฆษณากลางแจ้งใจกลางเมือง, สื่อ ณ จุดขาย รวมถึงการสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์และเพจชื่อดัง พร้อมกิจกรรมออนกราวด์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์พร้อมบวกอย่างใกล้ชิด

“คำว่าพร้อมบวกในนิยามของ SALZ คือ การเติมพลังความมั่นใจ ให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น เคลียร์ได้ทุกอุปสรรค เราต้องการเห็นผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้ชีวิต สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข การยกเครื่องใหม่หมดในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ SALZ ในการเดินหน้าสร้างความมั่นใจพร้อมยกระดับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นยาสีฟันสูตรเกลือตัวจริงเรื่องการดูแลสุขภาพเหงือกและฟัน ควบคู่ไปกับการเคลียร์กลิ่นปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน” นายอลงกรณ์ กล่าว

ปัจจุบันยาสีฟัน SALZ มีตำหน่ายทั้งสิ้น 7-8 สูตร ดูขนาดเล็กสุดคือ 40 กรัม ราคา 35 บาท ขนาดใหญ่ 160 กรัม ราคา 125 บาทขึ้นไป ส่วนแบบแพ็กคู่ จำหน่ายในราคาตั้งแต่ 109-120 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละห้างสรรพสินค้า และคาดว่าในปีนี้ SALZ จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 5% ซื่อสอดคล้องกับตลาดรวมยาสีฟัน

You can share this post!